Zuttomo CH 8 This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend เล่ม 1 

001

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで CH 8 ความหื่นจากจิตใต้สำนึก

“นี่ ยูมะ ชั้นอยากจะ…ตอบแทนนาย”

ในร้านเน็ตคาเฟ่ที่เดิม ยุยกล่าวเสียงอ้อนขณะซุกอกยูมะ

แววตาเธอดูเขินอาย ขณะที่หน้าเธอแดงก่ำถึงใบหู เพียงเห็นท่าทางของเธอ ก็โดนตกหัวใจไปง่ายๆ

“ตอบแทน… คิดจะทำอะไรเหรอ”

ยูมะกล่าวเสียงเข้มงวดปิดบังความเขิน

ยุยที่ซุกอกยูมะ เงยหน้าสบตาเขา

“ร่างกายของชั้น … ยูมะเชิญ…ทำตามใจชอบได้เลย”

“ด…เดี๋ยวก่อน แบบนั้นมัน…ไม่ดีมั้ง”

“ดีสิ? ถ้าเป็นยูมะละก็..ชั้นไม่รังเกียจ..ไม่สิ ..เพราะเป็นยูมะต่างหากถึงอยากให้ทำ”

คำพูดอ้อนหวานๆของยุย ทำให้สติยูมะขาดผึง

“ยุย..เอาจริงสินะ”

“อืม”

ยูมะรวบตัวเธอกอดแน่น ยุยเงยหน้าหรี่ตามองเขา ก่อนจะหลับตาลง

ยูมะหลับตา ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบกัน



นี่คือความฝันที่ยูมะเห็นตะกี้

ยูมะลืมตาโพลง มองเพดานห้องนอนตัวเองประมาณสิบวินาทีถึงรู้สึกตัวและจำรายละเอียดความฝันได้ครบถ้วน

“เชี่ยไรเนี่ยยยยยยยยยย”

ยูมะเอาหมอนปิดหน้าตัวเองตะโกนคาหมอน


นับจากวันสารภาพรัก ผ่านไปแล้วสามวัน

ยูมะกับยุยยังคงมีนัดทำกิจกรรมเที่ยวด้วยกันเหมือนเดิม แต่วันนี้ยูมะวิตกมาก

เพราะฝันที่เห็นเมื่อคืน ยูมะรู้แล้วว่าตัวเองมีจิตใจที่หื่นกามแอบแฝง ไอ้ที่ใจดีกับยุย แท้ที่จริงก็ทำเพื่อสนองกิเลสลามกตัวเองชัดๆ

ยูมะไม่อยากจะใกล้ยุยเหมือนที่ผ่านมา เพราะไม่อยากให้ยุยที่เข้าหายูมะแบบไร้การป้องกันใสซื่อ เนื่องจากเชื่อใจว่ายูมะไม่มีจิตใจด้านหื่นแอบแฝง ซึ่งการที่มีจิตใจแอบแฝงแบบนี้ ในความรู้สึกยูมะ มันคือการหักหลังความรู้สึกยุย

ภาพในฝันเมื่อคืนยิ่งแจ่มชัดกว่าเดิม ล้างออกไปจากสมองไม่ได้สักที

สภาพยูมะตอนนี้จึงสะโหลสะเหลคล้ายผีดิบก็ไม่ปาน

“อรุณสวัสดิ์ ทานข้าวเช้ามั้ย”

“…อืม”

ปกติเนเน่จะเป็นคนเตรียมอาหารเช้าอยู่แล้ว อาหารก็ง่ายๆแค่เทซีเรียลกินกับนมสด

ถ้าเป็นยูมะตอนปกติ ป่านนี้กวาดเรียบเก็บจานล้างไปแล้ว แต่ตอนนี้คือยังไม่แตะสักช้อน

“…ยูคุงเป็นไข้รึเปล่า วันนี้ดูไม่ค่อยอยากอาหารเลย”

“อืม นิดหน่อยครับ”

จะสารภาพเล่าเรื่องความฝันเมื่อคืนให้เนเน่ฟัง ยูมะก็ไม่มีความกล้าพอจะเล่าตอนนี้

“เฮ้อ..”

เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่

…ตอนนี้ยูมะมั่นใจในความรู้สึกตัวเองแล้วว่าคิดกับยุยไม่ใช่เพื่อนสนิท แต่เป็นคนรัก

ทว่า ยุยคิดกับเขาเป็นเพื่อนสนิท ยูมะจึงไม่อยากไม่หักหลังเรื่องนี้

แต่แม้ว่าหัวจะคิดว่าไม่อยากหักหลัง แต่ภาพในฝันที่ยังติดตา มันเป็นชะนักติดหลัง คิดแต่เรื่องอย่างว่ากับเธอนี่สิ

“เฮ้อออ……”

“ไม่เป็นไรจริงๆใช่มั้ย? ถ้าป่วย วันนี้นอนพักน่าจะดีกว่านะ”

“..ไม่เป็นไรจริงๆครับ”

หลังจากนั้น มีเสียงแจ้งเตือนสมาร์ทโฟนข้อความเข้าดังขึ้น

ยูมะหยิบโทรศํพท์มาดู เป็นยุยที่ส่งข้อความมา

“ยูมะ วันนี้มีกำหนดการทำอะไรบ้าง”

ยูมะพิมพ์ตอบกลับ

“ยังนึกไม่ออกนะ มีอะไรรึเปล่าล่ะ”

“คือว่าแม่ผมน่ะ…ให้ค่าขนมผมไว้ซื้อเสื้อสวยๆไปใส่ตอนเที่ยวกับเพื่อน ก็เลยคิดว่าอยากจะไปซื้อเสื้อที่ร้านคุณเนเน่ ถ้าไม่รังเกียจ ยูมะจะไปด้วยกันมั้ย”

ชวนไปซื้อเสื้อก็ดีใจอยู่หรอก แต่ว่าตอนนี้เงินค่าขนมยูมะก็ชักจะร่อยหรอแล้วนี่สิ

“ยุยส่งข้อความมาเหรอ”

“ใช่ครับ เธอชวนผมไปซื้อเสื้อที่ร้านพี่เนเน่ครับ”

“เห…. แสดงว่าไปชอปปิ้งเดทที่ร้านเสื้อสินะ”

“ม..ไม่ใช่เดทซะหน่อย”

ยูมะหน้าแดงปฏิเสธลั่น เนเน่มองยูมะ ส่งยิ้มแบบมีเลศนัย

“..ยิ้มแบบนี้หมายความว่าไงครับ”

“เปล๊า ไม่มีจ้า หึหึหึ♥”

“ก็ตามที่ยุยว่า ถ้าผมไปร้านเนเน่ตอนกลางวัน สะดวกมั้ย”

“แน่นอน มาได้ทุกเวลาเลยจ้า อ๊ะ ใกล้ถึงเวลาเข้างานพี่ละ ถ้าออกไปข้างนอก ฝากล็อคประตูด้วยนะ”

“ได้ครับ เดินทางปลอดภัยครับ”

เนเน่ลุกขึ้น เดินออกไปถึงหน้าประตู ก่อนหยุดฝีเท้า

“อ้อ เกือบลืม วันนี้พี่มีธุระต้องไปทำงานนอกสถานที่ คิดว่ากว่าจะกลับมาก็วันพรุ่งนี้มืดๆเลย”

“เรื่องนี้ถ้ารู้ล่วงหน้าก็น่าจะรีบบอกให้เร็วกว่านี้นะครับ”

“โทษทีโทษที ก็นะ ตอนพี่ไม่อยู่บ้าน ห้ามพายุยเข้ามาในแมนชั่นตามลำพังนะ”

“สาสสสส เลิกแซวแล้วรีบไปทำงานได้แล้ว”

เนเน่หัวเราะลั่น ก่อนออกจากบ้านไป

ยูมะฝืนทานซีเรียลจนหมด เก็บกวาดล้างจาน ลุกมานั่งที่โซฟา

“เนเน่ ปากนี่เหลือเกินจริงๆ”

ยูมะคิดถึงยุย ชวนเขาไปซื้อเสื้อนี่คือ ไม่มองเขาเป็นผู้ชายคนหนึ่งเลยนะ ทั้งที่จริงๆมันก็คือตามที่เนเน่ว่า มันคือชอปปิ้งเดทแท้ๆ

ก็พยายามจะไม่ใส่ใจคำพูดเนเน่ แต่เรื่องนี้มันก็กวนใจเขาเหลือเกิน ยิ่งหลังจากที่ฝันเมื่อคืน ยิ่งกลุ้มหนักกว่าเก่า

“ช่างเหอะ ไม่แน่ เที่ยวกับยุยเพลินๆอาจจะลืมเรื่องฝันก็ได้”


ยูมะออกไปรับยุยที่หน้าบ้าน เธออกมารอหน้าบ้านก่อนหน้าแล้ว

“ยูมะ”

ทันทีที่เห็นยูมะ เธอเรียกชื่อเขาพร้อมเผยรอยยิ้มดีใจ ยูมะมองยุยตอนนี้แล้วคิดว่าเธอเหมือนลูกสุนัขตัวน้อยที่ดีใจรอออกไปวิ่งเล่นกับเจ้าของ

“อนุณสวัสดิ์ ขอบคุณที่ไปซื้อของด้วยกันวันนี้นะ”

“อ..อืม

ยูมะมองหน้ายุยปุ๊บ นึกถึงฝันเมื่อคืน รีบเบือนหน้าหลบตาเธอ

“? ยูมะ? เป็นอะไรเหรอ”

“ป..เปล่า ไม่มีอะไร”

“แต่ว่าหน้าแดงมากเลยนะ มีไข้รึเปล่า”

ยุยกล่าวจบ เอามือเธอข้างนึงแตะหน้าผากยูมะ ส่วนอืกมือแตะหน้าผากตัวเอง

ทันทีที่หน้าผากสัมผัสกับมือนุ่มๆของยุย ยูมะรู้สึกว่าฝ่ามืออ่อนนุ่มที่สัมผัสแล้วรู้สึกดี แต่ตอนนี้สัมผัสจากเธอเล่นเอาเขาใจสั่น หายใจแรงโดยไม่รู้ตัว

…เอาเหอะ แต่ดูจากยุยกล้าขนาดนี้ ดูเหมือนว่าโรคสื่อสารไม่เก่งจะดีขึ้นมากแล้ว

ถึงจะยังห่างไกลจากคนทั่วไปที่ออกไปข้างนอกคนเดียวได้ แต่ตอนนี้เธอสามารถคุยกับยูมะได้ตามปกติ ปกติยูมะมักจะเป็นคนเปิดหัวข้อสนทนาก่อน แต่ช่วงหลังยุยเริ่มเป็นคนเอ่ยปากคุยก่อนบ่อยขึ้น

ทุกคำพูด ทุกการกระทำของยุย คือบอกชัดมากผ่านภาษากายและวาจานั่นคือ “เธอชอบยูมะที่สุด”

(แต่ว่าวันนี้มันไม่ไหวอะ)

ภาพที่จูบยุยในฝันยังไม่เลือนไปจากความทรงจำ แค่เธอแตะหน้าาก ก็รู้สึกได้ว่าร่างกายร้อนรุ่มกว่าเดิม ในฐานะเพื่อนสนิทที่จะซัพพอร์ทยุย มันไม่ควรจะมีความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นเลย

ด้วยความกังวลข้างต้น ทำให้ถึงตอนนี้ยูมะไม่กล้าสบตายุยเลย

“ม..ไม่ต้องเป็นห่วงน่าชั้นสบายดีจริง เราไปกันเถอะ”

“อ..อืม”

ยุยกล่าวจบ กะจะเดินไปคล้องแขนยุมะตามปกติ แต่คราวนี้ยูมะกระเถิบห่าง ไม่ให้เธอคล้องแขนแล้ว

ยุยเห็นยูมะถอยออก สีหน้าซีดลง ดูท่าว่าจะช็อคหนัก

“ม..ไม่ได้รังเกียจนะ แค่ไม่อยากให้เนเน่เห็น คือชั้นอายน่ะ”

“อ..อืม”

ยุยดูจะจับความผิดปกติของยูมะได้ว่าท่าทีเปลี่ยนไปจากเดิม ทางยูมะก็ได้แต่ขอโทษยุยในใจ แต่ด้วยสภาพนี้ ถ้าโดนยุยเดินควงแขน เขาไมมีความมั่นใจว่าจะคงสติได้จริงๆ

สุดท้ายทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงร้านเสื้อ โดยเนเน่รอต้อนรับที่ร้าน

ครั้งก่อนที่มากับยุย เนเน่เป็นคนดูแล แต่คราวนี้เธอไม่ได้ดูแลแต่เป็นพนักงานในร้านช่วยแทน เพราะว่าเนเน่ติดดูแลลูกค้าคนอื่นอยู่

ยูมะสบตาเนเน่ กล่าวทางสายตาว่า ไม่เป็นไร เนเน่ดูแลลูกค้าไปเลย

ยุยกับยูมะเดินไปเลือกเสื้อด้วยกัน

เสื้อในร้านเนเน่ถ้าเอาจำนวนไปเทียบกับห้างใหญ่ ของจะมีน้อยกว่า แต่วัดกันที่คุณภาพ เสื้อร้านเนเน่ก็มั่นใจได้ว่าไม่เป็นสองรองใคร เสื้อผ้าที่เนเน่คัดมาประจำร้านคือบ่งบอกชัดว่า เธอมีเซนส์ด้านแฟชั่นดีมากจนใช้คุณภาพชดเชยจำนวนได้

“ยูมะ เสื้อตัวนี้คิดว่าไงบ้าง”

“ไม่ไหวนะ เอะอะก็หยิบแต่เสื้อพาร์ก้า วันนี้ต้องเลือกเสื้อสวยๆไม่ใช่เหรอครับ ลองดูตัวนี้มั้ย”

“เอ๋..ฉูดฉาดไปนิดนึงนะ”

“งั้นเหรอ ลองเปลี่ยนเป็นตัวนี้คิดว่าไง”

“ว้าว ตัวนี้ดูดีเลย”

ถึงแม้ในใจยูมะจะมีความอายเหลือยู่ แต่ไหนๆก็อุตส่าชวนมาซื้อเสื้อ ก็ต้องพยายามช่วยเหลือเธอให้ต็มที่ อย่างน้อยก็ต้องชดเชยที่ไม่ได้ให้เธอคล้องแขนตะกี้ด้วย

“ลองใส่ดูเลยดีมั้ย”

“ก็ดีนะ”

ยุยหยิบเสื้อ เดินเข้าไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อ ยูมะได้ยินเสียงรูดซิบกับเสียงถอดเสื้อจากในห้อง

ครั้งก่อนที่มากับยุย ก็มีเหตุการณ์รอยุยเปลี่ยนเสื้อ ตอนนั้นมีความตื่นเต้นรอดูว่าจะยุยจะสวยขนาดไหน แต่ตอนนี้แค่ได้ยินเสียงซิบ ยูมะก็วิตกจริต อยากจะพุ่งตัวหนีออกจากร้านแล้ว

ผ่านไปได้สักพัก ยุยเลิกผ้าม่านห้องเปลี่ยนเสื้อ เดินออกมา

“ชุดนี้..เป็นไงบ้าง”

ยูมะได้ยินเสียงยุยกล่าวด้วยความตื่นเต้น

ถ้าวิจารณ์ตามตรง ต้องบอกว่าเข้ากับเธอมาก

ทางยุยเองก็ดูจะรอคำชมจากยูมะเหมือนที่ผ่านมา ท่าทางเธอมันน่ารักมาก ทว่ายูมะมองยุยได้แว่บเดียว รีบเบนหน้าหนี เพราะคิดอะไรฟุ้งซ่านเกิน

“ก็..ดูดี..นะ”

ยูมะพูด แต่ไม่ได้สบตายุย ความผิดปกตินี้ทำให้ยุยเริ่มกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“ยูมะ..มีเรื่องอะไรรึเปล่า ..วันนี้ดูเธอไม่เหมือนเดิมเลย”

“ไม่มี๊..”

จริงๆมันมี แต่ให้บอกเจ้าตัวได้ไงล่ะ ยูมะเลยทำเสียงสูงกลบเกลื่อนให้ดูตลก แต่นั่นยิ่งทำให้ยุยกังวลหนักกว่าเก่า

“…..”

ยุยหันซ้ายขวากวาดตามองดูรอบข้าง ถึงจะมีลูกค้าคนอื่นอยู่ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะสนใจซื้อเสื้อมากกว่าจะมองมาที่ยุยกับยูมะ

“…ยูมะ มาตรงนี้แปบนึงได้มั้ย”

“ห๊ะ..เฮ้ย เดี๋ยวก่อน”

ยุยคล้องแขนยูมะโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว ถูกลากมาที่ห้องเปลี่ยนเสื้อ

“ย…ยุย”

ยุยรูดผ้าม่านห้องเปลี่ยนเสื้อปิดไม่ให้คนนอกเห็น ด้วยความที่ห้องเปลี่ยนเสื้อมันแคบ ทั้งสองคนอยู่ชิดกันมาก เล่นเอายูมะใจเต้นระรัว

“ยูมะ ย่อตัวลงหน่อยได้มั้ย”

“เอ๋..ทำไมเหรอ”

“ทำตามที่ชั้นบอกเถอะนะ”

ยูมะย่อเข่าลง ตอนนี้หัวของยูมะสุงเท่าระดับอกของยุย

ทันใดนั้น ยุยคว้าหัวยูมะเข้ามาซุกกับอกเธอ

“เฮ้ย..”

ยูมะรับรู้ถึงสัมผัสที่นุ่มนวล ได้กลิ่นคล้ายน้ำนมสดจากร่างกายยุย และได้ยินเสียงหัวใจเธอเต้น

จู่ๆโดนลากเข้าห้อง แถมโดนกอดอย่างไม่ทันตั้งตัว เล่นเอาวงจรความคิดยูมะหยุดชะงัก ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกตอนนี้ยังไงดี

“คือว่า…จำได้มั้ย ครั้งก่อนที่คุยกันเรื่องสกินชิพ ถ้าทำแบบนี้ชั้นคิดว่ายูมะน่าจะรู้สึกดีขึ้นนะ?”

น้ำเสียงของยุยมีความเขินอาย กระนั้นเธอก็ยังกอดยูมะไม่ปล่อย มือหนึ่งลูบหัวยูมะไปด้วย

“เอ่อ..ก็รู้สึก…อืม…ว่าไป. เธอไม่อายเหรอ”

“อายสิ..แต่ว่า..ชั้นรักยูมะที่สุด..ชั้นอยากให้ยูมะ..กลับมาร่าเริงเหมือนเดิม แล้วก็…”

ยุยกล่าวต่อ กอดยูมะแน่นกว่าเก่า

“ชั้นเคยบอกว่า ถ้ามีเรื่องอะไรที่ชั้นพอทำได้ ขอให้บอกชั้น ถึงชั้นอาจจะพึ่งพาไม่ได้ แต่ชั้นจะ..พยายามเต็มที่…”

โอ้ยย คำพูดของเธอจับใจมาก ยูมะฟังจบ เขายิ่งรู้สึกรักยุยมากขึ้นทวีคูณ อยากกอดเธอ อยากแสดงความรัก อยากเป็นเจ้าของเธอ

แต่ว่า…ยุยในตอนนี้คือเพื่อนสนิท ยูมะคิดว่าที่ยุยกอดเขาตอนนี้คืออ้อมกอดความห่วงใยจากเพื่อน หากเขากอดยุยตอนนี้มันจะกลายเป็นว่าเขาหลอกใช้ความรู้สึกของยุย นั่นยิ่งทำให้ยูมะรู้สึกหดหู่มากกว่าเก่า

“ขอโทษนะ ชั้นขอตัวเข้าห้องน้ำแปบ”

สุดท้าย ยูมะฝีนตัวออกผละจากอ้อมกอดยุย รีบวิ่งออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อ


ยูมะวิ่งเต็มสปีดมาที่ห้องน้ำ

“ไม่ได้แล้ว ไม่ไหวแล้ว ไม่ได้การแล้ว”

ตอนนี้ในสายตาของยูมะไม่ได้มองยุยในฐานะ “เพื่อนสนิท” แต่มองยุยเป็น “ผู้หญิงที่อยากให้เป็นแฟน”

ปัญหาคือท่าทีก่อนหน้าของยูมะ แสดงตัวชัดว่า เขาอยากช่วยเธอในฐานะเพื่อน อย่างตอนที่ถูกสารภาพรัก นั่นเป็นเพราะยุยอยากตอบแทนบุญคุณ เขาจึงปฏิเสธเป็นแฟนกับเธอ

ปัญหาคือเหตุผลที่ปฏิเสธยุยในตอนนั้น กับความรู้สึกของยูมะในตอนนี้มันสวนทางกันสิ้นเชิง ความรู้สึกอยากครอบครองเป็นเจ้าของยุย นับวันยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มันเลยเป็นความรู้สึกผิดที่เกาะกุมในใจเขา

ยูมะวิ่งไปจนสุดทาง พบว่า เนเน่ยืนยิ้มดักรอเขาอยู่ เธอชี้นิ้วไปที่ป้ายเขียนว่า “กรุณางดใช้เสียง”

จุดที่เนเน่ยืนตอนนี้แอบตรงมุม เป็นจุดที่ยุยไม่เห็นว่าเนเน่ยืนดูอยู่ เธอหยิบมือถือขึ้น พิมพ์ข้อความแชทหายูมะ

“มีปัญหาเรื่องความรักปรึกษาพี่ได้นะ”

ยูมะอ่านข้อความจบ รู้เลยว่าเธอแอบดูเขากับยุยตั้งแต่ต้น หน้าเขาแดงแป๊ด

(เอาไงดีวะ)

จะสารภาพเรื่องความฝันกับความรู้สึกให้เนเน่ฟัง บอกตรงๆว่าโคตรของโคตรอาย

แต่ว่าด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน เขานึกอะไรไม่ออก หัวตื้อตันไปหมด มันต้องหันหน้าหาใครสักคนคุยอย่างจริงจังแล้ว และตอนนี้ก็ไม่เห็นแววว่าใครจะเป็นที่ปรึกษาความรักได้ดีที่สุดเท่าเนเน่

สุดท้ายยูมะกล้ำกลืนความเขินอายในใจ พิมพ์ตอบกลับไปว่า

“ถ้างั้นขอรบกวนด้วยครับ”


จบ CH8-1

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend CH8-2 ความหื่นจากจิตใต้สำนึก
ทั้งสองคนออกมาด้วยกันที่หลัง นั่งตรงม้านั่ง มีโต๊ะเล็กๆคั่นกลาง

ยูมะสารภาพเรื่องทั้งหมดให้เนเน่ฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความฝัน เรื่องความรู้สึกตัวเองที่เปลี่ยนไป และความรู้สึกว่ารักยุยตอนนี้เท่ากับทรยศยุย

เมื่อยูมะเล่าจบ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ

“ตายแล้ว จะละลายกับความหวาน น่ารักเกินไปทั้งคู่เลย แบบนี้ค่าขนมยูมะคงไม่น่าจะพอเนอะ”

เนเน่กล่าว ยกสองมือแตะแก้มตัวเอง บิดตัวไปมาหน้าแดงด้วยความเขิน

“เพี้ยนไปแล้วรึไงฟะ เนเน่ “

“ขอบคุณนะที่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง สรุปว่าอยากได้ค่าขนมเท่าไรนิ”

” นี่เนเน่พูดเรื่องอะไรเนี่ย”

“รู้อย่างนี้พี่น่าจะเพิ่มเงินให้ไปนานละ พอคิดว่าเงินที่เพิ่มให้ ทั้งสองคนจะเอาไปใช้เดท เป็นปัจจัยให้ทั้งสองคนไปโชว์ความหวานแหววกันและกันให้โลกรู้ โอ้ยยย แค่คิดก็ปลื้มจนน้ำตาไหล พี่ต้องขยันหาเงินให้มากกว่านี้ซะแล้ว”

“ตูไม่ได้มาปรึกษาเรื่องเงินขาดมือนะเฟ้ย นี่หัวร้อนเรื่องความรักอยู่นะ”

“…..อ๊ะ โทษทีโทษที เข้าโลกส่วนตัวมากไปหน่อย โอเค เดี๋ยวพี่ขอปรับเข้าโหมดจริงจังก่อน ครานี้เจอพี่ในโหมดจริงจังให้คำปรึกษา รับรองไม่ผิดหวัง”

สัส กุขอคำปรึกษาผิดคนรึเปล่าวะ แต่เรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว มันก็ต้องขอให้ถึงที่สุดวะ

“ก็ตามที่ผมเล่านั่นแหละ สรุปว่าผมทำดีกับยุยเพราะแท้ที่จริงแล้วจิตใต้สำนึกผมมันหื่น มันแย่มากเลย”

“ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน คนรักกัน จะคิดเรื่องอย่างว่านี่ปกติสุดๆเลยนะ ยิ่งไปกว่านั้น ยูมะทำดีกับยุยก่อนหน้า ก็ทำด้วยจิตใจบริสุทธิ์แต่แรกอยู่แล้ว ที่แแย่น่ะคือความคิดยูมะตอนนี้ต่างหาก”

คำพูดเนเน่ตีเข้าแสกหน้ายูมะจังๆ นึกไม่ถึงว่าเนเน่จะพูดว่าเขาขนาดนี้ เหมือนเขาเป็นไอ้โง่เลย ยูมะเลยตอบกลับไป

“แต่มันก็แย่จริง ถูกมั้ยล่ะ ยุยเข้ามาชิดใกล้สนิทสนมกับผมเพราะเชื่อว่าผมเป็นเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ แค่ผมสบตาเธอ ผมรู้ว่าเธอไว้ใจผมขนาดนั้นแหละแล้วดูสิ่งที่ผมสิ…”

“ถ้าวันนี้ยูคุงมาปรึกษาเพราะไปก่ออาชญากรรมทางเพศ พี่คงจะด่ายับไปแล้วล่ะ แต่ความจริงคือคนที่อ้อนและเป็นฝ่ายเข้าหาก่อนตลอดคือยุยจังใช่มั้ยล่ะ เพราะฉะนั้นยูคุงไม่มีความจำเป็นต้องมานั่งพะวงว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดหรือทำเรื่องไม่ดีเลยสักนิดเดียว ยูคุงเป็นเด็กผู้ชาย ถึงจะคิดเรื่อง18+กับยุยจัง แต่มันก็แค่ความคิด ไม่ได้ลงมือทำจริงซะหน่อย สบายใจได้แล้ว

ถ้าให้สรุปแบบฟันธงนะ ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้แก้ข้อเดียว ทุกอย่างจบเลย คือยูมะเลิกคิดแง่ลบกับความรักแสนบริสุทธิ์ซะ”

“ให้เลิกคิดเหรอ ยากนะ…”

“ถ้าบอกว่ายาก งั้นถามกลับง่ายๆนะ ตอนนี้พี่กำลังจินตนาการยูคุงกับยุยจังทำเรื่อง18+ ยูคุงคิดว่าเธอจะแก้ปัญหาพี่ยังไงล่ะ”

เขร้ พี่เนเน่พูดได้ไม่อายปากตัวเองเลยเหรอฟะ นี่แกจิ้นขนาดนี้เลยเหรอ

เนเน่ถอนหายใจเฮือกหนึ่งกล่าวต่อ

“ยูคุงอยากจะทะนุถนอมและให้ความสำคัญกับยุยจัง เป็นรักบริสุทธิ์ที่ดีอยู่แล้ว อ้ งั้นพี่ให้คำแนะนำอีกอัน อันนี้ทำได้ปุ๊บ ทุกคนมีความสุขแฮปปี้เอนดิ้งทุกฝ่ายแน่”

“วิธีนั้นคือ?”

เนเน่ยิ้มกล่าวต่อ

“เรื่องหื่นน่ะ จะคิดก็คิดให้เต็มที่ แต่การกระทำคือต้องดูแลยุยให้ดีกว่าเดิม อ่อนโยนให้มากกว่าเดิม ทำแค่นี้ทุกอย่างจบเหมือนกัน”

“….มันจะดีเหรอครับ ไอ้ที่กังวลตอนนี้เพราะคิดแต่เรื่องหื่นนี่แหละ”

“ม่าม่า ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจความรู้สึกนะ เอางี้ ..ลองจินตนาการตามที่พี่บอกนะ ยุยจังเดินมาอ้อนใกล้ชิดตามปกติแต่ที่จริงแล้วในใจยุยจังมีจุดประสงค์ที่มาอ้อนเพราะอยากให้ยูคุงรักยุยจังสุดหัวใจ เป็นไงบ้าง”

“ไม่ไหวนะ ยัยนั่นไม่ได้มีนิสัยแบบนั้น…”

“ลองทำดูก่อนน่า ยูคุงแค่พยายามคิดนิดเดียวพอว่ายุยจังอ้อนเพราะอยากให้ยูคุงรักตอบ “

พูดถึงขนาดนั้น ลองดูก็ได้วะ

โอเค ค่อยๆนึกภาพ เวลายุยอ้อนเราเป็นเพราะเธอพยายามอยากให้เราหลงรักเธอ

ถึงจะอายนิดหน่อย แต่ก็เริ่มจินตนาการได้ละ คิดซะว่ายุยมาอ้อนเรา ต้องตื่นเต้นเหมือนที่เรารู้สึกตอนนี้

“……..”

แค่จินตนาการ ก็รู้สึกเหมือนมีพลังทำลายล้างมหาศาลระเบิดอยู่ข้างในใจ หน้ายูมะแดงแป๊ด เนเน่เห็นสภาพยูมะเลยยิ้ม กล่าสต่อ

“เห็นมั้ยล่ะยูคุง ไอ้เรื่องหื่นมันไม่ใช่ประเด็นเลย เพราะจริงๆแล้วความหื่นน่ะ ถ้าเกิดจากความรักที่บริสุทธิ์และเกิดจากคนที่เราชอบ มันควรเป็นเรื่องที่น่าดีใจด้วยซ้ำ”

“แต..แต่ว่า…ผมชอบยุยนะ ให้รู้สึกดีใจกับความหื่นตัวเองที่มีต่อยุยผมว่ามันทะแม่ง…”

“ยุยจังเองบอกว่ารักยูมะที่สุดไม่ใช่เหรอ คิดว่าเรื่องนี้สมมติยุยรู้เข้า กล้าพูดมั้ยล่ะว่ายุยจังจะเกลียดยูมะแน่นอน”

“แต่ว่าที่เธอบอกว่ารัก ความหมายเธอมันคือรักแบบเพื่อนสนิทนะ มันคนละความหมายกับความรักของผมเลย”

“….จากมุมมองวงนอกที่พี่สังเกตนะ พี่ว่ายูจังคิดไปเอง”

“ห๊ะ?”

“อะแฮ่ม ไม่มีอะไร ช่างมันเถอะ อืม งั้นขอถามกลับละกัน ถ้ายูมะยังกังวลแบบนี้ คิดว่าจะสามารถมองยุยกลับไปเป็นเพื่อนแบบเก่าได้รึเปล่าล่ะ มันทำไม่ได้หรอก ถูกมั้ยล่ะ แล้วก็ถ้ายูมะไปสารภาพตามตรงว่าอยากอยู่ห่างจากยุยจังเพราะความหื่น คิดว่าเธอจะโกรธหรือเสียใจมั้ยล่ะ”

“อึ่ก…”

มันก็…จริง

อันนี้เข้าใจได้ อุตส่าสนับสนุนยุยให้เปลี่ยนแนวคิด อยากให้เธอรักตัวเองมากกว่านี้ แต่สุดท้ายถ้าเราถอยห่างจากเธอด้วยเรื่องนี้ เธอคงเสียใจมาก

และถ้าพูดจากใจ เราเองนี่แหละที่ไม่อยากห่างจากยุย อยากจะอยู่ด้วยกัน อยากจะทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน อยากจะให้ยุยรักเราในฐานะผุ้ชายคนหนึ่งสักวัน

(….เฮ้ย…เดี๋ยวนะ)

ไอ้ความรู้สึกอยากทำกิจกรรมร่วมกัน อยากจะให้เธอรักเรา ทำไมตอนนี้พอคิดอีกที รู้สึกว่ามันไม่ได้กังวลเรื่องหื่น เพราะความรู้สึกรักและอยากอยู่ด้วยกัน มันกลายเป็นปัจจัยหลักแทนไปแล้ว

“ยูคุงน่ะเอาแต่คิดแง่ลบกับความรักไง ทั้งที่จริงๆเรื่องมันง่ายและตรงไปตรงมามาก ยูคุงรักยุยจัง และยูคุงก็อยากให้ยุยจังรักยูคุงแบบที่ตัวเองรู้สึกด้วย อันนี้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องรักแบบเพื่อนหรือรักแบบเชิงชู้สาวนะ เพราะจริงๆยูคุงสามารถรักมันไปพร้อมกันได้ทั้งคู่นั่นแหละ”

พอฟังเนเน่จบ รู้สึกเหมือนเธอชี้ทางสว่าง

ตลอดที่ผ่านมา ผมขี้ดเส้นแบ่งกั้นความรักสองอันนี้ชัดเจน การที่แอบรักเพื่อนสนิทมันคือการหักหลังความรู้สึกของอีกฝ่าย

แต่ว่าถ้าคุณสามารถเปลี่ยนความรักจากเพื่อนสนิทไปเป็นแฟนกันได้ แค่จินตนาการ ความสุขในร่างกายก็ล้นเอ่อแล้ว

เนเน่หัวเราะเดินมาตบบ่ายูมะเป็นเชิงให้กำลังใจ

“เรื่องบางเรื่องอย่าไปคิดเยอะเกิน ยูคุงทำดีกับยุยจังเรื่อยๆก็พอ เชื่อเถอะว่าเดี๋ยวฉากแฮปปี้เอนดิ้งจะมาหาเองโดยไม่ทันตั้งตัวแน่ พยายามเข้านะหนุ่มน้อย”

ยูมะกลับมาไตร่ตรองความรู้สึกตัวเองอีกครั้ง ต้องพูดได้ชัดๆว่าตอนนี้เป็นไงบ้าง

อย่างแรก โอเค เราหื่น สอง เราใจดีกับยุยเพราะอยากให้ยุยหลงรักเรา

แต่ว่าช่างแม่งเหอะ

หื่นส่วนหื่น เพราะเราก็อยากจะดูแลยุยอย่างสุดความสามารถ เราอยากจะทุ่มเททุกสิ่งเพื่อให้เธอมีความสุข แล้วถ้าทำได้ขนาดนี้ วันหนึ่งเกิดยุยหลงรักเราขึ้นมาจริง ถึงตอนนั้นเราค่อยสารภาพรักกับเธอละกัน

แต่ว่ายูมะก็มีกฏที่ตัวเองตั้งขึ้นมาเพื่มอย่างนึง

ก่อนหน้านี้ ยุยสารภาพรักกับเรา เพราะอยากจะตอบแทน ครั้งก่อนเราปฏิเสธโชว์หล่อ แต่คราวนี้ถ้าเธอพูดอีกรอบ กูไม่เป็นคนดีแล้ว จะตอบรับเป็นแฟนกับเธอทันที ต่อให้ตอนนั้นความรู้สึกของเธอจะคิดกับเขาเป็นแค่เพื่อนสนิทอยู่ก็ตาม

แต่ก็นะ ถ้าจะเป็นแฟนกันจริง ต่างฝ่ายต่างต้องคิดเรื่องของอีกคน และดูจากนิสัยยุยคงไม่สารภาพรักแบบครั้งก่อนซ้ำสองแน่

เพราะฉะนั้น หากวันหนึ่งที่ต้องสารภาพรักจริง อย่างน้อยขอให้เขามั่นใจได้ก่อนว่า ยุยเปลี่ยนมุมมองเขาจากเพื่อนสนิท เป็น รักในฐานะหญิงชาย

ยูมะตัดสินใจแน่วแน่ว่าเขาจะไม่สารภาพรักกับเธอจนกว่าจะถึงวันนั้น

ตอนเสริม 8-3 ความรู้สึกเล็กๆที่เริ่มก่อตัว


(ยูมะยังไม่กลับมาสักที…)

ยุยยังคงนั่งหงอยรออยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อ

เอาจริงๆ เธอไม่ได้โกรธยูมะเลย สิ่งที่เธอคิดมีแค่ว่า จากเดิมที่เขาเป็นที่พึ่งพาคอยช่วยเหลือ แต่ตอนนี้ ยูมะเป็นทุกข์ใจมาก เธออยากจะช่วยบรรเทาความทุกข์นั้น

(แต่ก็นะ ปรึกษากับคุณเนเน่คงใช้เวลาสักพักแหละ)

จริงๆคือยุยมองตามยูมะที่วิ่งไปที่ห้องน้ำ เลยเห็นจังหวะที่ยูมะกับเนเน่เดินไปด้วยกันที่หลังร้านพอดี

เนเน่เป็นผู้ใหญ่ที่เก่งและฉลาด เธอต้องให้คำปรึกษาที่ดีและยูมะจะกลับมาร่าเริงเหมือนเก่าแน่

เธอพยายามจะคิดแบบนั้น แต่ว่า…

(ความรู้สึกปวดใจนี้มัน… อะไรกันนะ)

เป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจน แต่รู้ว่าเป็นความรู้สึกที่น่ารังเกียจ ยุยเอามือแนบอก

(เพราะเห็นยูมะกับเนเน่สนิทกันดี ชั้นเลยอิจฉาเขา..รึเปล่านะ)

คงจะเป็นอย่างที่คิดจริง ยุยพยักหน้ายอมรับกับตัวเอง

(ถ้าชั้นกับยูมะเป็นพี่น้องกันจริงคงดี ชั้นจะได้เล่นกับยูมะ ได้ทานอาหารร่วมกับยูมะ ได้อ้อนยูมะทุกวัน เผลอๆนานๆทีอาจจะได้นอนด้วยกันก็ได้…)

ยุยระบายลมหายใจออกมาเล็กน้อย

(เป็นอะไรของเรานะ ช่วงนี้เอาแต่คิดถึงเรื่องของยูมะตลอดเลย)

“ยุย ยังเปลี่ยนเสื้อไม่เสร็จเหรอ”

“กรี๊ด”

ยุยมัวแต่จมจ่ออยู่กับความคิดตัวเอง ไม่ทันรู้ตัวว่ายูมะมาและเปล่งเสียงเรียกตอนไหน เล่นเอาสะดุ้ง เธอรีบเลิกม่าน ออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อ

“ป..เปลี่ยนเสร็จแล้ว…อืม.. ใช้เวลานานเหมือนกันนะ”

“โทษที คุยกับเนเน่เพลินไปหน่อย”

ดูเหมือนว่ายูมะจะกลับมาเป็นปกติแล้ว คาดว่าเนเน่คงให้คำแนะนำดีๆแก่ยูมะแน่

ทั้งที่เป็นเรื่องที่ดีแท้ๆ แต่ทำไมใจชั้นถึงได้เจ็บแบบนี้

ถึงชั้นจะพึ่งพาไม่ค่อยได้ แต่ก็อยากให้ยูมะพึ่งพาชั้นสักหน่อย

ชั้นอยากจะเป็นพลังช่วยยูมะ อยากจะช่วยเขาบรรเทาทุกข์ยูมะ อยากจะได้รับคำชมจากเขา

(สำหรับชั้นแล้ว ยูมะคือเพื่อนคนสำคัญอันดับหนึ่ง แต่สำหรับยูมะ บางทีชั้นคงจะเป็นแค่หนึ่งในเพื่อนของเขาก็ได้)

ยุยคิดจบ รีบส่ายหัว ความคิดนี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรคิดออกมาเลย

หลังจากนั้นทั้งสองคนเลือกเสื้อผ้าด้วยกัน

คราวนี้ ยูมะเมื่อกลับมาร่าเริงเหมือนเดิมแล้ว เลยชมยุยว่าน่ารักไม่ขาดปาก แถมบางครั้งเขาลูบหัวเธอใจกลางร้านด้วยซ้ำ

แต่ว่า…ชั้นรู้สึกว่า..มันไม่พอ

อีกเดี๋ยวก็จะเปิดเทอมแล้ว เวลาที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับยูมะคงน้องลง พอคิดแบบนี้ เธอยิ่งเกิดความรู้สึกอยากให้ยูมะลูบหัวต่อ

(ไม่เลย แค่นี้ก็ไม่พอกับสิ่งที่ชั้นต้องการ)

อยากให้เขากอดชั้นแน่นๆอีก อยากให้เขาลูบหัวชั้นมากกว่านี้อีก อยากจะอ้อนเขาให้มากกว่านี้…

(ดูเหมือนว่ายูมะจะเกรงใจชั้น เพราะว่าชั้นเป็นผู้หญิง ทั้งที่จริงแล้วไม่ต้องเกรงใจเลยก็ได้…ชั้น…มีหลายอย่างที่.ชั้นอยากจะให้ยูมะทำมากเหลือเกิน)

ยุยเก็บซ่อนความรู้สึกนี้ไว้กับตัว


หลังจากทั้งสองคนซื้อของเสร็จ ยูมะก็พายุยมาส่งหน้าบ้านตามปกติ

“คือว่า…ยูมะ..วันนี้ขอบคุณมากนะ”

“ไม่เป็นไร วันนี้ชั้นก็สนุกมาก ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ”

เธอฟังจบ โบกมือบ๊ายบายส่งยิ้มให้เขา แต่ว่า..ในใจยุยตอนนี้ ..รู้สึกเหงามาก..เธอยังรู้สึกว่าวันนี้ที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับยูมะยังไม่เติมเต็มความต้องการ เธออยากจะอยู่กับเขาด้วยกันมากกว่านี้

ยุยมองแผ่นหลังยูมะที่กำลังเดินไป คิดว่าเดี๋ยวต่อจากนี้ ยูมะคงกลับไปเจอเนเน่ที่รออยู่แมนชั่น ทั้งสองคนคุยกันและกินข้าวด้วยกันอย่างสนุกสนาน

จริงๆมันก็เป็นเรื่องปกติของพี่น้องครอบครัวทั่วไป แต่วันนี้ ความคิดเรื่องนี้ทำให้ยุยรู้สึกปวดใจ ยิ่งคิดมากเท่าไรยิ่งปวดใจมากเท่านั้น มันคือความอิจฉา และเธออยากจะอยู่ด้วยกันกับยูมะให้มากกว่านี้

ความรู้สึกนี้มัน…ห้ามไม่ได้แล้ว

“ยู…ยูมะรอเดี๋ยวก่อน”

พอรู้สึกตัว เธอรีบวิ่งตามยูมะ เข้าไปกอดเขาจากด้านหลัง

“ยุย..เป็นอะไรเหรอ”

“เอ่อ..คือ..คือว่า..”

ยุยเงยหน้ามองยูมะที่กำลังมีท่าทีตกใจ เธอเงยหน้ามองและก้มหลบเขาทำแบบนี้ซ้ำไปมาพักหนึ่ง ก่อนตัดสินใจเอ่ยปาก

“วันนี้…สนใจนอนค้าง…ที่บ้านชั้นมั้ย”


จบตอนเสริม8-3

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ลองอ่านดูมั้ย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-3 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-3 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ พี่ชายและพี่สาวที่กำลังถกกันอยู่หันขวับมาน้องตัวเอง โอ้ไม่อยากจะเชื่อว่าโซโยกะจะคิดแบบนี้กับผมด้วยเหรอเนี่ย “ฮือออ” อากิยามะหันมากล่าวกับผม “เพราะนายเลย อิคุถึงงอนชั้นแล้ว” “อ้าว หลงตัวเองไปปะเธอ ม่า

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-2 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-2 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ แม้ว่าน้องผมจะหน้าบึ้งเรื่องโดนผมตื๊อถ่ายรูป แต่ว่าก็น่ารักอยู่ดี คนภายนอกมามองฉากนี้คงเป็นภาพที่พิลึกเอาการ ที่เห็นเด็กมอปลายถือกล้องถ่ายรูปถูกเด็กเล็กทำหน้าบึ้งใส่นะ ถ่ายรูปหน้าเสาโรงเรียนเสร็จ ผมกับน้องเดินเข้ามาในโรงเรียน รอบๆผมเริ่มเห็นมีพวกคุณแม่พาลูกมาส่งละ แน่ล่ะว่า เมื่อเข้ามาในรั้วโรงเรียนแล้ว

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ “โอนี่จัง โรงเรียนอนุบาลแหละ” “ใช่แล้วครับ โซโยกะ วันนี้วันประถมนิเทศไงครับ” โซโยกะอยู่ที่ใจกลางห้องรับแขก นั่งโซฟาอยู่ น้องหันซ้ายขวากล่าวด้วยความตื่นเต้น ชุดเครื่องแบบที่นีี่มันจะเข้ากับน้องผมเกินปุยมุ้ย

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch1-1 น้องสาวผมน่ารักที่สุดในโลก

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch1-1 น้องสาวผมน่ารักที่สุดในโลก น้องสาวผมนี่ล่ะน่ารักที่สุดในโลก ผมตัดสินใจแล้วว่าจนกว่าถึงเวลาเริ่มโฮมรูม ผมจะนั่งเพลิดเพลินมองรูปน้องผมโซโยกะยาวไป บอกเลยว่ารูปนี้ผมเพิ่งถ่ายน้องสาวผมเมื่อเช้านี้สดๆร้อนๆ รูปที่ผมถ่ายเป็นตอนน้องสาวผมโซโยกะกำลังเคี้ยวขนมปังแก้มตุ่ย “หุหุหุ…. โซโยกะของพี่ชายวันนี้ก็ยังคงน่ารักเหมือนเคย” นี่ล่ะนางฟ้า นางฟ้ากำลังหัวเราะมองมาหาผม