Zuttomo CH 6 This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend เล่ม 1 

001

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで CH 6 ความเปลี่ยนแปลง

มีร้านขายเสื้ออยู่ข้างๆร้านตัดผมเวิร์ลเบรกเกอร์ ชื่อร้านคือ “รีเวิร์ส ออฟ เดอะ เวิร์ล” ตรงท้ายป้ายมีรูปนักรบสาวในชุดเกราะเปล่งประกายร่างสุดยอดวาดติดไว้

แน่นอนว่าหากใครเพิ่งมาครั้งแรกคงคิดในใจแน่ว่านี่ตูมาร้านขายเสื้อใช่มั้ย

ยุยกับเนเน่ ทั้งสองคนเดินเข้าไปในร้านนี้

ร้านนี้แตกต่างจากร้านเสื้อทั่วไปคือมีขายทั้งเสื้อผ้าทั่วไปและเครื่องแต่งกายคอสเพลย์แยกโซนพิเศษอีกมุมหนึ่ง

เนเน่เดินเข้าโซนเสื้อผ้าโดยไม่ลังเล เลือกหยิบชุดออกมาหลายตัว

“ตัวไหนดีน้า ตัวนี้ละกัน อ๊ะตัวนั้นก็ดีเอาสักหน่อย สรุปว่าเอามันทุกตัวนี่ล่ะ”

“เอ๋… คือ…”

ในโซนนี้ มีเสื้อที่ไม่เคยเห็นคนทั่วไปใส่แขวนอยู่ ยุยมองไปรอบๆด้วยความตื่นเต้น

“งั้นเริ่มลองจากตัวนี้ก่อนเลยละกัน เปลี่ยนชุดได้เลยจ้ายุยจัง”

“ยู…ยูมะ…”

“คือว่า..เนเน่…รีบมากไปรึเปล่า”

“โอ้ย สบายๆ เชื่อชั้นซี่ เดี๋ยวจะเนรมิตยุยจังให้น่ารักกว่าที่เห็นตอนนี้อีก”

ยุยโดนเนเน่ลากไปห้องเปลี่ยนเสื้อ เธอส่งสายตาขอความช่วยเหลือยูมะ แต่ยูมะเชื่อมั่นในคำพูดเนเน่เลยเฝ้าดูเธอเงียบๆแทน

“เริ่ดมาก เอาล่ะถอดเสื้อเลยซิ หูววว น่ารักสุดๆเลย นุ่มนิ่มเนื้อเนียนไปหมด”

“งือ….”

ยูมะได้ยินเสียงสองสาวดังจากในห้องเปลี่ยนเสื้อเลยเริ่มกังวล

“เฮ้ ยุย ไม่เป็นไรใช่มั้ย”

“อ..อืม..คิดว่านะ”

“เนเน่ ขอถามจากใจนะ ไม่ได้คิดจะทำอะไรแปลกใช่มั้ย”

“เออน่า เชื่อพี่สิ โอ้ยย เห็นผิวนุ่มๆของยุยละใจละลาย…. อยากจะหม่ำสามเวลา…โอย น้ำลายไหล”

“ท่าไม่ดีแบบนี้ ผมแจ้งตำรวจนะเฟ้ย”

“กรี๊ด ล้อเล่นจ้า ขำๆหน่อยเดียวเอง”

“ยุย ถ้าคิดว่าฝืนบอกได้ตลอดนะ เดี๋ยวผมจะช่วยห้ามให้เอง”

“ม..ไม่ฝืนหรอก ขอแค่มียูมะอยู่ข้างๆ ชั้นไม่กลัว..แล้วก็..”

“แล้วก็…?”

“…อยากได้ยิน..ยูมะชม..ว่าน่ารักอีก”

คำพูดของยุยเล่นเอายูมะใจเต้น ส่วนเนเน่พอได้ยินคำพูดยุย ส่งเสียงว้าวประหลาดๆออกมา

หลังจากนั้นในร้านเงียบกริบไร้เสียงพูดราวโกหก มีเพียงเสียงเนเน่วัดเสื้อ ช่วยเปลี่ยนเสื้อให้ยุยเท่านั้น

(ยุยกำลังเปลี่ยนเสื้ออยู่หลังผ้าม่านนี่สินะ)

ความคิดนี้แว่บขึ้นมาให้หัวยูมะ เขารีบส่ายหัว

“เหลือเปลี่ยนตัวนี้ก็จบละ เรียบร้อย น่ารักสุดๆเลยยุยจัง”

“ให้ออกไปเจอยูมะในชุดนี้เลยรึคะ”

“ใช่ รับประกันว่ายูมะบอกน่ารักแน่”

“ชุดมัน…น่ารักก็จริงแต่..”

“เชื่อมั่นในตัวเองว่าเราน่ารักสุดๆสิ มาๆ ได้เวลาโชว์ให้ยูมะเห็นแล้ว♥”

“อ๊ะ”

เนเน่เลิกผ้าม่านออก

น่ารักจริงๆด้วย

ยุยปรากฏตัวในสภาพชุดเมด กระโปรงขาวสดพร้อมลูกไม้ ถ้าไปอยุ่ในเมดคาเฟ่ เธอขายบัตรจับมือได้สบาย

ยูมะเองก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยไปเมดคาเฟ่มาก่อน แต่ว่ายุยที่กำลังอายในสภาพชุดเมด มันแตกต่างกันเยอะ เพียงแค่มอง ก็รู้สึกน่ารักสุดๆจนพูดอะไรไม่ออก เสียงมันหายไปดื้อๆ ทางยุยก็เหนียมอายเหลือบมองยูมะ

สุดท้ายเธอทนความอายไม่ไหว จะพูดจากปากก็ไม่ถนัดเลยหยิบโทรศัพท์ออกมาพิมพ์แชท

“รีแอคชั่นยูมะมันอะไรกัน ทางนี้ข่มความอายโผล่หัวออกมาแท้ๆ แต่ทางนั้นไม่เห็นพูดอะไรสักคำ เสียใจนะ”

ยูมะไม่ได้พิมพ์แชทตอบ พูดออกมาด้วยปากตัวเอง

“โทษที.คือว่า…น่ารักดี”

ก่อนหน้านี้ยูมะเคยชมยุยว่าน่ารักหลายครั้ง แต่ยุยในชุดเมดมันต่างกัน มันเป็นความน่ารักที่ประทับใจคนละเรื่องเลย

พอยูมะพูดจบ ยุยหน้าแดงด้วยความเขิน ยกโทรศัพท์ขึ้นมาบังหน้าตัวเอง ยูมะเลยถาม

“ไม่เป็นไรใช่มั้ยครับ”

ยุยกล่าวว่า

“อ..อืม..รู้สึกแปลก..กับอายก็จริง…แต่..ก็ดีใจ…มากๆด้วย”

หลังจากนั้นทั้งสองคนเงียบไปทั้งคู่เพราะเขินจนพูดไม่ออก ทางด้านเนเน่หัวเราะกับตัวเอง สีหน้าพึงพอใจ เฝ้าดูทั้งสองคนเงียบๆ

“ค…คือว่า…คุณเนเน่คะ”

คนที่เปิดปากทำลายบรรยากาศก่อนคือยุย

“หือ ว่าไงคะ”

“มีชุด..อื่น..อีกมั้ย”

“ชุดอื่น”

“อยากลอง..ชุดอื่นค่ะ..อยากให้…ยูมะดูหนูอีก…”

ยุยกล่าวเก้ๆกังๆด้วยความเขิน ส่วนเนเน่ตอนนี้หน้าแดงด้วยความตื่นเต้น

“ไว้ใจพี่ได้เลยน้องยุยจัง รอตรงนี้ก่อนแปบนึงนะ ยุยจังน่ารักเกินไปแล้ว ต้องเลือกชุดที่มันเข้ากับความน่ารักน้อง ตัวไหนดี ตัวไหนดี โอ้ยตื่นเต้น ตื่นเต้น สงบใจสิตัวฉัน ยูคุง ขอบคุณมากนะที่พาเด็กสุดน่ารักมาที่ร้านวันนี้”

เนน่ตะโกนบอกยูมะในขณะที่เธอเดินไปเลือกเสื้อตัวอื่นมาให้ยุยลอง

หลังจากนั้น ที่ห้องเปลี่ยนเสื้อก็ไม่ต่างอะไรกับงานแฟชั่นโชว์ โดยมียุยเป็นนางแบบ

ชุดที่ยุยลองมีทั้งชุดนางพยาบาล ชุดไปรเวท ชุดคอสโลลิ และอื่นๆอีกมาก

“ช..ชุดนี้..เป็นไงบ้าง”

ยุยที่กำลังเขินอายกล่าวถาม คราวนี้เธอโผล่มาในชุดกี่เพ้าผ่าสูง เห็นแก้มก้นเล็กน้อย แม้ว่ายุยจะเขินมาก แต่เธอก็ตั้งความหวังกับยูมะไว้มากตามเช่นกันดูได้จากสายตาเธอ

ยุยลองชุดต่างๆ

“ถ…ถ้าอายจนทนไม่ไหวจะปฏิเสธไม่ต้องฟังเนเน่ก็ได้นะ”

“…อ..อายก็จริง..แต่แค่ยูมะชม…ชั้นก็ดีใจ..จนลืมอายแล้ว”

คำพูดจับใจยูมะอีกแล้ว ยูมะรู้สึกได้ว่าถ้าเธอพอใจ ก็ปล่อยเลยตามเลยละกัน

ทางด้านเนเน่แอบอยู่มุมหลังห้องเปลี่ยนเสื้อ แอบดูปฏิกริยาของทั้งคู่

เอาจริงๆยูมะก็ปลื้มและพึงพอใจมากที่ยุยเปลี่ยนเสื้อเป็นชุดน่ารักหลากสไตล์ให้เขาดู ถึงแม้ว่าช่วงเวลายุยเปลี่ยนเสื้อ จะต้องเสียเวลารอบ้างก็ไม่ได้รู้สึกเบื่อ กลับกัน ยิ่งรอนานเท่าไรเขายิ่งใจเต้นและตั้งตารอยุยในชุดถัดไปมากขั้นเท่านั้น

“คุณเนเน่คะ มีชุดอื่นให้ลองอีกมั้ยคะ”

“หึหึ ยุยจังเริ่มมีไฟแล้วล่ะสิ ขอคิดแปบ อ้อ จะว่าไปยุยจังอ่านเรื่องจอมมารกลับชาติใช่มั้ย”

ยุยพยักหน้าตอบเนเน่

“แล้วก็ชอบฟีจังที่สุดในเรื่องใช่มั้ย”

ยุยพยักหน้าอีก

“ถ้างั้นรอตรงนี้แปบ”

เนเน่เอาเสื้อที่หยิบมาตอนแรกเดินกลับไปห้อง เลื่อนผ้าม่านปิด

สักพักหนึ่ง เนเน่หยิบถึงเสื้อ เข้าไปหายุยในห้องเปลี่ยนชุดอีกที

และคราวนี้ ยุยโผล่มาในชุดคอสเพลย์ตัวละครฟี

ทรงผมสีขาวของยุยเข้ากับกระโปรงทรงยุโรปมาก ตัวละครในเรื่องเป็นโลลิผมขาว พอยุยคอสเพลย์ก็ทำให้เหมือนตัวละครในมังงะโผล่มาในชีวิตจริงไม่มีผิด

“ว้าววว เหมาะมาก จริงๆชุดนี้พี่ตัดไว้นานละ พอดีว่าหน้าอกพี่ใหญ่เกินเลยใส่ไม่ได้”

เนเน่กล่าวด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน

“ฟีจังในมังงะเป็นตัวละครโลลิก็จริง แต่พอยุยสวม จะให้ความรู้สึกต่างกันนิดหนึ่ง เหมือนว่าฟีจังตรงหน้าพี่จะเติบโตขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ไม่แย่นะ ไม่สิ เหมาะกับยุยจังมากเลยต่างหาก ดีใจมากๆเลยที่ยุยจังเหมาะกับชุดนี้สุดๆ เอ้า ได้เวลาโผล่หน้าให้พระเอกเราได้รับชมแล้ว “

เนเน่กล่าวเหมือนตัวเองเป็นพิธีกร แต่ว่าคำพูดของเนเน่แทบไม่เข้าหัวยูมะเลย

ยยุที่คอสเพลย์ชุดนี้ทำเอายูมะลืมหายใจ เพียงแค่เห็นชั่วพริบตาเดียวก็ต้องมนต์เสน่ เล่นเอาเหม่อตาค้าง

“.ป..เป็นไง…บ้าง…เข้ากับชั้น..มั้ย”

ยุยพูดตะกุกตะกัก เหมือนว่ายังไม่มั่นใจในความน่ารักตัวเองเต็มร้อย

ทางด้านยูมะก็เหมือนเดิม น่ารักจับใจเมื่อไร จะเกิดอาการปากอ้าตาค้างพูดคำว่าน่ารักออกจากปากไม่ได้ แต่มองได้สักพักเริ่มรู้สึกตัวว่ามองนานเกินแล้ว เลยเสสายตามองไปอีกด้านแทน

“”ว่าแล้วเชียว…แปลกใช่มั้ย”

“..ม…ไม่ใช่..ไม่ได้แปลกเลย”

ยุยเริ่มสลด เพราะเธอตั้งความหวังว่าจะถูกชมไว้สูง ทว่าเนเน่ที่ดูจากวงนอก รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร เลยเสนอตัวกล่าวแทน

“ฮะฮะ เข้าใจผิดแล้วจ้ายุยจัง อาการแบบนี้ของยูมะเรียกว่า ยุยน่ารักจัดจนยูมะเขินสุดๆ ไม่รู้จะชมยังไงต่างหาก ลองดูตรงหูยูมะดีๆสิ เห็นมั้ยว่าสีแดงแจ๋เลย ผู้ชายเวลาเขาเขินจัดจะมีอาการแบบนี้แหละ”

“จ…จริงเหรอ…”

ยุยถามยูมะเพื่อยืนยัน

“อืม..ใช่…น่ารัก..จริงๆ”

ในที่สุด ยูมะก็ใช้พลังชีวิตเกือบหมดเพื่อพูดคำว่าน่ารัก ยุยฟังจบหน้าเธอแดงถึงใบหู เป็นสีหน้าที่อายระคนดีใจปะปนกัน

“เน่ ยูมะ..อยาก..ลูบหัวมั้ย”

“ห๊ะ”

“ชั้นคิดว่า…ยูมะน่าจะ…อยากลูบหัวชั้น..ตอนนี้”

เป็นคำพูดของน้องที่ใสซื่อจนแทบจะบอกว่า อย่าไปพูดแบบนี้ให้คนอื่นฟังนะ ไม่งั้นเขาคงคิดเข้าข้างตัวเองทางอกุศลแน่ แต่ยูมะรู้ว่ายุยก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละ และยูมะก็ตัดสินใจทำตามที่ยุยถาม

ผมของยุยนุ่มสลวบ เพียงแค่ลูบก็รู้สึกดีแล้ว ถามว่ารู้สึกดีขนาดไหน สมองบอกกับตัวเองว่าพอได้แล้วน่า แต่ว่ามือมันลูบไม่หยุดเพราะใจมันบอกว่า เอาน่า ลูบต่ออีกนิด

ทางยุยเองก็มีสีหน้ามีความสุขเมื่อถูกยูมะลูบหัว ปกติเวลาลูบหัว ยูมะจะมีความรู้สึกตื่นเต้น แต่ครั้งนี้กลับกัน การลูบหัวยุยให้ความรู้สึกพึงพอใจและมีความสุขมากกว่า

หลังจากนั้นสักพัก เนเน่กล่าวขึ้นมา

“ยุยจัง ไหนๆก็สวมชุดนี้แล้ว ถ่ายรูปเก็บไว้สักหน่อยมั้ย”

“ถ..ถ่ายรูปเหรอคะ”

“ใช่แล้วจ้า ยุยจังเป็นโรคสื่อสารไม่เก่ง ฉะนั้นถ้าถ่ายรูป และเห็นรูปนี้ของตัวเองเป็นแรงบันดาลใจอาจจะช่วยได้นะ เอเาสักหน่อยมั้ย”

“ถ้ายูมะถ่ายด้วยกัน หนูจะถ่ายค่ะ ถ่ายด้วยกันมั้ย”

โดนเชิญชวนขนาดนี้ก็ไม่รู้จะปฏิเสธทำไม ยูมะตอบตกลง ทางด้านยุยเองก็ยิ้มยินดีที่ยูมะไม่ปฏิเสธคำขอเธอ

“โอเค ตกลงตามนี้เนอะ ถ้างั้นยูคุงรีบไปเปลี่ยนชุดเลย เดี๋ยวพี่เตรียมชุดให้”


สรุปว่าชุดที่เนเน่เตรียมให้ยูมะเป็นชุดคอสเพลย์ตัวละครเอก เป็นจอมมารในเรื่องจอมมารกลับชาติ

เนเน่เซ็ทผมให้ยูมะดูใกล้เคียงกับตัวละครในเรื่อง

หลังจากนั้นสักพัก ยูมะกับเนเน่เดินกลับมายุย

“..โย่”

ยูมะชิงทักทายด้วยภาษาแร็ปกลบความเขิน ทางด้านยุยเมื่อเห็นยูมะโผล่ในชุดนี้ เธอมองยูมะไม่วางตา

“ฮั่นแน่ ยุยจัง มองอย่างเดียวไม่พูดอะไรเลยมันเสียมารยาทนะคะ”

“อ๊ะ..อ..อืม..ถูกค่ะ.. ยูมะ..เข้ากับชุดนี้ดีนะ..หล่อมากเลย”

ยูมะคิดว่ายุยคงชมเขาตามมารยาทนั่นแหละ แต่ว่าการถูกยุยชม ก็ทำเอายูมะใจเต้นระรัว

“เดี๋ยวพี่ขอไปเตรียมเซ็ทอุปกรณ์ก่อนนะ”

เนเน่กล่าวจบ เดินหายไปทิ้งยุยกับยูมะไว้สองคน

“…”

“…”

“ชุดนี้…เข้ากับเธอมากนะ”

“อืม..ขอบคุณนะ…ยูมะก็…หล่อมากในชุดนีั้..เหมือนกัน”

“…”

“…”

เขินจัง

ปกติคนที่เอ่ยปากเลี่ยงบรรยากาศเงียบ มักจะเป็นยูมะ แต่ครั้งนี้เจอความน่ารักของยุยในชุดคอสเพลย์ เล่นเอาสมองคิดอะไรไม่ออกเลย มีเพียงสิ่งเดียวที่รู้สึกได้คือเสียงหัวใจที่เต้นเพราะความเขิน

“เตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว มาทางนี้ได้เลยจ้า”

เนเน่ตะโกนเรียกจากข้างในห้องอัดทำลายความเงียบของพวกยูมะ ยูมะจะเดินไปหาเนเน่แต่รู้สึกได้ว่ายุยตัวแข็งไหล่แข็งไม่ขยับ

“เป็นอะไรเหรอ”

“ค..คือว่า..ชั้นบอกว่าโอเคกับถ่ายรูปก็จริง แต่จริงๆแล้ว..ชั้นไม่ชอบถ่ายรูปเลย…”

ยูมะคิดว่าเธอจะตื่นเต้นหรือไม่อยากไปก็ไม่แปลก เพราะคนที่ฝืนพาเธอมาที่นี่แรกคือยูมะเอง ฉะนั้นสิ่งที่ควรทำก็ต้องหาวิธีให้เธอผ่อนคลายและไปถ่ายรูปด้วยความเต็มใจ

อ้อ นึกไอเดียออกละ ไหนๆเราก็คอสเพลย์เป็นพระเอก ส่วนยุยคอสเพลย์เป็นนางเอก งั้นลองแนะยุยว่าให้ถ่ายรูปเป็นลักษณะเหมือนเราสองคนเป็นตัวละครหน้าปกการ์ตูนน่าจะดี

ยุยยังไม่รู้ความคิดผม เธอถามด้วยความกังวล

“ม..มีอะไรรึเปล่า”

“ไม่ต้องห่วงครับ มากับผมเถอะ จับมือผมสิครับองค์หญิง”

ยูมะกล่าวจบ ยื่นมือไปหายุย

(อ..เอ๋? จู่ๆยูมะก็มีท่าทีเปลี่ยนไป?)

ยุยคิดในใจ กังวลนิดๆ แต่เมื่อเห็นมือยูมะที่ยื่นมา สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจ

“ขอความกรุณาด้วยนะคะ”

ยุยกล่าวจบบื่นมือเธอไปกุมมือยูมะ

“มือเล็ก..แถมนุ่มชะมัด”

ยูมะตกใจเล็กน้อยกับขนาดมือของยุยที่เล็กและนุ่มกว่าที่คิด

ยูมะจูงมือยุยเดินไปหาเนเน่ แม้ว่าจะใจเต้นโครมคราม แอบกังวลว่า มือตัวเองเปืื้อนเหงื่อมิใช่น้อย หวังว่ายุยคงไม่สะบัดมือเขาทิ้งด้วยความรังเกียจนะ

ว่าไป ยุยตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างนะ

เขาไม่กล้าจะหันกลับไปมองหน้ายุย แต่ความรู้สึกว่ามือเธอกุมแน่นกว่าเดิม ก็เป็นหลักฐานภาษากายว่าเธอไม่ได้รังเกียจยูมะ ทำให้เขารู้สึกดีใจ

ข้างในห้องที่เนเน่รออยู่คือสตูดิโอขนาดเล็ก ข้างในมีฉากหลังเป็นพื้นสีเขียว ถ้าใครเรียนสายถ่ายรูปมาน่าจะรู้เรื่องกรีนสกิน เอาไว้แต่งภาพนั่นเอง (ฉากทำไมต้องสีเขียว อ่านได้จาก ลิ้งนี้ นะครับ)

ข้างๆฉากมีโคมไฟสำหรับถ่ายภาพยนต์ ส่วนเนเน่ถือกล้องรออยู่ข้างๆ

“ประจำที่ถ่ายรูปได้เลยจ้า …ยูคุงก้าวออกมาข้างหน้านิดนึง ส่วนยุยจังอย่าไปหลบข้างหลังนะ”

เอาจริงๆไม่ใช่แค่ยุยที่ตื่นเต้นกับการถ่ายรูป ยูมะเองก็เช่นกัน

ส่วนยุย ตั้งแต่ที่เข้ามาให้ห้องถ่ายรูป เธอหลบอยู่ข้างหลังยูมะตลอด เอาจริงๆ คาแรคเตอร์ขี้อายแบบนี้ก็เป็นคาแรกเตอร์ตัวละครที่ชื่อฟีด้วย ทำให้ยูมะรุ้สึกเหมือนว่า ถ้าฟีเป็นคนจริงๆ จะทำแบบที่ยุยทำตอนนี้แหละ

และถ้าให้กล่าวเพิ่มอีก ยูมะก็รู้สึกแย่กับตัวเองนิดหน่อย เพราะจอมมารที่เป็นตัวเอกในเรื่องมันหล่อ แถมบุคลิกยังมีความแจ่มใสมากกว่าที่ยูมะเป็นอยู่ตอนนี้ ผิดกับยุย ที่ดูจะสมจริงมากกว่า

“ถ่ายออกมา…จะน่ารัก..รึเปล่านะ?”

“ไม่ต้องห่วง ตอนนี้น่ารักเกินเบอร์ละครับ”

ยุยยังขาดความมั่นใจ ถามยูมะซ้ำอีกครั้ง ซึ่่งทุกครั้งที่ยูมะพูดว่าเธอน่ารัก เธอก็ยังคงดีใจตลอด เนเน่ที่ดูพฤติกรรมทั้งคู่อยู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ไหนๆก็ลองโพสท่าจากในมังงะ ตอนที่ทั้งสองคนได้พบกันอีกครั้งเป็นไง นี่ๆ ฉากนี้เลย”

เนเนหยิบโทรศัพท์เปิดภาพฉากที่พระนางเข้าคู่ด้วยกัน เป็นฉากที่พระเอกอุ้มฟีในท่าเจ้าหญิง

“เอ่อ…ฉากนี้จะดีเหรอ”

ยูมะคิดว่าถ้าอุ้มในท่าเจ้าหญิง เขาต้องสัมผัสกับยุยแบบแนบเนื้ออีกแล้ว เธออาจจะไม่ชอบก็ได้

ทว่าคำพูดของยุยกลับพลิกความคาดหมายยูมะ

“อ…อยากลองถ่าย..ดูค่ะ”

“หา?”

สำหรับยุยที่บอกเองว่าไม่ชอบถ่ายรูป แค่ยืนตรงนี้ก็ใช้ความพยายามสุดๆ แต่ครั้งนี้เธอเป็นคนเสนอตัวเอง ถือเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของยูมะ

“เวลาที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับยูมะ มันสนุกมาก… เพราะงั้น…ถ้ามีอะไรน่าสน…เป็นกิจกรรมร่วมกัน..ก็อยากลองทำดู”

“…….”

คำพูดของยุยทำเอายูมะใจเต้น เพื่อนคนสำคัญอุตส่าพูดขนาดนี้ เขาก็ไม่ปฏิเสธแน่นอน

“งั้นก็….จัดไป”

“กรี๊้ด”

พอยูมะอุ้มยุยในท่าเจ้าหญิง เธอก็กรี๊ดเยาๆ

ก่อนหน้านี้ยูมะเคยอุ้มยุยขึ้นคอนโดมาแล้ว จึงมั่นใจว่าอุ้มไหวแน่

ยูมะเก๊กหน้านิ่ง พยายามไม่ให้เธอเห็นว่าเขาเขืินหนักมาก ปั้นหน้าเก๊กตอนถ่ายรูปสุดพลัง

พอถ่ายช้อตนี้เสร็จ เนเน่ก็เลือกฉากอื่นต่อ คราวนี้เป็นฉากสอนเวทมนต์ให้ฟี และฉากอื่นๆที่น่าสนใจตามมังงะ เป็นต้น

หลังจากถ่ายรูปเสร็จ เนเน่ก็จัดการเอารูปถ่ายลงโปรแกรมตัดต่อ ใส่เอฟเฟคเวทมนต์ ตกแต่งภาพตามความเชี่ยวชาญของเธอ

หลังจากหมดอีเว้นถ่ายรูปก็ไม่เหลืออะไรแล้ว ทั้งสองคนลากลับบ้าน สรุปว่า กิจกรรมวันนี้ผ่านไปครบหมด พระอาทิตย์ก็ใกล้ตกดินพอดี

ระหว่างเดินทางขากลับด้วยรถเมล์ ยูมะกับยุยแชทคุยเรื่องในวันนี้กัน

“ขอโทษด้วยนะ วันนี้พาเธอไปส่งบ้านช้ากว่ากำหนด ยังเข้าบ้านได้ปกตินะ”

“ไม่ต้องห่วง ผมติดต่อบอกที่บ้านล่วงหน้าแล้ว แถุมพิมพ์บอกไปด้วยว่าผมมาเที่ยวกับเพื่อน มีเพื่อนแล้วตอนนี้ ที่บ้านก็ดีใจไม่ว่าอะไรละ”

ยูมะคิดว่า ยุยในตอนนี้ เหมือนเธอจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได่นิดหน่อยแล้ว

ถ้าเทียบกับตอนที่เพิ่งถึงร้านเนเน่ กับตอนนี้ ออกจะแตกต่างกัน ตอนนั้นยุยตัวแข็งปั๊กเป็นหุ่นยนต์เลย

แต่ตอนนี้เธอดูผ่อนคลายเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์ก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มสนุกสนาน เสื้อผ้าตอนนี้ที่ใส่อยู่ก็เป็นชุดที่เนเน่เลือกให้

ยุยเองก็ติดลมคุยกับยูมะเพลินจัดจนเธอไม่รู้ตัววว่า ตอนที่ขึ้นรถเมล์ สายตาคนรอบข้างมองมาที่เธอ แน่นอน เหตุผลว่าไม่ใช่เพราะผมสีขาวของยุยแปลกอย่างเดียว แต่เป็นความน่ารักที่สะกดสายตาด้วย

ทว่าในหัวยูมะมีหนึ่งคำถาม….

“ผมน่ะนะ ตอนยูมะพาผมไปที่ร้านเนเน่ ในใจตอนนั้นคิดแล้วว่าอยากกลับบ้านมาก”

“ขอโทษด้วยนะ จริงๆชั้นควรอธิบายล่วงหน้าสักนิดเนอะ”

“ไม่หรอก ถ้าอธิบายแต่แรก ผมคงตัดสินใจไม่ไปแน่ คุณเนเน่เป็นคนดีมาก ผมที่เพิ่งเคยคอสเพลย์เป็นครั้งแรก คุณเนเนก็เอาใจใส่ดูแลอย่างดี ทั้งอ่อนโยน แถมชมผมไม่หยุดปากด้วย”

“เอ่อ …เอาจริงๆก็แค่เจ๊แกมีไฟจัด นานๆจะมีลูกค้าใหม่แถมได้โอกาสลองเสื้อเพราะมีนางแบบด้วยล่ะมั้ง”

“เหตุผลพิลึกนะนั่น”

ยุยหัวเราะพลางพิมพ์แชทไปด้วย

(เธอน่ารักจริงแฮะ)

ยูมะคิดว่าอยากจะเห็นรอยยิ้มของเธอมากกว่านี้ รอยยิ้มเธอช่างน่ารัก เปี่ยมด้วยความสุข เขาอยากจะทำให้เธอมีความสุขเพื่อได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้อีก

“ยูมะ? เป็นอะไรเหรอ”

ยุยเห็นท่าทียูมะนิ่งไปเลยถามด้วยปากตัวเอง

“ป..เปล่า ไม่มีอะไรครับ”

หลังจากนั้นไม่นาน รถบัสก็ถึงป้ายที่พวกยูมะต้องลง ทั้งคู่ลงจากรถเดินกลับบ้านด้วยกัน ระหว่างทางก็คุยเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยจนถึงบ้านยุย

“อ๊ะ วันนี้พ่อกับแม่กลับมาถึงบ้านแล้ว”

ยุยพึมพัมกับตัวเองหลังจากได้ยินเสียงสนทนาและหัวเราะจากข้างในบ้าน

“งั้นเหรอ เป็นความผิดชั้นเองที่กลับช้า ขอโทษอีกครั้งด้วยละกันครับ”

“อืม”

“ถ้างั้นชั้นขอตัวกลับก่อนนะ”

ยูมะกล่าวจบ หันหลังกลับบ้าน ทว่า

“…..ยูมะ”

จู่ๆยุยเดินเข้ามาหายูมะ ใช้สองมือเธอกุมมือเขาไว้

“….ยุย?”

“เอ่อ…คือ…คือ….คือว่า”

ยุยตัวสั่นนิดๆ กระนั้นก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อพูดคำที่อยู่ในใจให้ได้

“…ช..”

ยูมะดูจากสีหน้าเธอ เดาว่าเธอมีเรื่องในใจที่จะสารภาพให้ได้

ยุยสูดลมหายใจเข้าลึก ในที่สุดเธอก็กล่าวว่า

“ต่อจากนี้เราเป็นเพื่อนกันตลอดไปนะ”

“ด..ได้? นึกยังไงถึงพูดออกมาเหรอ”

“ก็มันเป็นเพราะว่าชั้นเอาแต่พึ่งพายูมะตลอด ไม่มีโอกาสได้ตอบแทนอะไรเลยสักอย่าง….. ก็เลยไม่สบายใจ”

“บอกไปหลายรอบแล้ว อย่าไปใส่ใจครับ”

“อ..อืม..แต่ว่า…ถ้ามีเรื่องอะไรให้ชั้นช่วยต้องบอกกันนะ ถ้าเป็นเรื่องที่ชั้นทำได้ ไม่ว่าอะไรก็ตามชั้นยินดีทำให้หมด”

“..เฮ้ยๆ นาย..ไม่สิไอ้คำว่าอะไรก็ตามเนี่ยมัน….”

“?”

“เป็นผู้หญิงอย่าพูดคำนั้นออกมาง่ายๆสิ”

“……อ๊ะ?”

ยุยอึ้งตอนแรกเพราะคิดไม่ทัน แต่พอไตร่ตรองสักพัก เธอนึกออกสิ่งที่ยูมต้องการจะสื่อ หน้าเธอก็แดงแป๊ดรับโบกไม้โบกมือยกใหฯญ่

“ม..ไม่ใช่น้า..ชั้นไม่ได้…ตั้งใจสื่อทำนองนั้น”

“เข้าใจครับ เข้าใจอย่างดีเลย เอาเป็นว่าเรื่องนี้ไม่ต้องคิดมาก ให้มันจบในวันนี้เนอะ”

“อ..อืม”

ยูมะคิดว่า กูก็พูดอะไรทะแม่งๆเนอะ ให้มันจบเนี่ย มันสื่อถึงบรรยากาศแปลกๆ เล่นเอารู้สึกอาย รีบพูดต่อ

“ถึงชั้นจะบอกเธอไปหลายรอบ แต่ก็จะย้ำอีกที ชั้นสนุกมากเลยเวลาที่อยู่ด้วยกันกับนาย ฉะนั้นไม่ต้องคิดมากเพราะว่าพวกเราเป็น….เป็น…เพื่อนสนิทใช่มั้ยล่ะ?”

“…อืม”

ยูมะพูดไปด้วยเขินไปด้วย ซึ่งผลลัพธ์คำพูดของยูมะถือว่าออกมาดี เพราะยุยฟังจบ เธอยิ้มฮัมเพลงขึ้นจมูกอย่างดีใจ

ยูมะเห็นยุยดีใจ เขายิ่งมีความคิดอยากทำให้ยุยมีความสุขมากกว่านี้ พอคิดจบ ยูมะยื่นมือออกไปลูบหัวยุยอย่างอ่อนโยน

ทางยุยก็หลับตาพริ้ม ปล่อยให้ยูมะลูบหัวโดยไม่ขัดขืน

ยูมะเห็นยุยในสภาพนี้ เขาเกิดความตื่นเต้น กระนั้น…ในมุมหนึ่งก็แอบปวดใจเล็กๆโดยที่ยังบอกสาเหตุไม่ได้

“ช้ามากแล้ว ชั้นขอตัวกลับก่อนนะ”

“อืม เจอกันพรุ่งนี้นะ”

ยูมะกล่าวจบ เร่งสาวเท้ากลับแมนชั่นตัวเอง รู้ว่ายุยมองแผ่นหลังเขาและโบกมืออยู่ แต่เขาไม่ได้หันกลับไปโบกตอบ เพราะคิดบางอย่าง

…เรากับยุยตอนนี้เป็นเพื่อนสนิทฐานะเท่าเทียมกันแล้ว

เขาเองก็ชอบและสนุกกับความสัมพันธ์ที่เป็นในตอนนี้

ถ้าความสัมพันธ์นี้ยืนยาวตลอดไปคงเป็นเรื่องที่ดี

แต่ว่า…

สมมตินะ…สมมติว่าคำที่ยุยพูดจากเป็นเพื่อนตลอดไป เป็นคำว่า “ชั้นชอบเธอ ได้โปรดคบชั้นเป็นแฟนด้วยเถอะ” เราจะตอบเธอกลับไปว่าอย่างไร

(ช่างแม่งเหอะ ณ.ตอนนี้ ยุยคงไม่คิดกับเรามากไปกว่าเกินเพื่อนหรอก)

ยูมะส่ายศีรษะ ขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านในหัวออกไป

จบตอน6

ตอนเสริม 6-3 ถ้าถึงตอนนั้น คำตอบคือ?


“กลับมาแล้วค่ะ”

ยุยเปิดประตู เดินเข้าบ้าน พ่อกับแม่เธอเดินออกมารอต้อนรับถึงหน้าทางเข้า

“ยินดีต้อนรับกลับนะ ยุย วันนี้กลับช้านะ”

คุณพ่อของยุยกล่าวด้วยสีหน้าอ่อนโยน สายตาและสีหน้าบ่งบอกชัดว่า สำหรับยุย เธอคือลูกสาวสุดรักของครอบครัว พ่อยุยดีใจมากที่เธอกลับมาถึงบ้านโดยไม่เกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง

“อืม ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงค่ะ”

“ไม่เป็นไร จะว่าไปนั่นนี่ไปตัดผมมาเหรอ”

“”ค่ะ วันนี้เพื่อนพาไปร้านเสริมสวยค่ะ”

ยุยกล่าวจบ คุณแม่ของยุยมีสีหน้าแช่มชื่น กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ในที่สุดยุยก็หาเพื่อนได้แล้วเนอะ”

“อืม เพื่อนสนิทเลยค่ะ ใจดีมาก… ชอบเขาที่สุดเลยค่ะ”

“เอาเป็นว่าเดี๋ยวไปคุยกันต่อตอนกินข้าวเยอะดีกว่าเนอะ อุตส่าทำรอไว้แล้ว ยังไม่ได้กินมาใช่มั้ย”

“ค่ะ”

หลังจากนั้นทั้งสามคนนั่งล้อมโต๊ะกินข้าว ระหว่างกิน ยุยก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้พ่อกับแม่ฟังอย่างสนุกสนาน

“สรุปว่าวันนี้เพื่อนก็พาหนูไปตัดผม แต่งหน้า แล้วก็ได้รู้แชมพูบำรุงเส้นผมกลับมาด้วยค่ะ วันนี้หนูกะว่าจะลองใช้ดูสักหน่อย”

พ่อแม่ยุยยิ้มดีใจขณะฟังเรื่องที่ลูกสาวเธอเล่าเรื่องในวันนี้

ทั้งพ่อและแม่ยุยเป็นกังวลในเรื่องยุยมาก เพราะเธอไม่ค่อยได้ไปโรงเรียนช่วงมัธยมต้นด้วยสาเหตุจากเรื่องปัญหาโดนรังแก และเรื่องโรคสื่อสารไม่เก่ง

สิ่งที่กังวลมากคือหากเข้าโรงเรียนมัธยมปลาย แต่ถ้าลูกยังหาเพื่อนไม่ได้ สถานการณ์เลวร้ายที่สุดคือยุยอาจจะโดนกลั่นแกล้งในโรงเรียนก็เป็นได้

แต่ว่า ก่อนที่จะเปิดเทอม พ่อกับแม่ยุยได้ข่าวว่ายุยมีเพื่อนที่ดีแล้ว แต่ว่าดันเป็นเพื่อนจากในเน็ต ทีแรกก็กังวลว่ายุยบอกว่าจะออกไปพบเพื่อนทางเน็ต ในใจทั้งคู่ก็วิตกมากว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นรึเปล่า แต่ทุกครั้งที่ยุยกลับมาบ้านและเล่าเรื่องราวช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเพื่อนคนนั้นก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาก

สิ่งที่ทั้งคู่คิดในตอนนี้คือยุยได้เพื่อนเป็น “เด็กผู้หญิงที่เอาใจใส่ราวกับเป็นพี่สาว”

“แต่ก็นะ ยุย ถึงแม้จะบอกว่าไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน แต่ก็พยายามอย่ากลับช้าแบบวันนี้นะลูก ลูกยังไม่ชินทางแถวนี้ด้วย”

“อืม สบายใจได้ค่ะ เพื่อนพาหนูมาส่งถึงที่บ้านตลอดค่ะ”

“แต่ว่าหลังจากเพื่อนของลูกพามาลูกมาส่งที่บ้าน เขาต้องเดินทางกลับคนเดียวถูกมั้ย ถึงจะบอกว่าเป็นเพื่อนที่พึ่งพาได้มากก็จริง แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้ผู้หญิงเขากลับบ้านคนเดียวนะ”

“เพื่อนที่หนูบอกเนี่ยเขาเป็นผู้ชายนะคะ”

“……ห๊ะ”

ทันทีที่ยุยพูดจบ พ่อของยุยชะงักเบิกตาค้างอุทานออกมา

“เอ๋? หนูยังไม่เคยบอกเหรอคะ? เพื่อนของหนูชื่อว่าสุงิซากิ ยูมะ เป็นเพื่อนผู้ชายค่ะ”

คุณแม่ของยุยฟังจบ ตาเป็นประกาย เอ่ยปาก “อาร่า” ดูจะตื่นเต้นมาก

ส่วนทางด้านคุณพ่อยุย ดูจะตะลึงกับข้อมูลที่ได้รับไม่หาย ผ่านไปหลายวินาทีจึงกระแอมออกมาเฮือกใหญ่

“เดี๋ยวก่อน แปบนะลูก ทวนอีกรอบ สรุปก็คือ ..ทุกวันนี้เพื่อนที่ลูกออกไปเล่นด้วยกันทุกวันนี่คือ สุงิซากิ ยูมะเหรอ”

“ช..ใช่ค่ะ”

“อยู่ในร้านเน็ตคาเฟ่ด้วยกันสองต่อสองในที่ลับตา และที่ไปรับไปส่งตลอดก็คือเด็กผู้ชายคนนี้?”

“อ..อืม”

“ไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้นใช่มั้ย เช่นไปที่บ้านของเขา…”

“เอ่อ..เคยไปค่ะ”

เท่านั้นล่ะ คุณพ่อยุยตัวแข็งเป็นรูปปั้นเลย

ส่วนยุยทำสีหน้างงๆด้วยความใสซื่อ ภาษากายบอกชัดว่าไม่เข้าใจทำไมพ่อตัวแข็งแบบนั้น

“เอ่อ…แล้วก็ตะกี้ยุยบอกว่าชอบเด็กผู้ชายที่ชื่อสุงิซากิ ยูมะใช่มั้ย”

“อืม ชอบค่ะ”

“ง..งั้นเหรอ ก็นะ ตอนนี้ยุยขึ้นม.ปลายแล้วก็ไม่แปลกล่ะนะ… แต่ว่า ตะกี้ที่บอกว่าไปบ้านของเด็กผู้ชายคนนั้นมาแล้ว ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรผิดปกติใช่มั้ย”

“เรื่องผิดปกติคือ?”

ยุยยังงงกับปฏิกริยาของพ่อ ไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงถาม อะไรคือเรื่องผิดปกติ

แต่ว่าพอเริ่มตั้งใจคิดอีกที คราวนี้ยุยเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่พ่อต้องการจะสื่อคืออะไรเล่นเอาเลิ่กลั่ก

“ไม่..ไม่มีอะไรสักหน่อยค่ะ ยูมะเป็นเพื่อนนะคะ ที่บอกชอบ คือชอบในความหมายคำว่าเพื่อนค่ะ ส่วนวันที่ไปบ้านเขา พอดีว่าวันนั้นฝนตกตัวเปียกก็เลยไปอาบน้ำบ้านเขาแค่นั้นเอง…”

“อาบน้ำที่บ้านผู้ชายเนี่ยนะ?”

“ยูมะเป็นเพื่อนนะคะ สิ่งที่พ่อคิดกับความเป็นจริงมันคนละเรื่องเลยนะคะ….”

“….อะแฮ่ม ยุย”

คุณพ่อยุยกระแอมอีกรอบ ทำหน้าจริงจัง

“พ่อจะเตือนยุยนะ ยุยเป็นเด็กผู้หญิง และตอนนี้ก็ขึ้นม.ปลายแล้ว อย่างน้อยต้องรู้จักระมัดระวังตัวมากกว่านี้นะ เด็กผู้ชายบางคนมันอาจจะมีจิตใจด้านหมาป่าชั่วร้ายก็เป็นได้”

“อ.อืม”

“ยูมะเป็นเพื่อนคนแรกของยุย ตรงนี้พ่อเข้าใจ แต่เคยได้ยินคำพูดสมัยก่อนมั้ยว่า ผู้ชายที่ใจดีกับผู้หญิงแทบทุกคนคนล้วนมีเจตนาแอบแฝง ความใจดีที่เห็นภายนอก แท้จริงในใจเขาอาจจะ…”

“คุณคะ!”

คุณแม่ยุยที่นั่งฟังเงียบๆมานานเอ่ยปากขัดคำพูดคุณพ่อยูมะกลางคัน

ทางด้านยุยฟังคำพูดคุณพ่อจบ ก็ยังมีท่าทีดื้อรั้นกล่าว

“ยูมะเป็นเพื่อนจริงๆนะคะ”

“ย..ยุย? อืม ขอโทษนะ พ่อไม่ได้มีเจตนาจะว่าร้ายเพื่อนของยุย พ่อแค่เป็นห่วงยุยเฉยๆ…”

“ยูมะยังไม่เคยทำเรื่องแย่ๆใส่หนูสักครั้งเลยนะคะ”

ยุยยังคงยืนกรานแนวคิดของตัวเองว่าไม่ให้ใครว่าร้ายยูมะ

นี่เป็นครั้งแรกที่พ่อของยุยเจอยุยทำกริยาแบบนี้ใส่เลยตะลึงไม่น้อย

“อิ่มแล้วนะคะ หนูขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”

ยุยตัดสินใจเก็บจานข้าวตัวเอง เอาทุกอย่างไปไว้ในอ่างล้างจานก่อนเดินออกไป


“เฮ้อ….”

ยุยแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ สายตาจ้องมองเพดาน ระบายลมหายใจด้วยความรู้สึกบางอย่าง

เธอเป็นคนที่ชอบอาบน้ำมาก รู้สึกดีเวลาที่สัมผัสน้ำอุ่น ปกติจะพกสมาร์ทโฟนที่กันน้ำได้เอามาเปิดอ่านอะไรเล่นที่อ่างอาบน้ำ ดูอะไรเรื่อยเปื่อยด้วย

แต่ว่าวันนี้ต่างกันหลังจากผ่านการถกเถียงกับพ่อเธอ ยุยรู้สึกว่าอาบน้ำวันนี้ไม่ทำให้รู้สึกดีเหมือนแต่ก่อน

เอาจริงแค่เห็นสีหน้าพ่อเธอ ยุยก็รู้แล้วว่าพ่อเธอพูดเพราะความเป็นห่วงจริงๆ

แต่สำหรับเธอ ยูมะคือเพื่อนสนิท เป็นเพื่อนคนสำคัญ และเมื่อเพื่อนถูกพูดจาว่าร้าย เธอเลยต้องโต้ตอบเพื่อปกป้อง

แต่ว่ากริยาโต้ตอบพ่อตอนนั้นมันก็ดูไม่สุภาพจริง ยุยตั้งใจว่าอาบน้ำเสร็จจะไปขอโทษพ่อเธอ

“……”

หลังจากนั้น ยุยคิดถึงเรื่องราวกิจกรรมที่ได้ทำกับยูมะในแต่ละวันที่ผ่านมา

รู้จักกันผ่านเกมออนไลน์ หลังจากที่ได้เจอกันในชีวิตจริงก็ออกไปเล่นด้วยกัน เขาแสดงความอ่อนโยนให้ชั้นตลอด…

จะเรียกเจ้าสิ่งนี้ว่าความรักได้มั้ย เธอยังไม่กล้าฟันธงชี้ชัด ฟีลลิ่งเธอมีแค่ว่า ได้ไปเล่นด้วยกันทุกวันก็สนุกจนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นแล้ว

เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันกับยูมะ เธอรู้สึกปลอดภัย ยิ่งอยู่ใกล้กันมากเท่าไรยิ่งอุ่นใจมากขึ้น รู้สึกดีทุกครั้งที่ถูกยูมะลูบหัว เธออยากจะอ้อนเขาบ่อย อยากให้ยูมะชมว่าเธอน่ารัก

(ก็น่าเสียดาย ถ้าหากยูมะเป็นผู้หญิง ชั้นคงไม่เกรงใจ ขอไปนอนค้างบ้านเขาสักครั้งแล้ว)

ยุยดำหน้าลงไปในอ่างอาบน้ำครึ่งหนึ่ง ให้น้ำอุ่นไหลผ่านกึ่งปากกึ่งจมูก และแล้วเธอก็รู้สึกถึงเรื่องอย่างหนึ่ง

ใช่แล้ว ในความเป็นจริง ยูมะก็คือผู้ชาย ส่วนเธอคือผู้หญิง ถามว่ามีโอกาสที่ความสัมพันธ์จะเปลี่ยนจากเพื่อนไปเป็นคนรักได้มั้ย มันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย

แต่ว่า…หากเป็นอย่างนั้นขึ้นมาจริง…

(ถ้าสมมติว่ายูมะเกิดชอบชั้นขึ้นมา และขอถ้าชั้นเป็นแฟนกับเขา เขาจะดีใจรึเปล่านะ?)

ยุยครุ่นคิดเรื่องนี้แต่ยังไม่มั่นใจในคำตอบ

002

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ลองอ่านดูมั้ย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-3 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-3 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ พี่ชายและพี่สาวที่กำลังถกกันอยู่หันขวับมาน้องตัวเอง โอ้ไม่อยากจะเชื่อว่าโซโยกะจะคิดแบบนี้กับผมด้วยเหรอเนี่ย “ฮือออ” อากิยามะหันมากล่าวกับผม “เพราะนายเลย อิคุถึงงอนชั้นแล้ว” “อ้าว หลงตัวเองไปปะเธอ ม่า

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-2 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-2 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ แม้ว่าน้องผมจะหน้าบึ้งเรื่องโดนผมตื๊อถ่ายรูป แต่ว่าก็น่ารักอยู่ดี คนภายนอกมามองฉากนี้คงเป็นภาพที่พิลึกเอาการ ที่เห็นเด็กมอปลายถือกล้องถ่ายรูปถูกเด็กเล็กทำหน้าบึ้งใส่นะ ถ่ายรูปหน้าเสาโรงเรียนเสร็จ ผมกับน้องเดินเข้ามาในโรงเรียน รอบๆผมเริ่มเห็นมีพวกคุณแม่พาลูกมาส่งละ แน่ล่ะว่า เมื่อเข้ามาในรั้วโรงเรียนแล้ว

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ “โอนี่จัง โรงเรียนอนุบาลแหละ” “ใช่แล้วครับ โซโยกะ วันนี้วันประถมนิเทศไงครับ” โซโยกะอยู่ที่ใจกลางห้องรับแขก นั่งโซฟาอยู่ น้องหันซ้ายขวากล่าวด้วยความตื่นเต้น ชุดเครื่องแบบที่นีี่มันจะเข้ากับน้องผมเกินปุยมุ้ย

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch1-1 น้องสาวผมน่ารักที่สุดในโลก

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch1-1 น้องสาวผมน่ารักที่สุดในโลก น้องสาวผมนี่ล่ะน่ารักที่สุดในโลก ผมตัดสินใจแล้วว่าจนกว่าถึงเวลาเริ่มโฮมรูม ผมจะนั่งเพลิดเพลินมองรูปน้องผมโซโยกะยาวไป บอกเลยว่ารูปนี้ผมเพิ่งถ่ายน้องสาวผมเมื่อเช้านี้สดๆร้อนๆ รูปที่ผมถ่ายเป็นตอนน้องสาวผมโซโยกะกำลังเคี้ยวขนมปังแก้มตุ่ย “หุหุหุ…. โซโยกะของพี่ชายวันนี้ก็ยังคงน่ารักเหมือนเคย” นี่ล่ะนางฟ้า นางฟ้ากำลังหัวเราะมองมาหาผม