Zuttomo CH2 This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend เล่ม 1 

001

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend CH2-1

“จะไปว่าชั้นเรียกขอเรียกนายว่า คามิชิโร ได้มั้ย? อยู่ข้างนอกให้เรียกชื่อนายว่าชวาร์สมันก็ดูทะแม่งๆอะนะ”

“เอ..เอ่…เมื่อก่อน..ชั้นโดนล้อว่าคามิชิโร เพราะสีผม เพราะฉะนั้น…เรียกชื่อ..ชั้นแทน..ได้มั้ย”

**(หมายเหตุจากผุ้แปล นามสกุลน้องเป็นศัพท์ภาษาญี่ปุ่นตรงเลย นั่นคือ คามิแปลว่าเส้นผม ชิโรแปลว่าสีขาว ส่วนล้อยังไง

ถ้าให้นึกภาพคร่าวๆอารมณ์เหมือนเมื่อก่อนเพลง ประเทือง ของไทยธนาวุฒิมันดัง คนเลยล้อใครที่มีชื่อจริงว่าประเทือง คือเป็นตุ๊ด กระเทยหมดครับ(ใครรู้จักเพลงนี้คือแก่แน่นอน รู้อายุแอดมินหมดละ55)

“งั้นให้เรียกว่ายุยก็ได้เนอะ”

“อืม..แล้วก็…ชั้นขอเรียกนายว่า…ยูมะ….ได้รึเปล่า?”

“อยากเรียกอะไรก็เชิญตามใจชอบเลยครับ

ปกติถ้าเรียกเพื่อนต่างเพศด้วยชื่อ มันต้องมีความหมายลึกซึ้งชวนเขิน แต่กับชวาร์สที่มีเรื่องปัญหาส่วนบุคคล มันก็คนละเรื่องกัน

ยูมะกับยุย เดินไปด้วยกันบนทางเท้า แต่ยูมะมองว่าถ้าเดินไปถนนเส้นหลัก คนจะเยอะ ยุยน่าจะไม่ชอบเลยเลี่ยงเดินเส้นลัดที่คนไม่นิยมและในใจยูมะก็มีสถานที่จะไปอยู่แล้ว

กระนั้น ยุยก็ยังมีสายตาล่อกแล่ก ดูเกร็งตลอดเวลา เธอเดินตามหลังยูมะ มือหนึ่งกุมเสื้อของเขา ส่วนอีกมือกุมฮู้ดของตัวเองปิดบังสีผม

ทุกครั้งที่เดินผ่านใครสักคนที่สวนทางและผ่านมาได้ ยุยจะถอนหายใจเฮือกหนักราวกับเพื่งผ่านอุปสรรคใหญ่ ทำแบบนี้ตลอดเวลา

“ตื่นเต้นมากเกินไปสินะ”

“อืม…”

ยูมะเปล่งเสียงถามด้วยน้ำเสียงแจ่มใสเพื่อลดความวิตกกังวล ยุยเพียงพยักหน้า ขานรับเล็กน้อย

“…จะว่าไปทำไมเธอถึงตั้งชื่อตัวละครในเกมว่าชวาร์สล่ะ เห็นตัวละครที่นายเลือกในเกมเล่นเป็นอัศวินศักสิทธิ์แต่เกราะไม่เห็นจะสีดำสักนิด จริงๆน่าจะตั้งชื่อไวส์มากกว่า”

**(หมายเหตุจากผู้แปล ถ้าจำไม่ผิด ชวาร์ส (schwarz) น่าจะเป็นภาษาเยอรมัน แปลว่าสีดำ ไวส์(weiss )คือสีขาวครับ)

“…..”

“อ๊ะ…โทษที ไม่น่าถามเลยเนอะ คำตอบเธอคงซับซ้อนตอบยากด้วยแหละ”

“ป..เปล่า.. แค่ตกใจเฉยๆ…จริงๆตั้งไปงั้นเอง..ไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งเลย”

เอาจริงๆสถานการณ์ตอนนี้อย่าว่าแต่ยุยที่ตกใจ เพราะยูมะตกใจมากกว่าอีก นึ่มันสถานการณ์นิยายเลิฟคอมเมดี้ชัดๆ

ถ้าทุกอย่างดำเนินทั่วไป มันควรเป็นสถานการณ์รักกุ๊กกิ๊กแล้ว คิดสภาพว่าขนาดเรียกชื่อของอีกฝั่ง ยังไม่มีโมเม้นเขินเลย…มั้ง พูดแบบนั้นไม่เต็มปากหรอก เพราะเอาจริงผมนี่แหละที่เขิน แต่ไม่รู้ว่าภายในใจยุยจะเขินแบบที่ผมเป็นรึเปล่า

“…ถึงแล้วครับ”

“… ..?”

ยุยที่เดินจ้องแต่แผ่นหลังยูมะ ค่อยๆเอียงคอมองเฉียงจากข้างหลัง สถานที่นั้นก็คือ..

“…ร้านเน็ต…คาเฟ่”

ยุยสบตายูมะ สายตาแสดงคำถามชัดเจนว่า “ทำไมถึงเลือกสถานที่นี้”

“ถ้าเลือกไปสถานที่อื่น คนพลุกพล่าน เธออาจจะกลัวจนไม่สนุก สู้พามาสถานที่ๆเธอน่าจะชอบ เข้ามากดเกมที่เล่นด้วยกันเป็นประจำน่าจะเป็นตัวเลือกดีที่สุด แถมเน็ตคาเฟ่มีห้องส่วนตัวที่ไม่ต้องเจอกับคนหมู่มากด้วย”

“อืม..”

ยุยผงกหัวรับคำง่ายๆ แต่ยูมะเกิดคำถามว่าในใจว่า เข้าไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เธอจะอุ่นใจรึเปล่านะ แต่ช่างเหอะ มาแล้วก็ต้องไปให้สุดนี่แหละ เข้าร้านกันเลย

ยูมะตรงไปที่ประชาสัมพันธ์ เลือกห้องทวินรูม เป็นห้องประเภทมีคอมพิวเตอร์สองตัว หลังคุยเสร็จ ทั้งสองคนเดินไปห้องทวินรูม

ดูเหมือนว่าพอมาอยู่ในสถานที่ที่ไม่ต้องเจอหน้าคนอื่น ยุยดุสบายใจขึ้นมาก ถอนหายใจโล่งอกออกมา

พอสบายใจ เธอมองดูห้องรอบๆเพื่อสำรวจเฟอร์นิเจอร์ ห้องนี้ดูเหมือนเป็นห้องทำงาน มีโต๊ะสองเก้าอี้สองตัว คอมพิวเตอร์อีกสองตัว บนโต๊ะมีผ้าร้อนโปะตาแก้ความเหนื่อยล้า พื้นที่ห้องค่อนข้างแคบ แต่ก็พอจะนั่งชิดกันได้สองคนโดยไม่อึดอัด

“เธอเพิ่งเคยมาที่แบบนี้ครั้งแรกสินะ”

ยุยพยักหน้าเล็กน้อย หยิบโทรศํพท์ขึ้นมา เข้าแอปสื่อสาร พิมพ์แชทตอบคำถามยูมะ

ก่อนหน้านี้ ระหว่างเดินทาง ยูมะบอกว่า “จนกว่าเธอจะพร้อมคุยก็ใช้แอปสนทนาคุยกันก่อนก็ได้” ทั้งสองคนแลกไอดีกันตอนนั้น สำหรับทั้งคู่ นี่คือครั้งแรกที่มีไอดีแอปสนทนาเพื่อนต่างเพศ พอแชทเด้งมาเลยเกิดอาการเขินนิดหน่อย

“ยูมะมาที่นี่บ่อยเหรอ”

“มาไม่บ่อยหรอก มันใช้ตังค์เยอะ แต่ถ้ามีอีเว้นพวกเล่นผ่านร้านเกมแล้วได้เงินกับค่าประสบการณ์กับเพิ่มอัตราไอเทมดรอป ก็จะแวะมาบ้าง นี่เธอไม่รู้เรื่องนี้เหรอ”

“!”

ยุยเบิกตากว้างตะลึง ก่อนหน้านี้ยังมีอาการเป็นสาวน้อยขี้อาย แต่พอได้มาอยู่ในที่แบบนี้ แววตาเธอเป็นประกายขึ้น ส่งสายตาเป็นคำบอกชัดเจนว่า “รับๆเล่นเกมกันเถอะ” กระตุกแขนเสื้อรัวๆเป็นเชิงชวนให้เปิดคอมไวๆ

ยูมะดีใจ ดูเหมือนที่เลือกมาที่นี่จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

แต่ว่าเขาก็มีเรื่องกังวลอยู่อย่างหนึ่ง

นี่กูทำอะไรลงไปเนี่ย

ไอ้ตรงที่เดินเลียงถนนเส้นหลัก ใช้ถนนเส้นลับตาคนยังพอเข้าใจเหตุผลได้ แต่พอนึกดูแล้วการชวนสาวเข้ามาเนตคาเฟ่นี่เอาจริงๆก็ไม่ใช้เรื่องที่คนทั่วไปควรทำนะ

ลองคิดสภาพว่าคุณเพิ่งรู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งแล้วจู่ๆชวนเขาเข้ามาในห้องแคบๆลับตาคน อยู่ด้วยกันสองต่อสอง ถ้าเป็นตรรกะคนทั่วไป ร้อยละร้อยต้องคิดว่าไอ้หนุ่มนี่ชวนสาวมาทำเรื่อง18+แน่ เล่นเอาผมร้อนตัวแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้

ทว่า ยุยมองผม ทำหน้างง จ้องด้วยสายตาประมาณว่า “เป็นอะไรของเธอ”

“เฮ้อ ให้ตายเหอะโรบิ้น ชั้นเป็นคนพูดเองก็ดูแปลกๆนะ หัดระมัดระวังตัวหน่อยน่าจะดีกว่านะครับ”

ยุยเอียงคอมองด้วยสายตางงเหมือนเดิม ราวจะถามว่า “ให้ระวังอะไรไม่เข้าใจ?”

“คือ..ประมาณว่า อยู่ด้วยกันกับชั้นที่เป็นผุ้ชายในห้องแคบๆด้วยกันสองต่อสอง มันอาจจะเกิดเรื่องอะไรสักอย่าง…ก็ได้”

พูดไปขนาดนี้ แต่ผลที่ได้ยังเหมือนเดิม ยุยยังคงใสซื่อ ส่ายศีรษะเล็กน้อย มองด้วยสายตาไม่เข้าใจราวจะถามว่า “เกิดเรื่องอะไรสักอย่างแล้วมันคืออะไรล่ะ”

“เพราะว่าเธอ…โอ้ย จะพูดยังไงดีหนอ… เอางี้ พวกเรารู้จักกันทางเน็ต เพิ่งจะพบกันวันนี้วันแรก และชั้นเป็นผู้ชาย เธอเป็นผู้หญิงไง”

“……!”

ในที่สุดคำพูดยูมะก็สื่อสารให้ยุยเข้าใจได้สักที สีหน้าเธอแดงแป๊ดเว้นระยะถอยก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

“เดี๋ยวๆ ที่บอกน่ะไม่ได้หมายความว่าชั้นจะทำมิดีมิร้ายกับเธอ ที่ชวนเธอมาที่นี่ชั้นก็ไม่ได้คิดรอบคอบพอ แต่สิ่งที่ชั้นอยากจะสื่อคือเธอเป็นผู้หญิง ควรระมัดระวังตัวมากกว่านี้แค่นั้นแหละ”

“อ…อืม”

ยุยพยักหน้า รับคำเล็กน้อย หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา พิมพ์แชทว่า

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ผู้ชายที่คิดจะทำเรื่องแย่ๆแบบนั้น ชั้นเคยอ่านเรื่องพวกนี้มาจากในเน็ตแล้ว”

ถึงเธอจะพิมพ์แชทแบบนั้น แต่หน้าเธอยังแดงไม่หายเลย ว่าไปนี่ยุยมันอ่านจากในเน็ตจริงรึเปล่าก็ไม่รู้

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เปิดคอมเข้าเกมออนไลน์ ผจญภัยด้วยกันในดันเจี้ยนต่างๆ กดไปสองชั่วโมง

แต่ถามว่าเป็นสองชั่วโมงที่สนุกมั้ย สำหรับยูมะก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะจินตนาการของเขาคือเล่นไปคุยไปอย่างเมามัน แต่ความจริงคือมีแต่แชทจากชวาร์สล้วนๆ ไม่มีคำพูดจากปากเธอสักคำ

แชทในเกมที่เธอพูดมีตามนี้

“ยูมะ ด่านต่อไปลุยไหนต่อดี”

“….”

“จะไปขุดแร่ยาวๆ หรือจะไปฟาร์มเงิน หรือจะไปล่าบอสที่หอคอย ผมไปที่ไหนก็ได้หมด”

“….”

“เฮ้ ยูมะ ฟังอยู่รึเปล่า พุดอะไรบ้างสิ”

ยูมะกล่าวตอบ

“คือว่านะ ยุย? ขนาดว่าอยู่ในห้องที่ไม่มีคนอื่น มีแค่ผม เธอยังไม่กล้าคุยจากปากเหรอ”

ถึงตอนนี้สองชั่วโมง ยุยคุยกับยูมะผ่านแชทล้วนๆ ไม่มีคำพูดหลุดจากปากเธอแม้ครึ่งคำ

“ก็พิมพ์แชทมันสนุกกว่าคุยเองอะ”

“บ้าไปแล้ว…”

ยุยหายจากอาการตื่นเต้นมันก็ดีหรอก แต่นี่เล่นถึงขั้นไม่คุยเลยนี่คือเหนือความคาดหมายมาก เพราะในความคิดยูมะที่เล็งไว้คึิอ เธอน่าจะกล้าสนทนาจากปากตัวเองหากเล่นเกมที่เธอชอบไปด้วย

“จะว่าไป นายพิมพ์แชทได้เร็วมากเลยนะ”

ปกติเสียงยูมะเวลาพิมพ์แชทในคีบอร์ด จะดังแต้กแต้กแต้กกแต้ก แต่พอเป็นยุยพิมพ์ เสียงจะออกเป็นแกร่กกกกกกกกกกก ขนาดว่ายูมะมองนิ้วเธอไม่ทัน

สุดท้ายก็ได้แต่ยอมรับความจริงว่าเธอพิมพ์แชทมันเร็วกว่าพูดจากปากตัวเอง และพอเห็นยุยพิมพ์แชทด้วยความสนุก จะไปหักด้ามพร้าด้วยเข่ามันก็ใช้เรื่อง

“ฮะฮะมันเป็นสกิลที่ผมฝึกตอนหมกตัวอยู่ในห้องตั้งแต่เด็กนี่แหละ”

ยูมะคิดว่าถ้ายุยเอาความแจ่มใสตอนพิมพ์แชท มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ เธอน่าจะเป็นสาวฮ้อตประจำโรงเรียนได้ไม่ยากด้วยซ้ำ

สุดท้ายเธอก็ใช้วิธีพิมพ์แชทคุยกับยูมะยาวๆ ส่วนยูมะก็คิดแง่ดี วันแรกได้เท่านี้ก็ช่างมัน ไว้วันอื่นค่อยลองใหม่

ทั้งสองคนตัดสินใจเล่นเกมต่อ

ทว่า หากเกมนี้มีพระเจ้าอยู่ พระเจ้าคงรักสองคนนี้มาก เพราะส่งบททดสอบช่วยเร่งความรักทั้งคู่ให้พัฒนาไวกว่าเดิม

***หมายเหตุจากผู้แปล หลังจากนี้เป็นน้ำ บรรยายเกม ขออธิบายส้ั้นๆว่า ทั้งสองคนไปเจอแรร์บอส เลยไปล่าทั้งคุ่

ทีนี้ด้วยความยาก ยูมะจะตะโกนถามพวกคูลดาวน์สกิลฮีล หรือให้สัญญาณโจมตี ด้วยความที่บอสตีไวเลยไม่มีเวลาพิมพ์แชท สุดท้าย ยุยเลยสื่อสารด้วยปากตัวเองตอนเลือกใช้สกิลตีบอสช่วยยูมะ สรุปใช้เวลาไปประมาณ30นาทีถึงล้มบอสได้สำเร็จ

“เก็บแม่งได้สักที ขอบคุณในความเหนื่อยยากครับ”

ยูมะยกมือขึ้นไฮทัชกับยุย ด้วยความเป็นคอเกมเมอร์ เมื่อผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากได้สำเร็จ ทั้งคู่เลยไฮทัช ฝ่ามือต่างคนต่างสัมผัสมืออีกฝั่งทั้งคุ่

“จะว่าไป สรุปว่าเธอก็พูดได้ตามปกติละนิ”

“อื…อืม …เมื่อกี้ลืมตัวจริงๆ”

ยุยทำท่าเขินอาย ท่าทางเธอตอนนี้เหมือนสัตว์ตัวน้อย เล่นเอาอยากลูบหัวในความน่ารักของเธอเลย

“น้ำเสียงเธอออกจะน่ารัก พูดให้เยอะหน่อยจะเป็นไรไป”

“….”

“อ๊ะ โทษที”

ยูมะเผลอพูดความรู้สึกตัวเองไปโดยไม่รู้ตัว

เสียงของยุยเหมือนเสียงตัวละคนอนิเมะ ฟังแล้วรู้สึกดีมาก

ยุยตาเป็นประกาย พิมพ์แชทตอบกลับ

“ผมเองก็ชอบเสียงของยูมะเหมือนกัน เสียงของยูมะเมื่อสักครู่ผมชอบมาก”

หลังจากนั้น ยุยพิมพ์ต่อ

“พูดอีกทีได้มั้ย นะนะ อังกอร์ อังกอร์(ขออีกรอบ)

“นายเป็นพวกเฟติชเสียงรึไง แทนที่จะฟังเสียงชั้น ชั้นขอฟังเสียงเธอดีกว่านะ”

ยุยหัวเราะจนตัวโยน สรุปว่าผลลัพธ์หลังจากจบอีเว้นลมบอส ถึงแม้ว่ายุยจะกลับมาใช้แชทแทนพูดเหมือนเดิม แต่ยูมะคิดว่าระยะห่างระหว่างพวกเขาสองคนลดลงมากกว่าเดิมเล็กน้อย

พออกมาจากเน็ตคาเฟ่ พระอาทิตย์ตกดินแล้ว ยุยทำหน้ากับสายตาอาลัยอาวรณ์

“วันนี้สนุกมั้ยครับ”

ยุยโดนยูมะถามไม่ทันตั้งตัว รีบพยักหน้า ท่าทางเธอน่ารักมาก

ยูมะกล่าว

“เดี๋ยวชั้นพาเธอไปส่งที่บ้านนะ

ยุยฟังจบ ทำสีหน้าลังเลเล็กน้อย

ไไม่ต้องเกรงใจหรอก ถ้าปล่อยเธอเดินกลับคนเดียวมันอันตราย…อ๊ะ… แต่ถ้าเธอไม่อยากให้ชั้นรู้จักที่อยู่ จะแยกกันตรงนี้ก็ได้นะ”

พอยูมะพูดจบ ยุยส่ายหัว พิมพ์แชทตอบกลับมาว่า “เปล่าสักหน่อย ช่วยพาไปส่งทีนะ”

สรุปว่ายูมะพายุยไปส่งที่บ้าน พอเช็คที่อยู่ เล่นเอายูมะตะโกน

“บ้านเธออยู่ใกล้แค่นี้เองเหรอเนี่ย”

ยุยตกใจกับเสียงยูมะ พิมพ์แชทถาม

“ทำไมเหรอ”

“เอ่อ คือว่า เธอมองตรงนั้นนะ เห็นแมนชั่นที่มีถังเก็บน้ำอยู่ข้างบนมั้ย ชั้นพักอยู่ตรงนั้นแหละ”

“ใกล้จริงๆด้วย”

“สุดยอดไปเลย จะเป็นเรื่องเกมหรือในชีวิตจริง เราใกล้ชิดกันมาก นี่มันพรหมลิขิตชัดๆ”

ยุยฟังคำพูดยูมะจบ พิมพ์แชทตอบ

“หือ ใช้คำว่าพรหมลิขิตเลยเหรอ นี่นายจะจีบชั้นรึเปล่านิ”

ยูมะสะดุ้งกับแชท เล่นเอาอายม้วนต้วน คือคำพูดที่ยูมะพูดตะกี้เป็นคำที่ยุยเคยพิมพ์หาเขา จริงๆแค่จะแซวเล่น แต่ตอนนั้นมันไม่รู้นี่นาว่าแท้จริงแล้วยุยเป็นผู้หญิง

ยุยเห็นท่าทางอึกอักของยุมะ เธอเลยเริ่มรู้สึกอายกับคำพูดที่ตัวเองแชทถามเมื่อกี้เหมือนกัน ต่างคนต่างเขินทั้งคุ่

“ถ้างั้นชั้นขอตัวกลับบ้านก่อนนะ”

สุดท้ายเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ชวนอึดอัด ยูมะตัดสินใจรีบเผ่นกลับบ้านแทน

“ด..รอเดี๋ยวก่อน”

ยุยเรียกให้ยูมะหยุด

“มีอะไรเหรอครับ”

“ค..คือ…คือว่า..”

ยุยอึกอักพักหนึ่ง สูดลมหายใจเข้าลึก ซู้ด ฮ่า แล้วกล่าว

“วันนี้..ชั้น…สนุก..มาก ..ชั้นเพิ่ง..เคย..เที่ยวเล่นแบบนี้…กับเพื่อน..เป็นครั้ง..แรก”

“อืม ชั้นก็สนุกมากเหมือนกัน”

“จ..จริงเหรอ?ถ้าอย่างนั้น…พรุ่งนี้…ถ้ายูมะ…ไม่รังเกียจ..?”

“อืมได้สิ ช่วงนี้หยุดหน้าร้อนยาวยังไม่มีกำหนดการไปที่ไหน พรุ่งนี้เดี๋ยวชั้นมาเล่นด้วยกันอีก”

ยูมะกล่าวจบ ยุยที่ได้ฟังคำพูดยูมะสีหน้าแช่มชื่น ดีใจอย่างเห็นได้ชัด

“ข..ขอบคุณนะ..ฮะฮะ..ชั้น..ดีใจมากเลย..”

สีหน้าและแววตายุยดีใจอย่างใสซื่อ ใครเห็นก็ต้องบอกว่าเธอน่ารักจริง

ถ้าเทียบกับตอนที่ได้พบกันครั้งแรกยุยยังอึกอัก ดูเกร็งๆ แต่ตอนนี้เธอยิ้มได้แล้ว ถือว่ามาเที่ยววันนี้ไม่เสียเปล่าจริง

“ถ้างั้น..เจอกัน…พรุ่งนี้นะ”

“อืม เจอกันพรุ่งนี้ครับ”

ยุยส่งยิ้มโบกมือลายูมะ

เอาจริงๆจากใจยูมะตอนนี้ที่คิดอยู่ในระหว่างเดินกลับบ้านคือ จะว่าสนุกมันก็สนุกแหละ ถึงยังงั้นก็เหนื่อยใช่ย่อย แต่สุดท้ายทุกสิ่งที่ทำ เพียงเห็นรอยยิ้มของยุย ความเหนื่อยวันนี้คือคุ้มแล้ว


“กลับมาแล้วครับ”

“ยูคุง ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะ”

หลังจากกลับมาถึงแมนชั่น ยูมะกล่าวทักคนในบ้าน มีเสียงผุ้หญิงตอบรับกลับมาที่ห้องรับแขก

เมื่อยูมะเดินไปที่ห้องรับแขก เจ้าของเสียงต้อนรับยูมะคือ เนเน่ เป็นพี่สาวต่างสายเลือด เธอกำลังเย็บผ้าอยู่บนโตีะรับแขก

“รออีกแปบนะ ใกล้เสร็จแล้วล่ะ”

“ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ เรื่องมื้อเย็นเดี๋ยวผมจัดการเอง”

“จริงรึเปล่า? ฟังละชื่นใจเลย”

เนเน่ พี่สาวของยูมะเป็นผู้หญิงรูปร่างหน้าตาดีราวกับโมเดล ให้ความรู้สึกเป็นผู้ใหญ่ เป็นคนที่ร่าเริงแจ่มใส แต่เมื่อฟังคำพูดเธอจะพบว่ามีด้านที่เป็นเด็กซ่อนอยู่

ส่วนเรื่องเย็บผ้า ตอนนี้เนเน่กำลังเย็บชุดตัวละครจากอนิเมะไว้ให้คนซื้อไปแต่งคอสเพลย์

“มื้อเย็นนี้ผมทำเกี๊ยวซ่านะ”

“อืม ทำอะไรพี่กินได้หมดแหละ”

ถึงจะบอกว่าทำเกี๊ยวซ่า แตค่จริงๆก็แค่เอาวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปจากตู้เย็น เอามาตั้งไฟกะทะให้หายเย็น แล้วเสิร์ฟในสภาพร้อน

ระหว่างกินข้าว เนเน่ถามยูมะ

“วันนี้เห็นว่าไปเจอชวาร์สมาใช่มั้ย เจ้าตัวเป็นคนแบบไหนรึไ

“คือ….อืม..มีปัญหาเรื่องสื่อสารกับคนอื่นไม่เก่งแต่ก็เป็นคนที่น่าสนใจดี”

“ไม่ใช่ว่าเจอแล้วพล็อตแบบในอนิเมะว่าพอเจอกันในชีวิตจริง เพื่อนชายดันกลายเป็นเพื่อนสาวรึ”

“…จ..จะบ้าเรอะ พล็อตอนิเมะพรรค์นั้นมันจะเกิดขึ้นในชีวิตจริงได้ไงล่ะครับ”

จริงๆก็โดนพูดแทงใจและเป็นความจริงแหละ แต่ยูมะอายเลยไม่กล้าบอก

“อะไรกัน คิดว่าคนที่เปลี่ยนพฤติกรรมยุมะได้จะเป็นเด็กผู้หญิงนะเนี่ย ชั้นนึกขอบคุณเด็กคนนั้นจริงๆ พอลองนึกย้อนกลับไปวันทีชั้นกับยูคุงเจอกันครั้งแรก ยังคิดเลยว่าเจ้าชายปากหนักกลัวดอกพิกุลร่วงแบบยูคุง ชั้นจะคุยยังไงถึงจะสนิทกันได้”

ยูมะกับเนเน่เป็นพี่น้องต่างสายเลือด พ่อกับแม่ของทั้งคู่แต่งงานใหม่ ยูมะเป็นลูกทางแม่ ส่วนเนเน่เป็นลูกทางพ่อ

ทีนี้ ด้วยความที่แม่แต่งงานใหม่มันก็มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น ที่บอกได้ก็คือ จากเหตุการณืพวกนั้น ทำให้ยูมะสร้างกำแพง ไม่คิดจะคุยกับใครหน้าไหนทั้งนั้น กลับถึงบ้านปุ๊บคือปิดประตูห้องทันที

ทว่าหลังจากที่ยุมะได้รู้จักกับชวาร์ส นิสัยเขาถึงเริ่มเปลี่ยนไป

พอคุยกับชวาร์สบ่อยเข้า ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น แต่ว่ายูมะเริ่มเป็นฝ่ายปรับตัว เข้ามาคุยกับเนเน่เรื่องอนิเมะหรือมังงะที่ชอบ

ในทีแรก ทั้งยูมะและเนเน่กังวลในเรื่องความต่างของวัย คิดว่าจะคุยเรื่องอนิเมะไม่ได้ แต่กลายเป็นว่า ทั้งสองคนชอบในสิ่งเดียวกัน

บางครั้งเนเน่หรือยูมะยืมการ์ตูนที่อีกฝั่งซื้อมาอ่าน สุดท้ายตอนนี้ความสัมพันธ์ของยูมะกับเนเน่แทนที่จะบอกว่าเป็นพี่น้อง ควรเรียกว่าเป็นเพื่อนกันมากกว่า

“นั่นสินะ ต้องขอบคุณหมอนั่นจริงครับ”

นิสัยยูมะเปลี่ยนไปในทางที่ดีเมื่อได้รู้จักกับยุย เขาเข้ากับพี่สาวตัวเองได้ ฉะนั้น ที่ยูมะตั้งใจจะช่วยทำทุกอย่างให้ยุย จะเรียกว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณ ก็ไม่ใช่ว่าฟีลลิ่งขนาดนั้น

ความรู้สึกให้อธิบายคงประมาณว่า ตัวเขาตอนนี้มีความสุขแค่คนเดียวแต่ยุยยังต้องลำบากอยู่ในตอนนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่อง ตอนนี้ยูมะถือว่าลงเรือลำเดียวกับยุยแล้ว ยังไงเขาปฏิญาณกับตัวเองไว้ว่าต้องช่วยเหลือยุยให้ได้

จบCH2

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ลองอ่านดูมั้ย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-3 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-3 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ พี่ชายและพี่สาวที่กำลังถกกันอยู่หันขวับมาน้องตัวเอง โอ้ไม่อยากจะเชื่อว่าโซโยกะจะคิดแบบนี้กับผมด้วยเหรอเนี่ย “ฮือออ” อากิยามะหันมากล่าวกับผม “เพราะนายเลย อิคุถึงงอนชั้นแล้ว” “อ้าว หลงตัวเองไปปะเธอ ม่า

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-2 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-2 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ แม้ว่าน้องผมจะหน้าบึ้งเรื่องโดนผมตื๊อถ่ายรูป แต่ว่าก็น่ารักอยู่ดี คนภายนอกมามองฉากนี้คงเป็นภาพที่พิลึกเอาการ ที่เห็นเด็กมอปลายถือกล้องถ่ายรูปถูกเด็กเล็กทำหน้าบึ้งใส่นะ ถ่ายรูปหน้าเสาโรงเรียนเสร็จ ผมกับน้องเดินเข้ามาในโรงเรียน รอบๆผมเริ่มเห็นมีพวกคุณแม่พาลูกมาส่งละ แน่ล่ะว่า เมื่อเข้ามาในรั้วโรงเรียนแล้ว

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ “โอนี่จัง โรงเรียนอนุบาลแหละ” “ใช่แล้วครับ โซโยกะ วันนี้วันประถมนิเทศไงครับ” โซโยกะอยู่ที่ใจกลางห้องรับแขก นั่งโซฟาอยู่ น้องหันซ้ายขวากล่าวด้วยความตื่นเต้น ชุดเครื่องแบบที่นีี่มันจะเข้ากับน้องผมเกินปุยมุ้ย

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch1-1 น้องสาวผมน่ารักที่สุดในโลก

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch1-1 น้องสาวผมน่ารักที่สุดในโลก น้องสาวผมนี่ล่ะน่ารักที่สุดในโลก ผมตัดสินใจแล้วว่าจนกว่าถึงเวลาเริ่มโฮมรูม ผมจะนั่งเพลิดเพลินมองรูปน้องผมโซโยกะยาวไป บอกเลยว่ารูปนี้ผมเพิ่งถ่ายน้องสาวผมเมื่อเช้านี้สดๆร้อนๆ รูปที่ผมถ่ายเป็นตอนน้องสาวผมโซโยกะกำลังเคี้ยวขนมปังแก้มตุ่ย “หุหุหุ…. โซโยกะของพี่ชายวันนี้ก็ยังคงน่ารักเหมือนเคย” นี่ล่ะนางฟ้า นางฟ้ากำลังหัวเราะมองมาหาผม