Zuttomo CH1 This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend เล่ม 1 บทนำ + ch 1 ยูมะ กับ ชวาร์ส

001

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend บทนำ + CH1

สมบัติอันล้ำค่าของมนุษย์คือเพื่อนสนิท

หากมีความสุข เราจะสุข2เท่า หากมีความทุกข์ เราแชร์ความรู้สึกแย่นั้นให้เพื่อนฟังเพื่อระบายได้

สรุปง่ายๆ ขอแค่ชีวิตคุณมีเพื่อนแบบนี้สักคนก็ไม่เสียชาติเกิดแล้ว

แล้วถ้าเพื่อนที่สุดยอดคนนั้น เป็นเพื่อนต่างเพศ เขาและเธอมีความรรู้สึกชอบกัน เรื่องราวจะเป็นเช่นไร


สุงิซากิ ยูมะ กับ เพื่อนสนิทของเขา คามิชิโร ยุย ทั้งสองคนเดินทางไปโรงเรียนด้วยกัน

ยุยมีสีผมสีขาวต่างจากคนอื่น เธอเดินตามหลังยูมะ ด้วยส่วนสุงของเธอที่ค่อนข้างเตี้ยกว่า เหมือนลูกหมาตัวน้อยกำลังเดินตามเจ้านาย สายตาของทั้งสองคนต่างมองไปคนละทาง

แต่ว่าเหตุผลที่คนภายนอกมองปราดเดียวก็รู้ว่า ทั้งสองคนไม่ได้ทะเลาะนั่นคือ มือของทั้งคู่กุมมือกันในลักษณะของคู่รักจูงมือเดินไปด้วยกัน

สีหน้าของยุยเต็มไปด้วยความเขินอาย หน้าเธอแดงก่ำไปถึงใบหู

ส่วนทางด้านยูมะก็หัวใจเต้นตึกตัก เสียงดังราวกับจะทะลุอก ในหน้าร้อนผ่าว เขินไม่แพ้กัน

“…ถ้าเธออาย ปล่อยมือก็ได้ครับ”

ยูมะยื่นข้อเสนอถาม ส่วนคำตอบที่ได้รับคือยุยส่ายศรีษะปฏิเสธ ภาษากายบอกชัดเจนคือ “ไม่อยากปล่อยมือเธอไป” เธอกุมมือเขาแน่นกว่าเดิมเป็นคำตอบยืนยัน

ยุยเธอเข้าใจความรู้สึกตัวเองแล้วว่าเธอชอบยูมะในฐานะคนรัก แต่ว่าตัวยูมะเอง จะบอกว่า รักยุย ในฐานะคนรักด้วยกันมั้ย ถึงตอนนี้ยังบอกไม่ได้เต็มปากเต็มคำ

ยุยเพิ่งจะมีเพื่อนต่างเพศเป็นครั้งแรกคือยูมะ

จะบอกว่า สกินชิฟจากการจับมือ การที่เธอบีบมือแน่นขึ้น นั่นเป็นการทำในฐานะเพื่อน หรือ มันเกิดจากความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อน ยูมะก็ไม่กล้าฟันธงชัดเจน

แต่สิ่งที่ยูมะยืนยันได้แน่นอนคือ ยุยช่างน่ารักเหลือเกิน

ยูมะกุมมือเธอคืนกลับแน่นกว่าเดิม พลางนึกถึงเรื่องราวที่ได้พบกับเธอครั้งแรกตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน

กุมมือ

CH1-1 ยูมะ กับ ชวาร์ส
ทั้งสองคนพบกับช่วงหยุดฤดูร้อนม.2

รู้จักกันผ่านทางเกมออนไลน์ชื่อดัง ระดับโลก แกรนด์เกท

แกรนด์เกทเป็นเกมส์ mmorpg ผจญภัยต่างโลก ปรับแต่งตัวละครได้ตามใจชอบ

ยูมะเป็นผู้เล่นสายโซโล่เพลย์เยอร์ เล่นเอาชีพ นักดาบเวทย์

มีวันหนึ่ง ยูมะผจญภัย ขึ้นเรือล่องสำราญ โดนศัตรูเป็นมอนสเตอร์ขนาดยักษ์จู่โจมใส่ ศัตรูคือคราเคน เป็นมอนสเตอร์ระดับบอสที่ต้องใช้ผู้เล่นเลเวลสูง5คนรุมถึงจะเอาชนะได้

แต่ว่าบนเรือมีเพียง “ยูมะ” กับ “ชวาร์สชไวน์” ผุ้เล่นอีกคนหนึ่งสายอาชีพอัศวินศักสิทธิ์เกราะใหญ่

เอาจริงๆเป็นคู่ต่อสู้ที่ยากจะชนะด้วยคนเท่านี้

แต่ว่า..นี่เป็นครั้งแรกทื่ยูมะได้รู้ถึงความหมายคำว่า ลมหายใจสอดคล้องราวกับเป็นคนๆเดียวกัน

แรกๆพวกยูมะ ยังตั้งหลักไม่ติด เลยโดนบอสอัดใส่ แต่เมื่อการต่อสู้ผ่านไปเรื่อยๆ ชวาร์ส ที่เล่นสายซัพพอร์ต ฮีลในจังหวะที่เหมาะสม โจมตีกายภาพในจังหวะเหมาะเหม็ง ไม่ผิดแน่ว่าชวาร์สเป็นผู้เล่นระดับสุดแกร่งคนหนึ่งในเกมนี้

ส่วนทางผมก็ไม่ใช่ระดับไก่กา การเล่นหรือเทคนิคก็ไม่ได้หมู

หลังจากต่อสู้ได้สักพัก ยูมะและชวาร์สคงรู้สึกได้ว่า “คนๆนี้เก่งและพึ่งพากันและกันได้”

พอรู้สึกแบบนี้ การประสานงาน และจังหวะของพวกยูมะทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดก็สามารถล้มบอสได้ด้วยคนเพียงสองคน

หลังจากชนะ ยูมะกับชวาร์สก็ผจญภัยด้วยกันหลายครั้ง เลยเป็นเพื่อนกันในเกมและได้พูดคุยรวมถึงชีวิตจริงภายนอก เลยได้รู้ว่า ชวาร์สเรียนม.2เท่ากัน

ความบังเอิญที่วัยเดียวกัน และมีความชอบต่างๆไม่ว่าอนิเมะ หรือมังงะเหมือนกัน ทำให้ยูมะเกิดความรู้สึกว่า ถ้าได้เป็นเพื่อนกับคนๆนี้มันจะสนุกขนาดไหนนะ

**

หลังจากนั้นผ่านไป 1 ปีกับอีก8เดือน ทั้งสองคนจบม.ต้น ตอนนี้อยู่ในช่วงปิดเทอม เหลือเวลาอีกสามสัปดาห์ ถึงจะเริ่มเข้าเรียนม.ปลายปี 1

***ช่วงคุยในเกมจะเป็นน้ำค่อนข้างเยอะเลยขอตัดออก แต่จะสรุปคร่าวๆว่า ปกติ ชวาร์สจะเป็นคนที่พิมพ์แชทตอบเก่ง พิมพ์ฺเร็วมาก ปกติถ้าเปิดออโต้บอท ก็จะใช้เวลานั้นมาคุยเรื่องส่วนตัวกัน วันนี้ทั้งสองคนคุยเรื่องอนิเมะแนะนำ

ชวาร์สจะชอบตัวละครแนวโลลิ ยูมะจะแปลกใจบอกว่าปกติคนต้องชอบตัวละครสาวๆอกตู้มสิ เลยโดนแซวกลับ

หลังจากนั้น ยูมะจะรู้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่เกิดมา ชวาร์สมีร่างกายอ่อนแอกว่าปกติ ช่วงประถมถึงม.ต้นเลยไม่ค่อยได้เข้าเรียน แต่ตอนนี้คือรักษาหายดีระดับหนึ่งเลยคิดว่าช่วงม.ปลายจะไปเรียนได้ตามปกติ

“พูดตามตรงว่ากลัวการไปโรงเรียนนิดหน่อยนะ”

“แสดงว่าที่ผ่านมาเรียนด้วยตัวเองที่บ้านหรือโรงพยาบาลสินะ จะกลัวเรื่องไปโรงเรียนก็ไม่แปลกหรอกเพราะสิ่งแวดล้อมมันเปลียนด้วย”

“อืม เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ผมโดนแกล้งที่โรงเรียนด้วย”

**หมายเหตุจากผู้แปล(ชวาร์สตอนพิมพ์แชทกับยูมะจะแทนตัวเองด้วยสรรพนามว่าโบคุตลอด)

“มองจากภายนอก ผมจะมีจุดที่แตกต่างจากคนทั่วไป ผมเลยโดนคนแกล้งมาตลอด สุดท้ายผมเลยเป็นโรคสื่อสารกับคนทั่วไปไม่เก่ง”

**หมายเหตุจากผู้แปล ภาษาญี่ปุ่นในนิยายใช้คำเดียวกับโรคที่โคมิจากเรื่องโฉมงามพูดไม่เก่ง คือคำว่า Komyushou [コミュ症]

ถ้าใครไม่เคยดูเรื่องนี้ ให้คลิกลิ้งอ้างอิงที่นี่นะครับ เขาเขียนอธิบายเรื่องนี้ชัดเจนดี

ยูมะที่ได้ฟังคำตอบก็รู้สึกว่าเพื่อนมีอดีตที่แย่เลยอยากเป็นกำลังใจให้

“ถ้ามีอะไรที่ชั้นเป็นพลังให้นายได้ก็ดีสิ”

“ขอบคุณนะขอรับไว้แค่ความรู้สึกก็พอ”

“มีเรื่องอะไรปรึกษาเราได้ตลอดนะ”

“เรื่องอะไรก็ได้เหรอ เอาจริงดิ อิอิ”

“โห นี่คนเค้าจริงจังนะเฟ้ย”

“โทษทีโทษที”

“จะว่าไปนายเรียนที่ไหนล่ะ”

คำถามนี้มันถามไปเรื่อยแหละท ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่คำตอบที่ได้ทำเอาตะลึง

“อืม ผมเรียนที่โรงเรียนไซกะ”

ยูมะอุทานคำพูดออกมาในชีวิตจริงโดยไม่รู้ตัว

“ชั้นก็เรียนที่ไซกะเหมือนกัน”

“เอ๋ จริงดิ?”

“แล้วนายพักอยู่แถวไหนล่ะ”

ตอนนนี้ยูมะรู้แล้วว่าชวาร์สต้องอยู่ในเมืองเดียวกับที่เขาอยู่แน่

“บังเอิญอะไรอย่างนี้ แค่ผจญภัยด้วยกันในเกมนี่ก็บังเอิญแล้ว นี่มาอยู่ในเมืองใกล้ๆกันอีก เราสองคนมีโชคชะตาผูกไว้แน่”

“ใช้คำว่าโชคชะตาผูกไว้เลยเหรอ อย่าบอกนะว่านายจะจีบผม”

“ตลกละ ตูไม่ได้มีงานอดิกเรกจีบผู้ชายนะเฟ้ย”

หลังจากยูมะส่งแชทนี้ปุ๊บ ปกติชวาร์สเป็นคนที่พิมพ์แชทตอบมาไวมาก แต่คราวนี้หายเงียบไปเป็นนาทีเลย

ยุมะใจคอไม่ดีเลยส่งแชทไป

“เฮ้ เป็นอะไรรึเปล่า”

“อ้อ…งี้นี่เอง ผมยังไม่เคยบอกนายสินะ..”

“บอกว่า…?”

แชทที่ยูมะส่ง ไร้การตอบกลับไปพักหนึ่งก่อนจะขึ้นคำว่า

“โทษที ไม่มีอะไรหรอก”

“อืม เข้าใจแล้ว”

ถ้าคุยกันแล้วอยู่ๆบรรยากาศเปลี่ยน ก็สู้ไม่ต้องถามจะดีกว่า สุดท้ายยูมะเลยเลือกจะเปลี่ยนหัวข้อ

“จะว่าไป นายบอกว่าเพิ่งเข้าเรียนแบบนี้ นายมีตัวช่วยแล้วยัง”

“ตัวช่วย?”

“อืม นายห่างหายจากการไปโรงเรียนมาซะนาน บางทีมันอาจมีเรื่องที่นายลำบากไม่รุ้จะทำยังไง บอกได้เดี๋ยวชั้นช่วย”

“ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้”

“อย่าลืมสิว่านายกับชั้นเป็นเพื่อนกันนะ”

“แต่ว่าตัวผมในเน็ตกับชีวิตจริงมันต่างกันลิบลับ ผมสื่อสารกับคนอื่นไม่เก่ง อยู่ด้วยกันนายอาจจะเบื่อก็ได้”

“แบบนั้นยิ่งต้องอยู่ด้วยกันกับชั้น ถึงจะดี นายอยู่คนเดียวก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นมาหรอก เชื่อชั้นสิ เราเพื่อนกันนะ นายยิ่งเกรงใจชั้นยิ่งรู้สึกแย่นะเฟ้ย”

“ขอบคุณนะ จะว่าไปครั้งหน้าเดี๋ยวเราไปลุยเควสเอ้กตรีมด้วยกันมั้ย เห็นนายเคยบอก มีวัตถุดิบธาตุสายฟ้าที่อยากได้อยู่นี่นา”

“เออ จัดไปเพื่อน”

ถึงแม้จะเป็นคนที่ไม่เคยเห็นหน้าในชีวิตจริง แต่ยูมะคิดว่าชวาร์สคือเพื่อนคนสำคัญคนหนึ่ง ถ้าเพื่อนมีเรื่องเดือดร้อนอะไร ตัวเขาอยากจะช่วยเต็มที่

“ยูมะ ผมมีเรื่องจะขอร้องอย่างหนึ่ง”

“เอ๊ะ”

“ก่อนจะเริ่มเรียนม.ปลาย ผมอยากเจอนายในชีวิตจริงสักครั้ง”

“โอเค ได้เลย”

“เอ่อ..เอาจริๆงนะ ที่ผมชวนนี่เค้นพลังความกล้าออกมาสุดชีวิตเลย”

“โห ชั้นกับนายเป็นเพื่อนกัน จะเกรงใจทำมะเขืออะไรครับ”

ยูมะส่งแชทนี้ไปปุ๊บ แชทตอบกลับหายวับไปเลย จนยูมะต้องส่งถามซ้ำ

“เป็นอะไรรึเปล่า”

“เกิดรู้สึกกลัวขึ้นมาน่ะ”

“กลัว?”

“ถ้าการพบกันในชีวิตจริงมันไม่เป็นไปตามที่คิด ยูมะเปลี่ยนนิสัยจากเดิม ผมคงช็อคจนทำอะไรไม่ถูกแน่”

“เมิงนี่น้า เชื่อเพื่อนกันบ้างดิวะ นี่พิมพ์เองยังรู้สึกระดาก แต่นายคือเพื่อนคนสำคัญอันดับหนึ่งของชั้น ชั้นไม่เปลี่ยนนิสัยกับอีเรื่องพรรค์นี้หรอก”

“ขอบคุณนะ ผมก็คิดว่ายูมะคือเพื่อนคนสำคัญอันดับหนึ่งเหมือนกัน”

ทั้งสองคนพิมพ์เองเขินเอง แต่ถามว่ารู้สึกแย่กับสิ่งที่พิมพ์มั้ย บอกเลยว่าไม่สักนิด

หลังจากนั้น ชวาร์สแชทต่อ

“ผมขอโทษด้วยที่ต้องพึ่งนาย คือผมอยากจะฝึกการสนทนากับคนอื่นจากปากตัวเองโดยตรง ปกติคนที่ผมคุยมีแค่พ่อแม่ หมอ กับครู ถ้ามียูมะมาช่วยผม ผมคงคุยกับคนอื่นได้ปกติ”

“คือนายอยากให้ชั้นเป็นคนช่วยรักษาโรคสื่อสารไม่เก่งสินะ”

“ผมอยากหายจากโรคนี้ เพราะถ้าเป็นนักเรียนม.ปลายแต่ยังแก้โรคนี้ไม่ได้ การใช้ชีวิตในโรงเรียนคงลำบากน่าดู แล้วก็….”

“แล้วก็?”

“ผมอยากมีเพื่อน”

คำพูดคำเดียวแต่ซึ้งทะลุอก

“ตัวผมน่ะ ตอนแรกคิดว่าถึงใช้ชีวิตคนเดียวก็ไม่เป็นไร แต่ว่าพอผมเป็นเพื่อนกับยูมะ ได้ร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ ผมสนุกมาก พอยูมะไม่อยุ่ ผมเหงาจริงๆ”

เอาจริงทางยูมะก็รู้สึกไม่ต่างกับชวาร์ส พอเลิกเล่นเกมก็ได้แต่นอนจ้องเพดานเบื่อๆ ตอนกลางวันสัยที่เรียนก็หนีไปกินข้าวบนดาดฟ้าคนเดียว กลับถึงบ้านปุ้บก็หมกตัวอยู่ในห้อง ไม่เล่นเกมก็อ่าหนังสือ ชีวิตวนลูปอยู่แค่นี้ จนกระทั่งรู้จักกับชวาร์ส ชีวิตถึงมีสีสันขึ้นเยอะ ยูมะถึงอยากเป็นเพื่อนกับชวาร์สในชีวิตจริง

ยูมะแชทตอบกลับอย่างชัดเจน

“วางใจได้เลย”

จากนั้นแชทเสริมไปอีก

“ยืนยันเลยว่าต่อจากนี้นายจะไม่เดียวดาย ชั้นจะช่วยนายรักษาโรคสื่อสาร ชั้นจะทำให้นายได้ใช้ชีวิตม.ปลายที่ดีที่สุด คอยดูได้เลย”

“ทำไมยูมะพูดจาดูเท่จังเลยฟะ 55”

“หุบปากไปสาสส พูดเองเขินเองอยู่เนี่ย อย่าแซวมากได้ปะ”

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยูมะตัดสินใจแล้วว่า ยังไงก็จะเป็นเพื่อนกับชวาร์สให้ได้


บ่ายวันนัดเจอกันในชีวิตจริง ยูมะรออยู่หน้าสถานีรถไฟ

“ไม่มารึเปล่านะ”

ยูมะมองซ้ายขวายังไม่พบคนที่มีท่าทีจะเป็นชวาร์สเจอ

ปกติตอนเล่นเกม ชวาร์สเป็นคนที่มาก่อนเวลานัดห้านาทีด้วยซ้ำ

“หรือว่าหลงทาง?”

จะตัดความเป็นไปได้เรื่องนี้ก็ไม่ได้ เพราะพื้นที่แถวนี้ก็คนพลุกพล่านระดับหนึ่ง

ผมลองกดโทรศัพท์หาชวาร์ส ปล่อยเสียงโทรศัพท์ดังตู้ดๆๆๆๆเรื่อยๆ แต่ก็ไม่มีใครรับสาย

“เป็นอะไรรึเปล่านะ อย่าบอกนะว่าหลงทางหรือเกิดอุบัติเหตุ”

ขณะที่ยูมะกำลังกังวลกับสถานการณื สายตาเหลือไปเห็นบางอย่าง

“……?”

ตรงโน้นไกลๆข้างมุมตึก เหมือนผมเห็นใครแอบซ่อนตัวอยู่ คนๆนั้นใส่เสื้อพาร์ก้า(เสื้อแจ็คเก็ตคอกลมแบบมีฮู้ด) สวมฮู้ดปิดบังทำให้เห็นหน้าไม่ชัด แต่ท่าทีของเขาเหมือนดูโทรศัพท์อยู่

หันซ้ายขวาลังเล เดินไปสถานีตำรวจที่อยู่ข้างๆ ราวกับว่าโทรศัพท์นั้นเป็นของคนอื่น จะเอาโทรศัพท์นี้ไปให้ตำรวจหาเจ้าของ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ยื่นให้ เดินคอตก มองโทรศัพท์อีกครั้ง สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนตัดสินใจกดรับสาย นั่นเป็นเวลาเดียวกับที่เสียงโทรศัพท์ตู้ดๆผมดับพอดี ชัดเจนว่า คนสวมชุดพาร์ก้าเป็นชวาร์สแน่นอน

“ฮัลโล ตอนนี้นายอยู่ไหน”

“……..”

“หือ ไม่ได้ยินรึเปล่า ฮัลโล ได้ยินมั้ย”

“…อยู่..”

ดูเหมือนว่าฝั่งที่รับสายพยายามจะสื่อสารกลับ แต่ไม่รู้จะตอบกลับยังไง ทางยูมะก็ตัดสินใจเดินไปยังที่คนสวมชุดพาร์ก้า

“”คนสวมฮุ้ดที่อยู่ตรงข้างๆสถานีรถไฟคือนายใช่มั้ย”

ยูมะได้ยินเสียงสูดหายใจเข้า เป็นจังหวะเดียวกับที่เห็นคนสวมชุดพาร์ก้ามีปฏิกริยาสูดลมหายใจเหมือนกัน

“โห อุตส่าบอกไปแล้วว่าจะรอตรงหอนาฬิกา นายลืมรึไงฟะ”

ยูมะคุยโทรศํพท์ส่งเสียง พลางโบกมือหาคนสวมชุดพาร์ก้า ในที่สุดคนสวมชุดพาร์ก้าก็เห็นยูมะ สบตากัน หลังจากนั้นฅ”

“ข..ขอโทษ..”

เสียงจากสายกล่าวขอโทษลอยเข้าหุ

หลังจากนั้นคนสวมชุดพาร์ก้า ไม่สิ ชวาร์สตัดสินใจวิ่งหนี

“ไม่ไหว ว่าแล้วเชียว ไม่ไหวจริงด้วย”

ยูมะได้ยินเสียงจากโทรศัพท์เข้าหู

ไม่ไหว? คือรู้แหละจากแชทว่าเป็นคนที่ขาดความมั่นใจ แต่เป็นได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ

ถ้าเป็นแบบนั้นจริงยิ่งปล่อยให้หนีไม่ได้ ถ้าปล่อยให้หนีไป เกรงว่าอนาคตอาจจะไม่มีโอกาสได้พบกันอีก

ยูมะคิดว่ายังไงก็ต้องตามให้ทัน และถ้าเจอหน้าเมื่อไร จะบอกเขาว่า “ไม่ต้องคิดเยอะขนาดนั้น” พร้อมส่งยิ้มให้

ยูมะออกวิ่งไปทั้งที่ยังถือโทรศัพท์แนบหุ

“ชวาร์สรอเดี๋ยวก่อน”

“……แฮ่ก…..แฮ่ก”

ไม่มีเสียงตอบกลับ ไม่สิ นี่มันเสียงหายใจหอบจนตอบกลับไม่ไหวต่างหาก

ชวาร์สวิ่งหนีไปยังซอกตึกที่คนไม่นิยมเดิน

ดูเหมือนว่าพลังกายของชวาร์สจะถึงขีดสุด ฝีเท้าเริ่มชะลอทีละหน่อย

“ชวาร์สสส”

ชวาร์สได้ยินเสียง หันกลับมาแว่ยหนึ่งก่อนจะวิ่งหนีต่อ แต่ดูเหมือนพลังกายจะหมดแล้ว สปีดเลยตกฮวบฮาบ เข่าสั่นขาสั่น

“บอกให้รอก่อนไง นึกยังไงถึงหนีล่ะ”

ยูมะวิ่งตามมาทัน คว้ากอดเขาจากด้านหลังแน่นเพื่อไม่ให้หนีไปได้ แต่ว่าความรู้สึกที่ส่งผ่านมือมันนุ่มแปลกๆ

คือได้ยินมาว่าร่างกายอ่อนแอก็จริง แต่สัมผัสที่นุ่มนิ่มเกินคาดจากมือนี่ มันไม่ใช่ละ อย่าบอกนะว่า..

“แง”

มือขวาของยูมะที่จับโดนอะไรสักอย่างนุ่มๆ ตำแหน่งที่มือยูมะโดนคือหน้าอกของชวาร์ส

“……ห๊ะ”

“!!”ไม่น้า …อย่า..จับนะ… ปล่อยชั้นเถอะ…”

ชวาร์สเอ่ยเสียงสูงสั่นเครือ

เสียงชวาร์สถ้าเทียบกับผู้ชายทั่วไปตอนฟังผ่านโทรศัพท์ ต้องบอกว่าสูงกว่าปกติ

แต่ว่าพอฟังโดยตรงจากหูตัวเอง เสียงชวาร์สน่ารักมาก และโทนเสียงแบบนี้มันชัดเจน..

“เอ้อ..เอ๊ะ..คือว่า..นายคือชวาร์สใช่มั้ย”

ชวาร์สพยักหน้าทั้งที่ยังโดนกอดอยู่

“งั้นเหรอ.. ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ แล้วก็..ชวาร์ส..นาย…ไม่สิ..เธอ..เป็นผู้หญิงสินะ”

ชวาร์สพยักหน้ารับ

“..แล้วก็ตะกี้ที่มือผมไปโดนคือหน้าอกเธอใช่มั้ย”

“……”

ไม่มีเสียงตอบรับ เด้ดแอร์ไปพักใหญ่ ก่อนที่เธอจะพยักหน้าเล็กน้อย

โอเค สงบจิตใจก่อน สรุปว่าตะกี้เราทำอะไรลงไปบ้าง

1.วิ่งไล่ตามเด็กผู้หญิง

2.กอดเธอจากด้านหลัง

3.มือไปโดนหน้าอกเขา

ขณะที่ยูมะคิดอยุ่ ชวาร์สยังคงก้มหน้านิ่ง

“เอ่อ…คือว่า..ก็ไม่..ตั้งใจ ยังไงก็ขอโทษด้วยนะครับ

ยูมะก้มหน้าไปอีกทาง ชิบหายของจริง ปากบอกว่าจะไปแก้เรื่องโรคสื่อสารกับคนอื่นไม่เก่ง แต่มาถึงเมิงไปจับหน้าอกเขาเลย เจริญเหอะ

“เอ้อ..ม…ไม่..เป็นไร…ค่ะ..เป็นเพราะ..ชั้น…วิ่งหนี..ก่อนเอง..ขอโทษ…ค่ะ”

ยูมะที่ก้มหัวอยู่ ได้ยินเสียงสั่นๆเบาๆจากปากชวาร์ส

“พอถูก…จ้อง..ก็เลย..กลัวขึ้นมา…..เงยหน้า..เถอะค่ะ ยู..มะ “

พอชวาร์สบอก ยูมะเลยเงยหน้าขึ้น ในหัวก็คิดว่า “แค่ถูกจ้องก็กลัว” มันหมายความว่าไง แต่พอเห็นหน้าเธอชัด เขาเข้าใจทันที

สิ่งที่อยู่ตรงหน้ายูมะ…มันคือนางฟ้าชัดๆ

ใบหน้าที่น่ารักจนรู้สึกถึงได้ความนุ่มนวลราวกับสัตว์ตัวน้อย ผิวขาวเนียนอย่างที่ไม่เคยเห็นที่ไหน

นางฟ้าตรงหน้าผมมีเส้นผมสีขาวโดดเด่น

เส้นผมที่ขาวราวกับหิมะผนวกกับผิวสีขาวของเธอยิ่งขับความน่ารักยิ่งกว่าเดิม

แม้ว่าจะขัดใจเรื่องการแต่งกาย เพราะเท่าที่เห็นทั่วไปคนใส่ชุดพาร์ก้า มักจะเป็นพวกที่ร่าเริงแจ่มใส ความไม่เข้ากันนี้ทำให้มีความรู้สึกแปลกนิดๆ

ยูมะที่จ้องชวาร์สตาไม่กระพริบ ตัวแข็งสนิทด้วยความที่มีหลายข้อมูลวิ่งเข้ามาในหัว แต่พอเบนสายตา จ้องเธอเท่านั้นแหละ เกิดเรื่องเลย

“ฮึก..ฮือ..ฮือ”

ชวาร์สร้องไห้น้ำตาไหล ยกสองมือเอาฮุ้ดปิดบังผมตัวเอง สักพักหนึ่งเหมือนว่าเธอจะทนรับแรงกดดันไม่ไหว จู่ๆวิ่งหนียูมะอีกรอบ

“..ร..รอเดี๋ยว..”

ยูมะเรียกเธอให้หยุด แต่ดูเหมือนว่าจะไม่จำเป็น เพราะว่าชวาร์สแก๊สหมดของจริง วิ่งไปได้ไม่กี่เมตร เธอก็ตุปัดตุเป๋ ทำท่าจะล้มหน้าคว่ำกับพื้น

“..ม..ไม่เป็นไรใช่มั้ย”

ชวาร์สเข่าทรุดสองมือแตะพื้น หอบหายใจตัวโยน ยูมะรีบประคองเธอไปนั่งหลบข้างถนน

“ไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องขยับตัวนะ”

ยูมะวิ่งไปซื้อชากระป๋องจากเครื่องขายอัตโนมัติแถวๆนี้ ส่งให้ชวาร์ส เธอรับน้ำไปแล้วดื่มอย่างหิวกระหาย ด้วยความที่รีบดื่ม เธอเกิดอาการสำลักไอค่อกแค่ก

ยูมะเห็นสภาพแล้ว เดินไปลูบหลังให้ ปกติถ้าเป็นคนต่างเพศที่ไม่รู้จัก มีคนมาทำแบบนี้ต่างคนคงต่างเกร็งทั้งคู่ แต่เห็นสภาพชวาร์สแล้วไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องพรรค์นั้นอีก

“ใจเย็นขึ้นรึยังครับ”

ชวาร์สฟังคำถามยูมะ พยักหน้าตอบเล็กน้อย

สองมือเธอกลับมาจับฮุ้ดปิดบังทรงผมตัวเอง ยังมีอาการไหล่สั่นอยู่ คงจะตื่นเต้นแหละ แต่ใช่ว่าจะเป็นเธอคนเดียว เพราะยูมะเองก็ตื่นเต้นไม่ต่าง

“เอ่อ… ผมชื่อยูมะ ส่วนเธอ…ไม่สิ นายคือชวาร์สใช่มั้ย”

ตอนแรกยูมะจะเรียกชวาร์สว่าเธอเพราะเป็นเด็กผู้หญิง แต่คิดอีกทีเพื่อแก้ไขบรรยากาศให้หายเครียด เขาเลือกใช้สรรพนามที่เรียกชวาร์สในเกมแทน

ชวาร์สฟังจบ พยักหน้าเล็กน้อย

“ใช่……ค่ะ”

สาวน้อยตรงหน้าผมพึมพำเสียงค่อยแทบไม่ได้ยิน บุคลิกเธอตอนนี้คนละเรื่องกับที่อยู่ในแชทราวกับคนละคนเลย

อิเมจที่ยูมะนึกไว้ตอนแรกคิดว่า น่าจะเป็นวัยรุ่นแจ่มใส เข้ากับคนง่าย แต่ความเป็นจริงดันเป็นสาวน้อยที่ขี้อายสุดๆ

แต่ถึงแม้ว่าอิเมจที่นึกไว้กับความเป็นจริงจะแตกต่างกัน ความตั้งใจของยูมะที่จะเป็นเพื่อนกับชวาร์สก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง

“..ขอโทษนะ”

ชวาร์สพนมมือกล่าวขอโทษ

ไม่รู้ว่าชวาร์สขอโทษยูมะด้วยเรื่องอะไร แต่พอเธอมองยูมะ สีหน้าเธอมีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ แล้วก็ไม่ต้องมองด้วยสายตาระแวงแบบนั้นก็ได้ มันไม่ได้มีเรื่องอะไรให้ขอโทษนี่ครับ”

“อ..อืม”

ชวาร์สพยักหน้าเล็กน้อย แต่ว่าดูเหมือนยังคิดไม่ออกว่าต่อจากนี้จะทำอะไรต่อดี สายตาสอดส่องซ้ายขวาไม่กล้าสบตาผม สีหน้าวิตกกังวลเหมือนเดิม

“ค..คือว่า…ชั้น…”

ดูเหมือนว่าเธออยากจะพูดอะไรบางอย่าง ปากเธออ้าแล้วหุบ อ้าแล้วหุบ แต่เสียงไม่ออก

สภาพแบบนี้ผมนึกออกว่าสมัยอดีตก็เคยมีอาการแบบนี้

อาการแบบนี้คือ ในหัวมีคำพูดมากมายอยากจะพูด

แต่ด้วยความตื่นเต้นจัดจนไม่รู้จะพูดคำไหนออกมาก่อนดี

ตอนที่มีอาการแบบนี้ จะรู้สึกว่าทำไมกูถึงได้กระจอกเหลือเกิน สุดท้ายมันจะค่อยๆลามเป็นความเกลียดชังตัวเอง ความรู้สึกแบบนี้ยูมะเข้าใจลึกซึ้งเป็นอย่างดี

ยูมะส่งยิ้มให้เธอ หยิบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนขึ้นมากดแอปเปิดเกมออนไลน์ที่เล่นด้วยกันกับชวาร์ส

เกมส์แกรนด์เกทเป็นเกมที่เล่นได้ทั้งในพีซีและมือถือ

ปกติยูมะมักจะเล่นเกมนี้ผ่านทางคอมพิวเตอร์ แต่บางครั้ง เวลาล้าๆก็จะใช้มือถือเล่นระหว่างนอนบนเตียง

“เล่นเกมด้วยกันมั้ยครับ”

อยู่ๆก็ถูกชวนเล่นเกมโดยไม่ทันตั้งตัว ชวาร์สที่กำลังตะลึง แต่สุดท้ายก็หยิบมือถือตัวเองเปิดเกมแกรนด์เกทด้วย

หน้าเกมตอนเริ่ม มีแชทเมสเซจเด้งขึ้นมา เป็นแชทจากยุมะเขียนว่า

“เจอกันที่หอนาฬิกาเมืองลูมีที่เดิม”

ชวาร์สเบิกตาเล็กน้อย มองยูมะแว่บหนึ่ง เลือกตัวละคร กดเดินไปตามสถานที่ในแชท

เมื่อเดินไปถึงหอนาฬิกา “ยูมะ” ยืนรออยู่ที่หอนาฬิกา

**หมายเหตุจากผุ้แปล ผมน่าจะลืมบอกไปว่า ยูมะตั้งชื่อตัวละครในเกมเป็นชื่อตัวเองเลย คือ ยูมะ

เมื่อ “ยูมะ” กับ “ชวาร์ส” เจอหน้ากันในเกม ทั้งสองคนกดอีโมหัวเราะ โบกมือให้ ก่อนที่ยูมะจะส่งแชทเมสเซจ

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมยูมะครับ ฝากเนื้อฝากตัวอีกรอบด้วยนะครับ”

ชวาร์สเปล่งเสียงอ๊ะเบาๆ เธอนึกออกว่านี่เป็นคำพูดที่ยูมะพูดให้เธอฟังตอนที่ได้เจอในชีวิตจริงเมื่อครู่

ยูมะส่งแชทต่ออีก

“ถ้ายังไม่พร้อมคุยกันในชีวิตจริง เราคุยผ่านกันในนี้ก่อนได้นะครับ”

ชวาร์สตะลึง พูดตะกุกตะกัก

“เอ๋..?..เอ่อ..คือ…?”

**หมายเหตุจากผุ้แปล ถ้าเป็นในโนเวล จะเขียนตรงลูกน้ำชัดเจนว่า ตอนนี้คุยกันในเกม หรือคุยกันจากปากตัวเอง ให้นึกสภาพเหมือนเรื่องน้องเอมม่านั่นแหละครับ ที่อาโอยางิเวลาพูดภาษาอังกฤษ ตัวลูกน้ำจะเปลี่ยน

“ถ้าคุยกันตรงๆคงจะตื่นเต้นเกินไป ในระหว่างที่ปรับตัว เราคุยผ่านกันทางแชทเกมนี้ก็ได้นะ”

พอชวาร์สเห็นแชทนี้ เธอหน้าสลด หลบตายูมะมีท่าทีขอโทษ พิมพ์แชทตอบ

“ขอโทษด้วยนะ”

“เอาน่า เรื่องสื่อสารของนายชั้นรู้แต่แรกอยู่แล้ว ก็นายเป็นคนบอกเอง จะมาขอโทษทำไมเล่า เปลี่ยนคำขอโทษเป็นปลุกกำลังใจตัวเองดีกว่าน่า”

ชวาร์สตะลึงเล็กน้อยกับแชทที่ยูมะส่ง เธอพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเริ่มพิมพ์แชทกลับ

เสียงเตือนว่าอีกฝั่งส่งข้อความดังขึ้นที่มือถือยูมะ

ขอแนะนำตัวเองใหม่อีกครั้งนะ..ยินดีที่ได้รู้จัก ผมชื่อชวาร์ส ฝากตัวด้วยนะยูมะ”

พอเปลี่ยนมาแชทในเกมแทน ดูเหมือนว่าชวาร์สจะอาการดีขึ้น สีหน้าดูแจ่มใสกว่าเดิม

“เออ ฝากตัวด้วยเช่นกัน …จะว่าไป ถ้านายเป็นผู้หญิงก็น่าจะบอกกันแต่แรกสิ เจอตัวจริงเป็นผู้หญิงเล่นเอาตาค้างเลย”

“ก็นะ…นายจำได้มั้ยว่าเมื่อวานผมเป็นคนบอกว่าบุคลิกแชทกับชีวิตจริงผมมันต่างกัน”

“บอกแต่บุคลิกโว้ย ไม่ได้บอกเพศแล้วใครจะตรัสรู้ฟะ”

“จริงๆแล้วเมื่อก่อนเคยมีนัดกับคนในเกม พอบอกว่าเป็นผู้หญิง อีกฝั่งก็เปลี่ยนท่าทีเป็นพิมพ์ว่า “นัดเจอกันสักครั้งมั้ย” “สนใจเรื่องอย่างว่ารึเปล่า” แล้วแชทแนวนี้เด้งเข้ามาไม่หยุด ตั้งแต่นั้นมาผมเลยต้องแสร้งเป็นผู้ชาย”

“อะนะ พวกม่อสาวในเกมมันก็มีจริง อันนี้ไม่เถียง ลำบากแย่เลยสินะ”

“เอาจริงๆตะกี้ก็โดนยูมะหื่นใส่จับหน้าอกชั้นด้วย”

“โอ้ยยยผมขอโทษจริงๆ อันนี้จากใจเลยครับ ไม่รู้จะพิมพ์ยังไงดีผมผิดไปแล้วววว”

“ไม่เป็นไรจ้าอย่าใส่ใจ”

“โล่งอกไปที ตะกี้เอาจริงๆถ้านายแจ้งตำรวจหรือเกลียดขี้หน้า ชั้นคงปาดเหงื่ออะ”

“รู้ตัวว่าทำผิดงั้นนายต้องไถ่โทษด้วยการไปช่วยขุดเหมืองหาแร่แบบนันสต๊อปมาให้ผมด้วย”

“โห ได้ทีเอาใหญ่เลย กลา่ยเป็นสาวน้อยนุ่มนิ่มเลยนะ “

“แน่อยู่แล้ว จับหน้าอกผู้หญิงแล้วโดนลงโทษแค่นี้ก็บุญเท่าไรละ”

“ครับๆ เดี๋ยวไปขุดให้ยาวๆเลย”

แชทที่คุยกันคือชัดเจนว่านี่คือชวาร์สที่ยูมะคุยมาตั้งแต่อดีตไม่ผิดแน่ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เจ้าของแชทที่อยู่ข้างยูมะ

พอยูมะละสายตาจากโทรศัพท์มองเธอ สาวเจ้ารีบเอามือถือยกมาปิดหน้าตัวเองที่เขินอายจนหน้าแดง

“จริงๆถ้าอายขนาดนั้น บอกมาจากปากเลยก็ได้นะ”

ยูมะคิดแบบนี้แว่บหนึ่ง ก่อนส่ายหน้า ในเมื่ออยากสนับสนุนให้ชวาร์สสื่อสารกับคนตรงหน้าได้ จะไปเร่งให้เธอพูดก็ใช่เรื่อง

เอาจริงๆ คนที่ตื่นเต้นไม่ได้มีแค่ชวาร์ส ยูมะเองก็ด้วย

ตกใจเรื่องสีผมไม่พอยังต้องมาตกใจกับเรื่องเพศอีกฝั่งด้วย

เพื่อนสนิทที่คิดว่าเป็นผุ้ชายมาโดยตลอดดันกลายเป้นผู้หญิง แถมดันเพื่งไปจับหน้าอกเขาด้วย วีรกรรมสุดทีนขนาดนี้ไม่ตื่นเต้นสิแปลก

ทางชวาร์สเหมือนจะรู้สึกว่า ยุมะมองผมตัวเอง เลยดึงฮู้ดลงมาปิดทรงผม

ยูมะเห็นแล้วพูดออกไปว่า

“จริงๆก็ไม่มีไรมากหรอก แค่ไม่นึกไม่ฝันว่าเพื่อนที่คิดว่าเป็นผุ้ชายมาโดยตลอดดันกลายเป็นผู้หญิงนี่แหละ”

“…..”

ชวาร์สไม่ตอบ แต่พิมพ์แชทเมสเซจแทน

“เรื่องนี้ต้องขอโทษด้วย ผมเองก็คิดว่ายูมะเป็นเพื่อนมาตลอด แต่ก็กลัวว่าหากยูมะรู้ความจริงว่าผมเป็นผู้หญิง ท่าทีของนายจะเปลี่ยนไปจากเดิมเลยไม่กล้าพูดความจริง”

ตอนแรกยูมะกะจะตอบกลับว่า ไม่มีทางหรอก แต่ก็พูดไม่ออก ยิ่งนึกถึงไปตอนที่คุยแชทกันก็แอบรู้สึกเสียใจภายหลัง เพราะที่แชทกับชวาร์สเมื่อก่อนหน้านี้ตอนดึก

เคยคุยเรื่อง18+ความฝันเฟื่องของเด็กม.ปลาย ประมาณว่า โดนสาวรุ่นพี่อกแตงโมเข้ามาตกหลุมรัก แล้วก็ อยากสาวรุ่นพี่อกแตงโมคนนั้น เข้ามาทำเรื่องอย่างว่าในห้องเรียนที่ไม่มีผุ้คน

ไอ้เหี้ยเอ้ยยยย กูพูดเรื่องพรรค์นี้กับผู้หญิงที่อายุเท่ากับชั้น พอคิดแล้ว ข้างในใจยูมะตะโกน “อ้ากกกกกก” ลั่นอยู่ในอก บิดตัวไปมาด้วยความเขิน

“ถ้าคิดถึงเรื่องที่นายเคยคุยกับผมเกี่ยวกับเรื่องลามก อยากบอกว่าไม่ต้องคิดมาก ผมเคยอ่านผ่านๆในเน็ต พวกผู้ชายส่วนใหญ่ก็มีความใฝ่ฝันทรงเดียวกับยูมะนั่นแหละ”

โอ้แม่เจ้า เธอรู้สิ่งที่ผมคิดซะด้วย เล่นเอาอยากกระโดดตึกตายตอนนี้เลย

ยูมะพบยุยครั้งแรก

“แล้วก็เรื่องสีผมของผม..”

ชวาร์สกล่าว เอามือแตะผมตัวเอง

“ตอนอยู่ประถม ผมถูกคนอื่นบุลที่เพราะสีผมนี้”

ยูมะรู้ถึงความลำบากใจ

เข้าใจเป็นอย่างยิ่งเลย

ตอนอยู่ประถม ถ้าคุณแตกต่างเรื่องสีผมโดดเด่นจนโดนรังแก มันไม่ใช่เรื่องแปลกใจเลยในสังคม

ยูมะที่เข้าใจถึงความเจ็บปวดของเพื่อนซี้ รู้ซึ้งเจ็บแทน

“แต่ก็นะ สีผมของผมแค่เห็นคนก็ขยะแขยง บางทีจะไปโทษคนแกล้งคงไม่ได้่”

“เรื่องนั้นมันไม่จริงสักหน่อย”

ยูมะหยุดแชท เปลี่ยนเป็นพูดในโลกจริง ยื่นมือคว้าไหล่ของชวาร์สที่สั่น เธอตกใจเปล่งเสียงกรี๊ดเบาๆ เบิกตากลมโตมองยูมะ

“นายโคตรน่ารักเลยต่างหาก เห็นครั้งแรกชั้นถึงมองไม่วางตา สีผมของนายสวยเหมาะกับนายมาก เหมือน…นางฟ้าไม่มีผิด…เพราะฉะนั้นชั้นคิดว่านายควรมีความมั่นใจมากกว่านี้นะ…เคมั้ย?”

ยูมะรู้สึกว่าพูดเองอายเอง แต่พอพูดแล้วมันหยุดความรู้สึกที่คิดในใจไม่ได้เลยสารภาพหมดเปลือก

ชวาร์สหน้าแดงแป๊ด หยิบโทรศํพท์ขึ้นมากดแชท

“ยูมะหน้าแดงแจ๋เลยนะ 55555”

ยูมะเปลี่ยนจากพูดในชีวิตจริง หันมากดแชทตอบ

“ยังมีหน้ามาพูดอีกนะ555”

ยูมะคิดว่าถึงแม้ชวาร์ส เพื่อนสนิทที่เขาคิดว่าเป็นผู้ชาย แท้จริงแล้วเป็นผู้หญิงและมีสีผมสีขาว แต่แล้วไงล่ะ พอพิมพ์คุยกันในแชทมันก็ขัดเจนว่า ชวาร์สก้คือชวาร์ส ปากต้องแซ่บแบบนี้นิดๆแหละ

แต่ว่าฝั่งชวาร์ส ตอนนี้ดูมีท่าทีเหมือนเสียดายบางอย่าง

“เป็นอะไรไปนิ”

พอถูกถามใจแชท เธอมีท่าทีลังเลเล็กน้อยก่อนแชทกลับ

“ผมคิดว่า ถ้าเป็นยูมะ ผมคงสามารถสนทนาในชีวิตจริงได้แม้สักนิดนึงก็ยังดี แต่ความเป็นจริงคือ สุดท้ายผมได้แค่สนทนาผ่านแชทเท่านั้น รู้สึกแย่มากเลย”

ก็นะ ชวาร์สออกมาพบผมในชีวิตจริงด้วยจุดประสงค์ว่าต้องการรักษาโรคสื่อสารคนอื่นไม่เก่ง

แต่ยูมะคิดว่า มันจิ๊บจ๊อยมาก ก่อนจะรักษาโรคสื่อสาร ชวาร์สควรมีความมั่นใจในตัวเองมากกว่านี้เดี๋ยวก็ดีขั้นเอง

ชวาร์สไม่ได้มีปัญหาแค่เรื่องสื่อสาร ยังมีความกังวลเรื่องรูปลักษณ์สีผมด้วย ฉะนั้นมันจะแก้ไขทันทีเลยคงเป็นไปไม่ได้ เอาจริงๆแค่เธอกล้าที่จะออกมาพบผมในชีวิตจริง นั่นก็น่าชื่นชมมากพอแล้ว

ด้วยเหตุนี้ ยูมะกระตุ้นตัวเองด้วยการตบแก้มของเขา เขาสรุปความคิดตัวเองออกมาชัดเจน

สิ่งที่เขาตกใจมีเพียงแค่เพื่อนที่คิดว่าเป็นผู้ชาย แท้จริงแล้วเป็นผู้หญิง

ที่เหลือถึงเธอจะเป็นผู้หญิง แต่ก็ถือว่าเป็นเพื่อนสนิทของยูมะอยู่ดี และเพื่อมอบความกล้าให้เพื่อนคนนี้ที่อุตส่าลงทุนมาหาเขาในชีวิตจริง เขาต้องช่วยเธอเรื่องนี้ให้ได้

“ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่ว่านายจะกังวลเรื่องอะไรก็ตาม ไว้ใจให้ชั้นจัดการได้เลย”

ยูมะพิมพ์แชทจบ เดินไปตบหลังชวาร์สเบาๆเป็นเชิงว่าไม่ต้องเป็นห่วง ชวาร์สตะลึงเล็กน้อย มองหน้าเขา

ยูมะพิมพ์แชทต่อ

“เรื่องสื่อสารไม่เก่ง เดี๋ยยวชั้นช่วยนายเอง เป็นกำลังใจให้นะพยายามเข้า”

“ขอบคุณนะ แต่จะดีเหรอ ไม่รบกวนนายมากไปเหรอ”

“คิดเยอะ เราเป็นเพื่อนกันนะ ถูกมั้ย”

ชวาร์สอ่านแชทจบ น้ำตาไหลซึ้งใจ

ยูมะรีบกล่าว

“เอ่อ..เรื่องแค่นี้เองไม่ต้องร้องไห้ก็ได้ครับ”

“อืม.”

ชวาร์สยกแขนเสื้่อเช็ดน้ำตา พิมพ์แชทตอบ

“ขอบคุณนะ ผมดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับยูมะ”

“ยังไงก็ตาม หลังจากนี้มีที่ไหนที่เราสองคนอยากไปมั้ย”

“ผมไม่ค่อยรู้จักแถวนี้ ให้นายเป็นคนตัดสินละกัน”

“โอเคจัดไป”

ชวาร์สลุกขึ้นยืน เดินไปจับแขนเสื้อยูมะ

“เอ๋ มีอะไรรึเปล่าครับ”

“อ…เอ่อ..คือว่า..อย่างน้อย..อยากจะ..หัดคุย..มากกว่านี้”

ชวาร์สเลิกพิมพ์แชท พูดออกมาจากปากตัวเองเสียงสั่น แต่นี่เป็นเสียงที่กลั่นจากความพยายามสุดชีวิต ดูจากท่าทีที่เกร็งขนาดนั้น

ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันของชวาร์สกับยูมะ เธอต้องเงยหน้ามองเล็กน้อย

“”ชั้น…ชื่อ..คา…คา…คามิ…..”

“ไม่เป็นไรครับ ค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้ก็ได้”

ชวาร์สฟังคำพูดยูมะจบ เธอสูดลมหายใจเข้าและออกลึกเสียงซู้ด ฮ่า ก่อนจะกล่าว

“ชื่อจริง…ของชั้นคือ…คามิชิโร ยุย ได้โปรด…เป็นเพื่อนกับชั้น..ด้วยนะคะ”

หลังพูดจบ ยุยหลับตาปี๋ ยื่นมือที่สั่นเทามาข้างหน้า

ยุยอยากจับมือ

นี่คือการขอเป็นเพื่อนที่น่ารักที่สุดในชีวิตท่ี่ยูมะเคยเห็นเลย

ยูมะหัวเราะเล็กน้อย ยื่นมือไปจับจับมือ

“ยินดีที่ได้เป็นเพื่อนกันครับ ผมสุงิยากิ ยูมะ ฝากเนื้อฝากตัวอีกครั้งด้วยนะครับ”

นี่คือจุดเริ่มต้นการรู้จักในชีวิตจริงครั้งแรกของ คามิชิโร ยุย และ สุงิซาากิ ยูมะ

จบ CH1

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ลองอ่านดูมั้ย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-3 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-3 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ พี่ชายและพี่สาวที่กำลังถกกันอยู่หันขวับมาน้องตัวเอง โอ้ไม่อยากจะเชื่อว่าโซโยกะจะคิดแบบนี้กับผมด้วยเหรอเนี่ย “ฮือออ” อากิยามะหันมากล่าวกับผม “เพราะนายเลย อิคุถึงงอนชั้นแล้ว” “อ้าว หลงตัวเองไปปะเธอ ม่า

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-2 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-2 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ แม้ว่าน้องผมจะหน้าบึ้งเรื่องโดนผมตื๊อถ่ายรูป แต่ว่าก็น่ารักอยู่ดี คนภายนอกมามองฉากนี้คงเป็นภาพที่พิลึกเอาการ ที่เห็นเด็กมอปลายถือกล้องถ่ายรูปถูกเด็กเล็กทำหน้าบึ้งใส่นะ ถ่ายรูปหน้าเสาโรงเรียนเสร็จ ผมกับน้องเดินเข้ามาในโรงเรียน รอบๆผมเริ่มเห็นมีพวกคุณแม่พาลูกมาส่งละ แน่ล่ะว่า เมื่อเข้ามาในรั้วโรงเรียนแล้ว

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ “โอนี่จัง โรงเรียนอนุบาลแหละ” “ใช่แล้วครับ โซโยกะ วันนี้วันประถมนิเทศไงครับ” โซโยกะอยู่ที่ใจกลางห้องรับแขก นั่งโซฟาอยู่ น้องหันซ้ายขวากล่าวด้วยความตื่นเต้น ชุดเครื่องแบบที่นีี่มันจะเข้ากับน้องผมเกินปุยมุ้ย

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch1-1 น้องสาวผมน่ารักที่สุดในโลก

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch1-1 น้องสาวผมน่ารักที่สุดในโลก น้องสาวผมนี่ล่ะน่ารักที่สุดในโลก ผมตัดสินใจแล้วว่าจนกว่าถึงเวลาเริ่มโฮมรูม ผมจะนั่งเพลิดเพลินมองรูปน้องผมโซโยกะยาวไป บอกเลยว่ารูปนี้ผมเพิ่งถ่ายน้องสาวผมเมื่อเช้านี้สดๆร้อนๆ รูปที่ผมถ่ายเป็นตอนน้องสาวผมโซโยกะกำลังเคี้ยวขนมปังแก้มตุ่ย “หุหุหุ…. โซโยกะของพี่ชายวันนี้ก็ยังคงน่ารักเหมือนเคย” นี่ล่ะนางฟ้า นางฟ้ากำลังหัวเราะมองมาหาผม