Zuttomo CH 5 This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend เล่ม 1 

001

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで CH 5 นักรบสาว

“วันนี้ชั้นอยากจะพาเธอไปที่อื่นบ้าง สนใจมั้ย”

“เอ๊ะ”

วันรุ่งขึ้นตอนกลางวัน ตอนนี้ผมอยู่หน้าบ้านยุย

ปกติถ้าไปที่ประจำ สีหน้าเธอจะดี พร้อมจะออกเที่ยว แต่พอเปลี่ยนที่ สีหน้าเธอออกการกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่ไปร้านเน็ตเจ้าประจำแล้วเหรอ”

“ถูกต้อง”

“…ร้านเน็ตที่เดิมไม่ได้เหรอ? ไปที่อื่นแล้ว..ชั้นกลัว”

ยุยมีสีหน้ากังวล ตัวสั่นน้อยๆ ปกติถ้าเห็นสภาพนี้ก็อยากจะโอ๋เธอ แต่ไอเดียยูมะคือจะรักษาโรคสื่อสารไม่เก่งให้ได้ ฉะนั้นครั้งนี้เขาต้องหักห้ามใจ

“เธอเชื่อใจชั้นใช่มั้ยว่าชั้นอยากจะเป็นกำลังให้เธอ และพยายามที่่จะรักษาโรคสื่อสารไม่เก่งของเธอด้วย”

“…อืม”

“โอเค ทีนี้ คิดว่าเราต้องใช้เวลาอีกประมาณสักเท่าไรดีถึงจะรักษาได้”

“อืม ยังไม่รู้เลย”

ตั้งแต่ที่พบหน้าครั้งแรก เขาก็ครุ่นคิดมาตลอด

(ตั้งแต่ตอนนั้น อาการก็ไม่ดีขึ้นแบบที่คาดการณ์ไว้เลย)

เอาจริงๆ ถ้ามองอีกมุม ยุยเริ่มพูดได้มากขึ้น มาได้ถึงจุดนี้ก็ก้าวหน้ามากแล้ว

แต่ว่ามันก็ยังไม่ถึงจุดที่เขาพอใจ

คือกับตัวเขาเอง ไม่มีปัญฆาหรอก แต่เขาเกรงตอนยุยไปเจอคนอื่นช่วงที่เขาไม่อยู่นี่แหละ

เรื่องสีผมของเธอเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ให้คนปากหมาล้อ ฉะนั้นอย่างน้อย ขอแค่เธอมั่นใจตัวเองมากกว่านี้เวลาเจอคนปากหมาก้ยังดี

“เมื่อก่อนชั้นก็เป็นโรคสื่อสารไม่เก่ง เรื่องนี้ชั้นยังไม่เคยบอกนายสินะ”

“เอ๋..เรื่องจริงเหรอ”

“จริงสิ เป็นเหมือนนายนี่แหละ ในระหว่างที่เล่นเกม ชั้นก็คิดเสมอว่าอยากเป็นเพื่อนกับนาย”

“…แฮะแฮะแฮะ”

ยุยมีสีหน้าขวยเขิน หัวเราะอายๆ

“ดีใจจังเลย ไม่นึกว่ายูมะจะเป็นเหมือนกับชั้น”

“อืม ก็..นะ”

“แต่ว่านี่พูดจริงเหรอที่ว่าเคยเป็นโรคสื่้อสารไม่เก่ง ตอนพบยูมะครั้งแรกชั้นไม่เห็นแววว่าจะเคยเป็นแบบนี้มาก่อน กลับกัน ชั้นคิดว่ายูมะมีสกิลมนุษยสัมพันธ์เป็นเลิศด้วยซ้ำ”

“เรื่องนี้ชั้นเก็บไว้เงียบๆ มีเนเน่นี่แหละที่รู้ความจริง และเป็นคนคอยช่วยเหลือเรื่องโรคของชั้น เนเน่แกมนุษยสัมพันธ์ระดับโหดอยู่แล้ว เมื่อวานเจอเนเน่แล้วใช่มั้ยล่ะ

“อืม”

“นั่นล่ะ ชั้นคิดว่าถ้าเป็นไปได้อยากให้นายเจอหน้าเนเน่แล้วสนิทกัน คิดว่าไงล่ะ”

“…”

ยุยยังคงเงียบ สีหน้ากังวลไม่ตอบ ก้มหน้าหลบตา

“..จะดีเหรอ? พี่สาวของยูมะ ไม่คิดว่าสีผมชั้นแปลกเหรอ”

“ไม่คิดแน่ เรื่องนั้นลืมไปได้เลย ถ้ากังวลเรื่องนั้น เลิกคิดได้เลยครับ”

ยูมะตอบกลับด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด ยุยเงยหน้าสบตาขึ้น

“ไม่เป็นไรจริๆงนะ”

“เออน่า ไม่เป็นหรอก จริงๆชั้นรายงานสถานการณ์ของชั้นกับนายให้เนเน่ฟังแล้ว เธอเป็นคนบอกเองเลยว่า “ยังไงยุมะก็ต้องพาเธอมาให้ได้นะ” แต่แน่นอนว่าชั้นไม่อยากฝืนใจเธอมากไปกว่านี้ ถ้าเธอไม่อยากไปจริงๆ ก็จะล้มเลิกความคิดนี้ละ”

“ไป..สิ”

“ถึงแม้ว่ายุยจะตัวสั่นตอนตอบ แต่คำตอบก็ชัดเจนว่าไป

“ถ้ายูมะพูดด้วยความมั่นใจขนาดนั้น ชั้น..จะเชื่อใจยูมะ”

ความรู้สึกที่ว่ายุยเชื่อใจเขาขนาดนี้ ทำให้ยูมะรู้สึกดีใจปนเขิน รู้สึกได้ว่าแก้มเขาต้องแดงแน่

“งั้นเราไปกันเถอะ”


สถานทีที่จะไปคือ ข้างๆสถานีรถไฟ ห่างออกมาเล็กน้อย เดินมาขึ้นรถโดยสารประจำทางประมาณสิบนาที

“เอ๋…”

“ฮะฮะ คิดแล้วว่านายจะต้องตกใจ นี่แหละที่ๆชั้นอยากพานายมา คือ ร้านเสริมสวย”

ห่างออกมาจากสถานีรถไฟย่านธุรกิจใจกลางเมืองเล็กน้อย มีสถานเสริมความงามชื่อ เวิร์ลเบรคเกอร์ ตั้งอยู่

ชื่อร้านเสริมสวยเหมือนชื่อท่าไม้ตายตัวละครในเกมเลย

ป้ายร้านมีรูปวาดเหล่านักรบสาวถืออาวุธอยู่ข้างๆชื่อร้าน เชื่อว่าใครมาเห็นป้ายครั้งแรกต้องสะดุดตาและคิดในใจแน่ว่ามาผิดร้านรึเปล่า

ตรงทางเข้าร้าน มีป้ายเขียนว่า “เรียนเชิญท่านที่ต้องการเปลี่ยนตัวเอง ต้อง ณ.เวลานี้ ที่นี่เท่านั้น” ข้างๆป้ายมีรูปนักรบสาวในสภาพโชกเลือด แต่ยังพร้อมฮีดสู้เขียนติดไว้

ยุยเงยหน้ามองทั้งป้ายร้านและป้ายทางเข้า

“….ที่นี่ใช่ร้านเสริมสวยเหรอ”

“ใช่แล้ว ที่นี่แหละ ไม่ต้องทำหน้ากังวลขนาดนั้นก็ได้”

“ตรงป้ายเห็นเขียนด้วยว่า ป้ายนี้เช่ามานี่นา”

“ฝีมือของเนเน่ ลงทุนไปเช่าป้ายและออกแบบมาเพื่อเราสองคนนี่แหละ”

“ห๊ะ ยูมะ แค่เรื่องเท่านี้เอง พี่เค้า ใช้เงินไปเท่าไรนิ”

“ไม่ต้องห่วงหรอก ก็ถ้าเนเน่มีกำลังทรัพย์ขนาดเป็นเจ้าของกิจการระดับเช่าที่ย่านธุรกิจได้ เรื่องเท่านี้คงไม่กระเทือนหรอก”

“พี่เขายังดูสาวแท้ๆแต่เป็นเจ้าของกิจการแล้วเหรอ”

“ใช่แล้ว ถึงบางจุดพี่เขาอาจจะดูแปลกๆบ้างก็เถอะแต่รับประกันว่าพี่เนเน่เป็นคนดีแน่นอน ไม่ต้องกังวล”

“อืม”

ยูมะส่งรอยยิ้มให้เพื่อให้ยุยลดความกังวล

(กูก็พูดไปงั้นแหละ ข้างในใจนี่อย่างร้อนรุ่มเลย ขอร้องเนเนน่ก็จริงแต่ไม่นึกว่าพี่เขาจะเล่นใหญ่ไฟกระพริบขนาดนี้)

ยูมะนึกถึงเรื่องในอดีตที่ผ่านมา หัวเราะขื่นๆ มีอะไรมากมายเกิดขึ้นและเนเน่ก็ช่วยเขาไว้จริงๆ

ยูมะสูดลมหายใจเข้าลึก เปิดประจูกระจกเข้าไปในร้าน

“ขอรบกวนด้วยครับ”

ภายนอกกับภายในร้านคือคนละเรื่องเลย ข้างนอกแฟนตาซีแต่ข้างในนี่คือร้านเสริมสวยตกแต่งคล้ายเน็ตคาเฟ่ มีที่ว่างพอสมควร

ยุยเดินตามหลังยูมะเงียบๆ มองซ้ายขวาอย่างระแวงเพราะไม่เคยชินกับการมาที่แบบนี้

“เนเน่ มาแล้วครับ”

“เคจ้า กำลังไป”

ยูมะส่งเสียงทัก มีเสียงแจ่มใสตอบกลับมา

ข้างในร้านมีเสียงเหมือนโลหะกระทบกันแกร๊งๆด้วย สักพัก มีคนโผล่มาในสภาพนักรบสาวแต่งชุดคอสเพลย์ใส่เกราะแบบฟุลอาเมอร์ แถม ใส่หน้ากากคาบูโตะด้วย

“ห๊ะ”

ยุยตัวแข็งทื่อไปแล้ว ส่วนยูมะยกสองมือปิดตาเบือนหน้าหนีไม่กล้าสบตากับคนสวมชุดตรงๆ

ชุดเกราะฟูลอาเมอร์ราวกับหลุดมาจากมังงะหรืออนิเมะพวกเซ็นไตที่ออกมารักษาความสงบสุขจากปีศาจร้าย

ที่หน้ามีหน้ากากคาบูโตะฟูลเฟสสวมอยู่ มือหนึ่งถือดาบใหญ่ขนาดเท่าตัวคนจริงมาด้วย

นี่คือตัวละครชื่อ บาริโอเต้ เป็นตัวละครอนิเมะที่เนเน่ชื่นชอบมาก

“ฮะฮะฮะฮะ ข้ารออยู่นานแล้ว สงครามจากชาติก่อนที่สู้กันมาตลอด ขอให้มันจบลงที่ตรงนี้แหละ”

“เอ๊..เอ๋”

เนเน่โพสแอ๊คท่าในขณะที่พูดไปด้วย ส่วนยุยที่เห็นเน่เน่ในสภาพนี้ตกใจจนไม่ขยับตัว

“..ทำอะไรของพี่เนี่ย”

“เอ๋..?ได้ยินว่าเป็นคนที่มีอาการเครียดจัดเวลาพบปะคนอื่น ชั้นก็เลยจัดชุดใหญ่ให้น้องเขาไม่เครียดเพื่อน้องชายที่อุตส่าขอร้องไง

“ขอร้องอะใช่ แต่เล่นขนาดนี้ก็เวอร์ไป”

“ง่า สายตายูคุงเย็นชาเหลือเกิน”

“อย่างน้อยถอดหน้ากากคาบูโตะออกก็ยังดีครับ ยุยเขากลัวจะแย่แล้วมั้ง”

“จ้า”

เนเน่ถอดหมวกคาบุโตะออกมา เผยโฉมหน้าเธอที่ตอนนี้ใส่วิกผมสีทองพร้อมรอยยิ้มขี้เล่นซุกซน

ยุยแอบหลบอยู่ข้างหลังยูมะ ค่อยๆโผล่หัวออกมาในสภาพตัวสั่นเล็กๆ ดูแล้วการเล่นใหญ่ของเนเน่ดูจะได้ผลดีเกิน

“ยุย เป็นอะไรรึเปล่า”

“สบายดี”

ยุยกล่าวจบ เดินออกมาจากข้างหลังยูมะ

“สวัสดียุยจัง ขอบคุณที่ช่วยดูแลน้องชายชั้นนะ ชั้นชื่อสุงิซากิ เนเน่ ฝากตัวด้วยนะคะ”

เนเน่กล่าวจบยื่นมือออกมา

ยุยยังละล้าละลัง เงยหน้ามองยูมะ พอยูมะพยักหน้า เธอยื่นมือไปจับมือเนเน่

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คามิชิโร่ ยุยค่ะ”

พอยุยจับมือ เนเน่จ้องกลับที่ยุย

“เอ่อ..มีอะไรรึเปล่าคะ..”

“น่ารักที่สุดเลย”

“แง”

เนเน่ปล่อยมือ คว้ายุยเข้ามากอดซุกหน้าอกตัวเอง หน้ายุยชนกับนมเนเน่ส่ายไปส่ายมา

“ยูคุง เด็กคนนี้น่ารักมากเลย ให้ความรู้สึกเหมือนลูกสัตว์ตัวน้อยไร้เดียวสา ขอพี่เอากลับบ้านไปทั้งอย่างนี้ได้มั้ย”

“ต้องไม่ได้อยู่แล้วปะ”

“ไม่ได้เหรอ..เศร้าเลย”

“จะทำหน้าเสียดายทำซากไรกับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้แต่แรกครับ”

เนเน่ปล่อยยุยคลายจากอ้อมกอด ยุยวิ่งจู๊ดไปหลบหลังยูมะทันที

“ยู…ยูมะ”

เธอส่งสายตาอ้อนวอน ดูเหมือนว่าผลกระทบจากเนเน่จะเยอะจัด พูดอะไรไม่ออกสักคำ สุดท้าย ยุยหยิบมือถือขึ้นมาแชทกับยูมะแทน

ทางด้านเนเน่ก็ดูปฏิกริยาทั้งคู่เงียบๆ เพราะเธอรู้รายละเอียดนิสัยยุยคร่าวๆจากยูมะมาแล้วเลยไม่แปลกใจอะไร

“ยูมะ พี่เธอไม่ได้เพี้ยนใช่มั้ย”

“ไม่เพี้ยนหรอก……มั้ง”

“ไหงมีมั้้งต่อท้ายล่ะ นี่มันพี่สาวสายหื่นหลุดมาจากมังงะชัดๆเลย”

“ก็ไม่แปลกที่จะคิดแบบนั้น แต่จริงๆพี่แกไม่มีอะไรนะ”

พอยุยอ่านแชทจบ เธอนิ่งไปสักพัก จู่ๆยุยก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก

“กะแล้วเชียว ยูมะชอบพี่สาวใช่มั้ย”

“พูดบ้าอะไรของนายเนี่ย”

“พล้อตมันมาเป๊ะๆเลย พ่อแม่แต่งงานกันอีกรอบแล้วไปทำงานข้างนอก ทิ้งพี่สาวสุดสวยสายหื่นอยู่บ้านด้วยกันกับตัวเอก แล้วตัวเอกก็จะตกหลุมรักเธอ”

“หยุดมโนก่อนเฟ้ย”

(แม้แชทจะพิมพ์แบบนั้น แต่เอาจริงๆยูมะก็รู้สึกดีกับเนเน่มากๆ เพียงแต่ว่ามีเรื่องราวในอดีตหลายๆอย่าง+อายุเขายังเป็นเพียงเด็กมัธยมเลยไม่อยากจะคิดต่อจากนี้)

“หืม ยุยจังแชทด้วยความรู้สึกแบบนี้เหรอ เป็นเด็กที่น่าสนใจจังเลย”

เนเน่แอบมาอยู่ข้างหลังยูมะ แอบดูขอความที่ทั้งสองพิมพ์กันโดยที่ยูมะไม่ทันสังเกต

“พี่..แอบดูแชทคนอื่นมันเสียมารยาทนะครับ”

“ไม่เห็นเป็นไร อย่าคิดมากน่า แล้วก็เพิ่งรู้นะเนี่ยว่ายูคุงแอบชอบพี่ซะด้วย ถ้ายูคุงคิดแบบนี้จริงพี่จะนิ่งเฉยก็กระไรอยู่นะ”

เนเน่พูดด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน ยกสองเต้าโชว์เข้ามาใกล้ๆยูมะ คือเนเน่แกเสน่แรงและสวยมาก ทรงเต้านมนี่น่าจับ แต่ความเป็นลูกผู้ชาย มันต้องฝืนเบนสายตาหนี เดี๋ยวเขารู้ว่าหื่น

ยูมะเองก็มีความลับที่ถึงตายก็บอกใครไม่ได้ คือ สาเหตุหนึ่งที่เขาชอบผู้หญิงอกอึ๋มเป็นเพราะครั้งแรกที่ได้เจอกับเนเน่นี่แหละ

“ฮั่นแน่ ยูคงมองหน้าอกพี่ด้วยสายตาหื่นแล้วพี่เขินจะแย่แล้ว”

“ม..ไม่ใช่ละ คิดไปเอง…”

ยูคุงเป็นเด็กผู้ชายนี่เนอะ อยากบองขย้ำหน้าอกพี่สักครั้งมั้ย”

“พอเลยพอได้ละครับพี่”

“ฮะฮะ ยูคุงตอนเขินอายนี่นี่น่ารักสุดๆ”

“เลิกแกล้งผมเหอะค้าบ”

คุยกับเนเน่แค่แปบเดียวแต่เหมือนใช้พลังงานทั้งชีวิตแทบเกลี้ยง

เนเนหัวเราะเล็กน้อย เบนสายตาไปหายุย

“เน่ ยุยจังชอบอนิเมะกับเกมใช่มั้ย พี่เองก็ชอบอนิเมะกับเกมเหมือนกัน หวังว่าเราจะเข้ากันได้ดีนะคะ”

“ค..ค..ค่ะ”

“แล้วยุยจังชอบปลูกต้นไม้พวกดอกกุหลาบรึเปล่า”

“เอ่อ..เรื่องดอกไม้.ไม่ค่อยชอบค่ะ..”

“พี่ไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย ช่างเถอะ ไว้มีโอกาสหน้าเดี๋ยวพี่แนะนำสิ่งดีๆให้”

“ค..ค่ะ”

ยุยเป็นฝ่ายขานรับเนเน่อยู่ฝั่งเดียว

ทางด้านเนเน่ ดูจะพึงพอใจ ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเดินมาดันหลังยุยให้เข้าไปข้างในห้อง

“ถ้างั้นมาเริ่มกันเลยดีมั้ย”

“เอ๋..จะพา..ไปที่ไหนคะ”

“ที่นี่เป็นร้านเสริมความงามนะ เดี๋ยวพี่จะตัดผมให้ยุยเอง ไปนั่งตรงนั้นนะ”

“…”

พอพูดเรื่องผม ยุยมีอาการเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย

เนเน่เห็นอาการยุย เลยส่งยิ้มปลอบประโลมให้เธอ

“พี่รู้ข้อมูลมาบ้างแล้วว่าเธออายเรื่องสีผมเวลาถูกคนอื่นมองใช่มั้ยล่ะ”

“…”

ยุยไม่ตอบ พยักหน้าเล็กน้อย

“พี่เข้าใจความรู้สึกยุยที่หวาดกลัวต่อสายตาคนรอบข้าง แต่ว่าอย่ายอมแพ้ง่ายๆนะ เธอต้องมีความมั่นใจในตัวเองว่าผมชั้นสวยที่สุดต่างหาก”

“แต่ว่ามัน…”

“เห็นพี่ดูตลกโปกฮาแบบนี้ แต่จริงๆเป้าหมายชีวิตพี่คืออยากเป็นช่างเสริมสวยมือโปร ขอให้เชื่อใจพี่สักครั้งละกัน ไม่ต้องห่วง ฝีมือพี่รับประกันว่ายุยจะไม่เสียใจภายหลังแน่นอน”

ยุยหันมามองยูมะถามว่า ควรเอาไงดี

“ไม่เป็นไรหรอก เห็นอย่างนี้แต่เนเน่นี่ฝีมือของจริงนะ”

“โม่ ยูคุง เห็นอย่างนี้นี่มันหมายความว่าไง หึ แต่ที่ยูคุงพูดก็เรื่องจริง เรื่องฝีมือพี่มีแน่ สบายใจได้เลย”

แม้ว่าเนเน่จะพูดขนาดนี้ แต่เธอก็ยังมีท่าทีกังวล มองมาที่ยูมะ

“เอ่อ..คือว่า….ยูมะ”

“หือ?”

“อยากให้…ยูมะ.อยู่ไม่ห่างจากชั้น…เพราะชั้น…ไม่ได้มา…ร้านตัดผมนานแล้ว…รู้สึกตื่นเต้นมาก”

“ปกตินี่ใครตัดผมให้เธอนิ”

“พ่อกับแม่เป็นคนตัดให้หรือบางทีก็..ตัดเอง”

“แบบนี้ยิ่งต้องให้พี่จัดการเอง ภารกิจความรับผิดชอบครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เชิญคุณลูกค้ารีแลกซ์ทำตัวตามสบายนะ เอ หรือว่าเคสนี้ให้ยูคุงเป็นคนลงมือเองดีมั้ย”

“…งั้นก็..ขอเป็นลูกมือช่วยละกันครับ”

“โอเค ไม่ได้เห็นยูมะตัดผมมานานแล้วนะ”


สองพี่น้องยืนข้างหลังยุย เริ่มลงมือตัดผม

ยุยที่โดนสวมผ้าคุลมกันผมร่วงเปื้อนเสื้อ ตอนนี้เกร็งจัด นั่งตัวแข็งบนเก้าอี้

“..ถ้าตื่นเต้นขนาดนั้น แชทคุยกัยยูคุงไปด้วยก็ได้นะ ว่าไปยูคุงเองก็เกร็งเหมือนกันนิ แบนี้น่าจะดีกว่านะ”

เนเน่หยิบที่วางโทรศัพท์สำหรับให้ลูกค้าเล่นไลน์หรือแชทได้เลื่อนมาหน้ายุย ยุยหยิบโทรศัพท์มาวาง หันไปดูยูมะ ยูมะพยักหน้าเล็กน้อย หยิบโทรศํพท์ขึ้นมาถือเช่นกัน ทั้งสองคนเริ่มแชทคุย

“ไม่ได้เข้าร้านเสริมสวยนานมากกกตื่นเต้นสุดๆเลย”

หลังส่งข้อความจบ ยุยส่งสติกเกอร์ตัวละครอนิเมะร้องไห้ตบท้าย

“โทษทีนะ ชั้นฝืนนายมากไปรึเปล่า”

“ไม่หรอก ..จะว่าไปทำไมนายถึงพาผมมาที่ร้านเสริมสวยเหรอ”

“เหตุผลมีเยอะอยู่นะ อย่างแรกเลย ชั้นเจ็บใจเรื่องที่ชั้นยังมีพลังช่วยเธอไม่มากพอ”

“พลังไม่มากพอ?เจ็บใจ?”

“นายบอกชั้นว่าคนธรรมดาจะไปเข้าใจความรู้สึกของตัวประหลาดได้ไง จำได้มั้ย”

“ยังเก็บมาใส่ใจอีกเหรอ ตอนนั้นผมหลุดปากเพราะสถานการณ์หลายอย่างกดดัน ทางผมต่างหากที่เป็นคนผิดชนิดที่ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆด้วย”

“ไม่หรอก ชั้นตีค่าสถานการณ์ด้อยกว่าความเป็นจริงเอง ชั้นไม่รู้ถึงความลำบากของนาย ลากนายให้ออกมาข้างนอก เผชิญกับสายตาคนรอบข้าง แต่..ตอนนั้นชั้นคิดว่านายควรจะรักตัวเองให้มากกว่านี้เลยเลือกกดดันนายมากไป”

“เข้มงวดกับตัวเองมากไปรึเปล่ายูมะ”

“ไม่หรอก ให้พูดอีกหลายครั้งก็ได้ ที่ชั้นอยากให้นายรักตัวเองเพราะ นายอะโคตรน่ารักเลยรู้ตัวมั้ย”

ยูมะที่ยืนข้างยุย ได้ยินยุยที่นั่งอยู่ส่งเสียงแสดงความดีใจหลังอ่านข้อความยูมะจบ

ทางยูมะเองก็หน้าแดงที่พิมพ์แบบนั้นลงไป เขาเริ่มพิมพ์ต่ออีก

“นายเป็นคนที่น่ารักและน่าสนใจ แล้วไปโดนพวกปากหมาที่ไม่รู้ห่าอะไรเลยด่าเนี่ย ชั้นรู้ว่านายต้องเจ็บใจ เกิดแผลใจกับเรื่องนี้ แต่แน่นอนว่า ต่อให้พูดอีกกี่ครั้งชั้นก็ไม่ยอมรับที่ใครบอกว่าสีผมนายแปลก เพราะนายสวยและน่ารัก ชั้นอยากให้นายยอมรับความจริงเรื่องนี้แหละ”

ยิ่งพิมพ์มากเท่าไร ยูมะยื่งหน้าแดงมากกว่าเดิม

(ไม่ไหวละโว้ย พิมพ์เองเขินเอง แถมพิมพ์ไปยังรู้สึกน้ำเน่า เล่นเอาไม่กล้าอ่านสิ่งที่ยุยจะตอบกลับต่อจากนี้เลย)

ยูมะส่งสติกเกอร์ตัวละครที่ยกสองมือปิดหน้าที่เขินจนแดงแป้ด เพื่อแทนความรู้สึกในใจของเขา

ทีนี้ยุยดันเงียบ ไม่ตอบอะไรกลับมาเลย ยูมะเลยเหลือบไปมองยุย สักพักหนึ่ง ยุยส่งสติกเกอร์ตัวละคนยกมือปิดหน้าที่เขินจนแดงแป๊ดตอบกลับหายูมะก่อนพิมพ์แชทต่อ

“ผมน่ะนะ เกลียดตัวเองมากเลย”

ยูมะแอบใจแป้วคิดว่าที่พูดไปไม่เวิร์ก แต่ยุยพิมพ์ต่ออีก

“แต่ว่าตั้งแต่สมัยก่อนยูมะเล่นเกมกับผมด้วยกันทุกวัน ผมเลยเริ่มรู้สึกรักตัวเองขึ้นมาหน่อยนึง บอกได้ว่าผมอยากเจอยูมะในชีวิตจริง อยากเป็นเพื่อนกับยูมะด้วย”

คำพูดที่ยุยแชทมาทำเอาหัวใจยูมะ รู้สึกอบอุ่น เขาเหลือบมองยุยอีกรอบ ยุยเองก็หน้าแดงแป๊ด แต่เธอก็พยายามพิมพ์แชทหาผมอย่างตั้งใจเต็มที่

“มีเรื่องราวในอดีตหลายอย่างเกิดขึ้นจริง ผมเคยคิดว่าทำไมถึงต้องเกิดมาเจอเรื่องแบบนี้ แต่ว่าตอนนี้ผมมีความกล้ามากขึ้นเมื่อได้เป็นเพื่อนคนสำคัญกับยูมะ ตอนนี้ผมรักตัวเองแล้ว และผมก็รักยูมะที่สุดด้วยเช่นกัน”

หลังพิมพ์จบ ยุยส่งสติเกอร์ตัวละครที่พูดว่า “รักเธอที่สุดเลยจ๊ะ”ให้ยูมะตบท้าย

…ยูมะรู้สึกดีใจมากที่ยุยมีความคิดแบบนี้ ตั้งใจจะพิมพ์ตอบกลับว่า (ชั้นเองก็ดีใจมากที่เป็นเพื่อนกับนาย) แต่ว่ายูมะรุ้สึกแปลกๆว่าเนเน่แกไม่ตัดผมยุยเลยนี่หว่า

“…เนเน่?”

“…เขินแทนยูคุงเลย อบอุ่นหัวใจมากกกก”

“ผมไม่ตัดแล้วมาแอบดูแชทที่คนอื่นเขาคุยกันเนี่ยนะ เอ้า เหวออ?

เนเน่คว้ายูมะไปกอดจากด้านหลัง ด้วยความที่ยูมะโดนกอดโดยไม่ทันตั้งตัวเลยตกใจจนส่งเสียงร้องออกมา

หลังกอดยูมะเสร็จ เนเน่ไปกอดยุยต่อ ด้านยุยที่โดนกอดก็ตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก

“เฮ้อออ ไม่ไหว ไม่นึกว่าชั้นจะอ่อนไหวขนาดนี้ ไม่นึกเลยว่ายูคุงจากเมื่อก่อน คนที่เป็นโรคสื่อสารไม่เก่ง มาตอนนี้จะพัฒนากลายเป็นเด็กผู้ชายที่พาแฟนสาวสุดน่ารักเข้ามาบ้าน และพยายามเพื่อช่วยเธอ”

“.ดดด…เดี๋ยวก่อนเนเน่ ผมกับยุยไม่ได้มีความสัมพันธ์เป็นแฟนซะหน่อย”

“อ๊ะ โทษทีโทษที ตอนนี้ “ยัง” เป็นแค่เพื่อนเนอะ ดีแล้ว พี่สาวชอบความสัมพันธ์กุ๊กกิ๊กแนวนี้แหละ”

เนเน่ดูจะเข้าโลกส่วนตัวคิดเองเออเองไปซะแล้ว

หลังจากนั้น เนเน่กลับมาตั้งใจตัดผมยุยตามปกติ ไม่รู้ว่าเพราะทำตัวเหลวไหลตะกี้รึเปล่า สีหน้าเนเน่คราวนี้ดูจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ขอโทษนะจ๊ะยุยจังที่พี่คิดไปว่าเธอเป็นแฟนเขา”

“เอ…เอ่อ…แต่ว่า”

“แต่ว่า?”

“พี่เข้าใจว่าหนูกับยูมะมีความสัมพันธ์ที่ดีถึงขนาดนั้น..ก็รู้สึกดีใจนิดหน่อยค่ะ”

“..ตายแล้ว นี่ยุยจังมาที่นี่เพื่อเอาน้ำตาลมาฆ่าพี่ใช่มั้ย น่ารักเกินไปแล้ว ใจเย็นก่อนตัวชั้น! ใจเย็นก่อน!”

ถึงแม้น้ำเสียงเนเน่จะดูล้อเล่นแต่มือเธอยังไม่หยุดตัดผมยุย

ถึงจะมีนิสัยที่ดูเพี้ยนไปนิด แต่เรื่องฝีมือเนเน่ก็ต้องยอมรับเจ๋งตามคำคุย

“อุตส่ามีผมที่สวยขนาดนี้ แต่ไม่รู้ว่าตัวเองมีของดี ไม่คิดว่ามันน่าเสียดายเหรอ หน้าตาก็ดีเซนส์เรื่องแต่งกายก็ไม่แย่ พี่อาจจะพูดล้ำเส้นนิดนึง แต่ไม่คิดว่าเราเกลียดตัวเองในเรื่องที่ไม่เป็นจริงเหรอ”

“อ๊ะ..เอ่อ…ค่ะ”

“อย่าเกลียดในสิ่งที่ไม่เป็นจริงดีกว่านะ สาวน้อยบริสุทธ์อย่างเราเข้มแข็งมากกว่าที่คิดนะ”

“แต่ว่า..หนูแปลก..จริงๆนะ”

ยุยพูดจบสักพัก เนเน่กอดยุยจากด้านหลัง

หากสัมผัสตอนแรกที่เนเน่กอดเป็นความรู้สึกทะเล้นเอาฮา สัมผัสตอนนี้ของเนเน่เป็นสัมผัสอ้อมกอดที่สื่อถึงความเป็นแม่ที่ปลอบประโลมลูกน้อยอย่างอ่อนโยน

“เน่ ยุยจัง? จากสายตาของยุยจัง เห็นพฤติกรรมพี่ที่ผ่านมา หนูคิดว่าพี่เป็นคนแปลกมั้ย”

“เอ๋..เอ่อ…คือ…”

“ตอบมาตรงๆได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ไม่ว่าจะตอบอะไรพี่ไม่ว่าแน่นอน”

ยุยทำท่าลังเลพักหนึ่ง ก่อนค่อยๆเอ่ยปาก

“คิดว่า…เท่ไปเลย..มากกว่าค่ะ”

“จริงเหรอ”

“ใช่ค่ะ ทั้งความรู้สึกรักตัวเอง แถมเปิดกิจการเป็นของตัวเองด้วย พี่เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากค่ะ”

“ฮะฮะ ยุยไม่รู้อะไรซะแล้ว”

เนเน่กล่าวจบลูบหัวยุยอย่างอ่อนโยน

“ยุยจัง การเปลี่ยนแปลงตัวเองมันต้องผ่านอะไรหลายอย่าง คิดแบบนี้รึเปล่า”

“…”

คำพูดที่เข้มแข็งน้ำเสียงไม่มีความลังเล ยุยรู้สึกได้ถึงน้ำเสียงนั้น

เนเน่นึกถึงอดีตตัวเอง เมื่อก่อนไม่ได้เป็นคนขี้เล่นแบบนี้แต่แรก กลับกัน เธอถูกที่บ้านอบรบมาให้เป็นคนจริงจังกับชีวิต ทว่า เธอชอบคอสเพลย์มาก แต่ต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไม่ให้ใครรู้

โชคร้ายมีวันหนึ่งความลับแดงออกมา พ่อแม่รู้เข้าเลยทะเลาะกันบ้านแตก สุดท้ายเนเน่เลือกที่จะหนีออกจากบ้าน

เนเน่มีประสบการณ์แย่ๆจากครอบครัวมาแล้ว เธอถึงรู้ว่า เด็กจะพึ่งพาคนที่ไว้ใจได้ รับฟังได้ทุกเรื่อง ยิ่งเป็นคนที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองมากเท่าไร เขายิ่งต้องมีผู้รับฟังที่ไว้ใจได้มากขึ้นเท่านั้น

..หลังจากหนีออกจากบ้านได้สักพักหนึ่ง เธอก็เริ่มทำงาน เปิดร้านเล็กๆด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวคนเดียว ผ่านมาหลายปี เธอถึงเริ่มประสบความสำเร็จ ขยายขนาดร้านและมีสาขาเพิ่ม

“อยากให้ยุยมีความมั่นใจมากขึ้นกว่านี้ มีผมที่สวยจนหลายคนอิจฉาแท้ๆ อย่าไปคิดว่าเป็นปมด้อยนะ”

“อื..อืม”

“ยิ่งไปกว่านั้น ยุยยังมียูคุงเป็นเพื่อน ฉะนั้นหนูต้องกล้าอวดตัวเองได้เต็มปากเต็มคำด้วยว่าชั้นเจ๋งจริงถึงมีเขาเป็นเพื่อนนะ”

“อืม..”

ยุยพยักหน้าเล็กน้อย เขินหน้าแดง ก้มหน้าหลบตาไม่ให้ยูมะเห็นสีหน้าเธอตอนนี้

แม้ว่าจะเขิน แต่เธอก็ยังส่งเสียงหัวเราะดีใจเล็กๆ

“โอ้ยยยตายแล้ว หัวเราะได้น่ารักน่าชังมาก นานๆพี่จะเข้าโหมดจริงจังได้สักที แต่เจอยุยหัวเราะแบบนี่พี่คงสภาพไม่ได้ละ ฮะฮะ ขอบคุณยูคุงมากนะที่พามาให้เห็นของดีแบบนี้”

“ผมก็ต้องขอบคุณเรื่องวันนี้ด้วยครับ อุตส่าเปิดร้านจัดต้อนรับผมซะเล่นใหญ่โตเลย”

อ่าน Zuttomo This Is the Memory Until the Girl Who Said “Please Be My Friend Forever,” Is No Longer My Friend 『ずっと友達でいてね』と言っていた女友達が友達じゃなくなるまで CH5-4 นักรบสาว
“โอ้ย เพื่อน้องชายที่รักและพยายามทำเพื่อเพื่อน แค่นี้จิ๊บๆจ้า”

เนเน่กล่าวจบ มือหยุดตัดผม สบตามมองหน้ายูมะตรงๆ

“.ม..มีอะไรเหรอครับ”

“ไม่นึกว่ายูคุงตอนนี้จะกล้าสบตามองและพูดจาเหมือนที่คนทั่วไปทำได้ จำตอที่เราเพิ่งเจอกันครั้งแรก ยูมะมักจะหลบสายตาตลอด คนเรามันเปลี่ยนกันได้จริงๆนะ”

“…ไม่หรอกครับ ถ้าผมตัวคนเดียวคงทำอะไรไม่ได้ โชคดีที่มีพี่เนเน่ที่คอยพึ่งพาได้ โอ๊ย..”

ยูมะโดนเนเน่ยกนิ้วดีดหน้าผากกลางคันขณะพูด

“คนที่ตัดสินใจช่วยยุยคือเธอ คนที่ทำอะไรๆหลายอย่างก็คือเธอ คนที่ประเมินตัวเองได้ว่าหากมีกำลังไม่พอ ก็พึ่งพาคนอื่นเพื่อทดแทนส่วนที่ขาด ยอมก้มหน้าขอร้องพี่ก็คือเธออีก คิดว่าคนทั่วไปเขาจะทำได้แบบเธองั้นเหรอ”

เนเน่กล่าวจบส่งยิ้มให้ก่อนลงมือตัดผมยุยต่อ

ยุยเอามือลูบหน้าผากป้อยๆตรงที่โดนเนเน่ดีดพลางคิดว่า “สู้พี่เนเน่ไม่ได้จริงๆแฮะ” ก่อนจะหัวเราะเบาๆ


เนเนลงมือตัดผมยุยต่อเรื่อยๆ

“ยุยจังอ่านการ์ตูนเรื่องจอมมารกลับชาติด้วยใช่มั้ย พี่ชอบเรื่องนี้มากเลย ยุยชอบตัวละครตัวไหนเหรอ”

“ชอบ..ฟีจังค่ะ”

“ชอบฟีเหรอ ก็ดีนะ พี่ชอบตอนฟีอยู่ด้วยกันกับท่านเซร่า ดูมีออร่าเข้ากันมากเลยเนอะ”

“อ..อืม”

ยุยตอนแรกที่โดนตัดผมดูตื่นเต้น แต่เมื่อได้สนทนากับเนเน่เรื่องการ์ตูนก็ดูจะผ่อนคลายกว่าเดิม

ต้องบอกว่าสมแล้วที่เนเน่ฝีมือระดับโปร สกิลการพูดจาเพื่อให้ลูกค้าผ่อนคลาย ถือเป็นส่วนหนึ่งของช่างระดับเทพด้วย

หลังจากตัดผมเสร็จ เนเน่สระผม พร้อมแต่งหน้าให้ด้วย

“รู้สึกหัว….โล่งขึ้นเยอะเลย”

หลังจากตัดผมเสร็จ ยุยส่องกระจก พึมพัำกับตัวเอง

ยุยเอามือสางผมตัวเองที่ตัด ได้กลิ่มหอมอ่อนๆติดมือด้วย

“รู้สึกผมเราทั้งนุ่มและเบาสบายขึ้นเยอะ แถมกลิ่นยังหอมละมุมอีก..”

“ฮะฮะ ชอบที่ตัดให้มั้ยเอ่ย?”

“ค่ะ..”

ยุยรู้สึกดีมากขึ้น ตอนเข้ามาในร้าน ส่องกระจกครั้งแรก เธอรู้สึกถึงความรังเกียจตัวเอง แต่ตอนนี้เธอจ้องมองกระจกได้อย่างไม่เบื่อ สำรวรทรงผมด้านข้างซ้ายขวาไปมา

“ยู…ยูมะ”

ยุยหันไปหายูมะ

ยูมะคิดว่าเดิมทียุยก็น่ารักอยู่แล้ว แต่เธอในตอนนี้ ใช้คำว่าน่ารัก ยังน้อยเกินไป

ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยฝีมือช่างมืออาชีพ ทั้งที่รู้ว่าหน้าเธอผ่านการแต่งด้วยเครื่องสำอางค์ แต่ด้วยฝีมือระดับโปร ทำให้ดูไม่ออกเลยว่าหน้ายุยผ่านการแต่งแต้มเครื่องสำอางค์มาก่อน

ผิวเธอที่ขาวอยู่แล้วเมื่อเจอช่างมือโปรแต่งให้ ยิ่งขับความขาวกับริมฝีปากอมชมพูให้เด่นชัดกว่าเดิม บวกกับทรงผมที่ผ่านการเซ็ทและกลิ่นแชมพูอ่อนๆที่ลอยเข้าจมูกอีก

ก่อนหน้านี้ยูมะเคยเห็นตุ๊กตาพวกดอลล์ระดับไฮโซซื้อกัน ความน่ารักของยุยสูสีกับดอลล์พวกนั้นเลย

“คิดว่า…เป็นยังไงบ้าง”

ยุยถาม สีหน้ายุยครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนที่มีความกังวล หน้าจาเธอคาดหวังชัดเจนด้วยความมั่นใจว่า คู่สนทนาต้องกล่าวว่า “น่ารัก”แน่นอน

ยูมะอยากจะพูดว่า น่ารัก แต่ว่าใจที่เต้นตึกตักไม่หยุด ทำให้คำว่าน่ารัก ไม่หลุดออกมาจากปากยูมะทันที ได้แค่เงียบและตะลึงพักหนึ่ง ถึงเอ่ยออกมาได้

“…มันก็ต้อง…น่ารักอยู่แล้ว”

ยุยฟังคำตอบยูมะ หัวเราะแฮะแฮะด้วยความดีใจ

เนเน่เดินไปควานหาของบางอย่างพักนึงก่อนกลับมา

“เห็นพวกเธอชอบ ชั้นก็ดีใจยิ่งกว่าอะไรแล้ว อ้อ ยุย รับนี่ไปด้วยสิ”

เนเน่ส่งถุงพลาสติกให้ยุย ยุยทำหน้างง เครื่องหมายเควสชั่นมาร์กลอยมาชัดเจนว่าให้อะไรหนูมาเหรอ

“พี่แบ่งแชมพูให้กลับไปใช้ที่บ้านนะ ถ้าของหมดเมื่อไรแล้วอยากจะซื้อถูกๆก็แวะมาที่นี่ได้นะ”

“เอ๋..แต่ว่า..”

“ไม่มีแต่จ้า ไม่ต้องเกรงใจด้วย ยิ่งไปกว่านั้น วันนี่้พี่ก็ได้เห็นอะไรดีๆมากมาย ถือว่าเป็นการตอบแทนคุ้มค่าแล้ว เรื่องเงินที่จ่ายไปเทียบกับที่เห็นถือว่าไม่เสียดาย ฮะฮะ วัยรุ่นนี่ดีจริงๆเลยนะ”

“เอ้อ..คือว่า…วันนี้ขอบคุณมากนะคะ”

ยุยพยายามกล่าวพูดขอบคุณเนเน่ และกล่าวต่อว่า

“ปกติ หนูไม่ค่อยชอบมา…กิจกรรม…พวกนี้…แต่ว่าวันนี้..สนุกมากๆค่ะ..แล้วก็ยูมะ…บอกว่าหนู..น่ารักด้วย..รู้สึกดีใจมากค่ะ”

“หึหึ คิดว่าอีเว้นวันนี้จบแล้วถือว่าเข้าใจผิดใหญ่หลวงนะ”

“หา?”

“ที่ทำตะกี้แค่อีเวนท์เปิดงาน ของจริงมันต่อจากนี้ต่างหากล่ะ”

“เอ๋ ต่อจากนี้เหรอคะ”

“ตัดผมเสร็จต้องต่อด้วยแต่งหน้า จากนั้นขั้นถัดไปมันก็ต้องเรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ยิ่งได้คนสวยแบบยุยมาลองเสื้อซะด้วย ไหนๆก็อุตส่าหลุดมาถึงที่แล้ว พี่บอกเลยว่าเตรียมตัวใจให้ดีเถอะ”

“เอ๋..ด..เดี๋ยวก่อนค่ะ..ย..ยูมะ”

ยุยเรียกเสียงหลงในขณะที่โดนเนเน่ลากตัวไปหลังร้าน

“พี่เค้าฟีลลิ่งมาเต็มขนาดนี้ทำใจเหอะครับ”

ยูมะกล่าว พลางเดินตามหลังพวกยุยกับเนเน่

**

จบ CH 5

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ลองอ่านดูมั้ย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-3 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-3 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ พี่ชายและพี่สาวที่กำลังถกกันอยู่หันขวับมาน้องตัวเอง โอ้ไม่อยากจะเชื่อว่าโซโยกะจะคิดแบบนี้กับผมด้วยเหรอเนี่ย “ฮือออ” อากิยามะหันมากล่าวกับผม “เพราะนายเลย อิคุถึงงอนชั้นแล้ว” “อ้าว หลงตัวเองไปปะเธอ ม่า

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-2 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-2 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ แม้ว่าน้องผมจะหน้าบึ้งเรื่องโดนผมตื๊อถ่ายรูป แต่ว่าก็น่ารักอยู่ดี คนภายนอกมามองฉากนี้คงเป็นภาพที่พิลึกเอาการ ที่เห็นเด็กมอปลายถือกล้องถ่ายรูปถูกเด็กเล็กทำหน้าบึ้งใส่นะ ถ่ายรูปหน้าเสาโรงเรียนเสร็จ ผมกับน้องเดินเข้ามาในโรงเรียน รอบๆผมเริ่มเห็นมีพวกคุณแม่พาลูกมาส่งละ แน่ล่ะว่า เมื่อเข้ามาในรั้วโรงเรียนแล้ว

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ “โอนี่จัง โรงเรียนอนุบาลแหละ” “ใช่แล้วครับ โซโยกะ วันนี้วันประถมนิเทศไงครับ” โซโยกะอยู่ที่ใจกลางห้องรับแขก นั่งโซฟาอยู่ น้องหันซ้ายขวากล่าวด้วยความตื่นเต้น ชุดเครื่องแบบที่นีี่มันจะเข้ากับน้องผมเกินปุยมุ้ย

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch1-1 น้องสาวผมน่ารักที่สุดในโลก

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch1-1 น้องสาวผมน่ารักที่สุดในโลก น้องสาวผมนี่ล่ะน่ารักที่สุดในโลก ผมตัดสินใจแล้วว่าจนกว่าถึงเวลาเริ่มโฮมรูม ผมจะนั่งเพลิดเพลินมองรูปน้องผมโซโยกะยาวไป บอกเลยว่ารูปนี้ผมเพิ่งถ่ายน้องสาวผมเมื่อเช้านี้สดๆร้อนๆ รูปที่ผมถ่ายเป็นตอนน้องสาวผมโซโยกะกำลังเคี้ยวขนมปังแก้มตุ่ย “หุหุหุ…. โซโยกะของพี่ชายวันนี้ก็ยังคงน่ารักเหมือนเคย” นี่ล่ะนางฟ้า นางฟ้ากำลังหัวเราะมองมาหาผม