Otonari asobi เล่ม 1 ch5 ใช้ชีวิตร่วมกับเด็กสาวตัวน้อยข้างห้อง

อ่าน Otonari Asobi 迷子になっていた幼女を助けたら、お隣に住む美少女留学生が家に遊びに来るようになった件について แปลไทย  CH5 ใช้ชีวิตร่วมกับเด็กสาวตัวน้อยข้างห้อง

“ล้อตตี้ เอมม่าอยากไปเล่นกับโอนี่จัง”

วันนี้ตอนเย็น ณ. วันที่ไปเฝ้าไข้อาโอยางิด้วยความเข้าใจผิด
เอมม่าเดินมาดึงเสื้อชั้น
“วันนี้ไม่ได้จ๊ะ เอมม่า พี่บอกหนูแล้วนะว่าวันนี้งดเล่นกับโอนี่จังนะ”
“บู่….. หนูจะเล่น…”
เอมม่าออกอาการงอแง ทุบขาชา์ลอต ความเข้าใจของเด็กก็ไม่รู้เรื่องอะไร แค่อยากเล่นกับพี่ชายที่ใจดีเท่านั้น แต่ชาร์ลอตก็ห่วงสุขภาพของอากิฮิโตะว่าจะพักผ่อนน้อย ถึงแม้ว่าปากอาโอยางิจะบอกว่าเป็นความเข้าใจผิด แต่ข้อเท็จจริงคือมันเกิดจากการพักผ่อนน้อย ซึ่งเรื่องนี้ชั้นไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้อยู่ดี

“ขอร้องนะจ๊ะเอมม่า พี่ขอแค่วันเดียวแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่พาไปเล่นกับโอนี่จังตามปกติ”
ชั้นคิดว่าอย่างน้อยก็ขอให้เขาได้พักผ่อนเต็มที่สักวันก็ยังดี แต่ว่า..
“แงงงงงง”
เอมม่าที่คิดแค่ว่าอยากเล่นกับพี่ชาย ก็ไม่ยอมรับคำสั่งของชาร์ลอตง่ายๆจึงงอแง แต่วันนี้ชาร์ลอตตัดสินเด็ดขาดแล้วว่าจะไม่ไป
“จริงสิจ๊ะ เอมม่า ดูคลิปแมวกันมัยจ๊ะ น่ารักมากๆนะ”
ชั้นตัดสินใจเลียนแบบวิธีของอาโอยางิคุง นี่เป็นวิธีที่เขาใช้บ่อยเพื่อดึงดูดความสนใจเอมม่า
แต่ว่าผลลัพธ์ที่ได้คือ…
“หนูอยากเล่นกับโอนี่จังมากกว่าน้องแมว”
“….”
ชั้นก็แอบประทับใจ เพราะเวลาอยู่กับอาโอยางิ น้องจะสนใจคลิปแมวมากกว่า แต่ความจริงคือน้องเลือกเล่นกับอาโอยางิมากกว่าแมว
แต่ถึงยังงั้น ยิ่งชั้นเห็นปฏิกริยาของน้อง ชั้นก็ยิ่งตั้งมั่นกว่าเดิมว่าวันนี้ต้องปฏิเสธลูกอ้อนของน้อง

“งั้นไปชอปปิ้งด้วยกันมั้ย วันนี้พี่จะซื้อขนมให้มากกว่าปกติด้วย”
เอมม่าเป็นเด็กที่ชอบทานขนมมาก ปกติเวลาได้ยินคำพูดแบบนี้ จะดี๊ด๊าและออกไปชอปปิ้งด้วยกัน
แต่ว่า….
“ล็อตตี้บ้าที่สุด”
ไม่ได้ผล
เอมม่ายังอาละวาดทุบขาชั้นต่อ ซึ่งชั้นก็ไม่ยอมแพ้หาวิธีล่ออันใหม่
“เอมม่า เดี๋ยวเรามาเล่นโดมิโน่กัน…..”
“แงงง ล้อตตี้แกล้งหนู เอมม่าอยากเล่นกับโอนี่จัง!
จังหวะที่ชั้นหยิบโดมิโน่ เอมม่าวิ่งเตาะแตะไปที่ประตู เหมือนตั้งใจจะพุ่งออกไปให้ได้ แต่ชั้นคว้าตัวไว้ทัน
“โธ่ ทำไมหนูไม่ฟังพี่เลย”
“แงงง ล้อตตี้ ปล่อยน้า”
“บอกแล้วไงว่าไม่ได้ ทำตัวให้มันดีๆหน่อยสิ!”
“..!”
ชั้นขึ้นเสียงสูงโดยไม่รู้ตัว ส่วนเอมม่าก็ตกใจที่เห็นพี่สาวขึ้นเสียงใส่
“เอมม่า..? คือว่า..พี่..”
ชั้นพยายามใช้น้ำเสียงอ่อนโยน แต่เอมม่าบ่อน้ำตาแตก ปากสั่นแล้ว

“แงงงงง”
“พี่ขอโทษนะเอมม่า”

“ล้อตตี้บ้าที่สุด หนูเกลียดล้อตตี้”
“อ๊ะ รอเดี๋ยวก่อน อย่าออกไปข้างนอกนะ”
“แงงงง”
“รอก่อนเอมม่า อย่าวิ่งไปตรงบันไดนะมันอันตราย มองทางข้างหน้าด้วย”

ชาร์ล้อตรีบวิ่งตามเอมม่าที่เปิดประตูห้องพุ่งพรวดออกไป แต่ไม่ทัน
ด้วยความที่เอมม่าร้องไห้พุ่งออกไปไม่สนโลก จึงไม่ได้ดูทางให้ดีว่าตัวเองกำลังวิ่งไปที่บันได

ชั้นพยายามรีบตามเอมม่า แต่ว่าสมรรถภาพทางกายชั้นสู้เอมม่าที่ยังเด็กไม่ได้ด้วยซ้ำ ฉะนั้นชั้นจึงตามเอมม่าไม่ทัน โดนเอมม่าทิ้งห่างเรื่อยๆ

สุดท้าย เอมม่าจึงวิ่งถึงบันได ภาพน้องที่กำลังเสียหลักฉายมาในดวงตาชั้น

เอมม่าเองเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่ากำลังจะตกบันได จึงพยายามเอี้ยวตัวรักษาสมดุล แต่ว่าตัวเธอถลำเยอะเกินไป ตอนนี้น้องใกล้จะหล่นแล้ว สถานการณ์หมิ่นเหม่มาก
“ไม่นะ…ได้โปรด ใครก็ได้ช่วยหยุดเวลาให้ที”
คำขอที่ดูเปล่าประโยชน์ทั้งที่รู้ตัวดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้ เธอยื่นมือออกไปเจอกับความว่างเปล่า
“ไม่นะะะะะะะะะะ!”
หยุดนะ อย่าแย่งเอาเอมม่าไปจากชั้นนะ

เอมม่าขาลอยกำลังจะตกบันได แต่ว่าจังหวะนั้นเอง มีคนผ่านด้านข้างชั้นไป เขาพุ่งไปถึงจุดที่เอมม่ายืนอยู่ในอึดใจเดียว คว้าตัวเอมม่าได้ทันเวลาพอดี เขาเป่าปากโล่งอก ส่งยิ้มอ่อนโยนให้ชั้น
“ฟู่…แบบนี้สินะที่เรียกเส้นยาแดงผ่าแปดพอดี”
“อาโอยางิคุง….”
คนที่ช่วยเหลือเอมม่าก็ไม่ใช่ใคร พระเอกของเรา อาโอยางิ อากิฮิโตะ นั่นเอง


“ฮืออออ โอนี่จัง..”
“ไม่เป็นไรละครับเอมม่า”
ผมลูบหัวเอมม่าอย่างออนโยน ตอนนี้เธอซุกตัวกับเสื้อผมร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ขอบคุณมากจริงๆนะคะที่ช่วยเอมม่าไว้”

“เอ้อ..ก็..ม่า ตามนั้นครับผม”
ถ้าผมช้าไปแค่วิเดียว เอมม่าตกบันไดแน่นอน ถือว่าโชคช่วยฉิวเฉียด

“ขอโทษนะจ๊ะที่สร้างความเดือดร้อนให้ตลอด”
ชาร์ล็อตกล่าวขอโทษผมด้วยท่าที่เศร้าหมองกว่าปกติ ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้จะมีเรื่องอะไรอยู่รึเปล่า ดูเหมือนเธอจะโทษตัวเองด้วย

“คุณชาร์ล็อตครับ คิดผิดแล้วนะครับ”
“เอ๋”
ผมส่งยิ้มอ่อนโยนให้ สบตาเธอ

“ผมไม่เคยคิดเลยแม้แต่ครั้งเดียวว่าคุณชาร์ล็อตกับเอมม่าสร้างความเดือดร้อน กลับกันเลยครับ ผมดีใจมากทุกครั้งที่คุณสองคนเข้ามาเที่ยวเล่นในห้องผม

“จ…จริงเหรอจ๊ะ”
“แน่นอนครับ เพราะคุณชาร์ล็อตกับเอมม่า ชีวิตผมจึงรู้สึกสนุกในทุกวันครับ”
“แต่ว่า..เรื่องของวันนี้มัน..”
“อืม….เอางี้นะครับ สมมมติว่าคุณชาร์ล็อตเห็นใครสักคนกำลังตกอยู่ในอันตรายแล้วออกไปช่วย คุณชาร์ล็อตในตอนนั้นจะคิดมั้ยว่าการที่ชั้นไปช่วยใครสักคนมันสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเอง”

“ไม่จ๊ะ ชั้นไม่มีทางคิดแบบนั้น”

“นั่นแหละครับ ผมเองก็คิดเหมือนกัน ฉะนั้นผมและคุณเห็นตรงกันนะครับการที่ผมช่วยน้อง มันไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรเลย”
ชาร์ล็อตฟังข้อสรุปผมจบ ยกมือขึ้นแตะปาก ดูจากท่าทางและสีหน้า เธอน่าจะยอมรับในสิ่งที่ผมพูดแล้ว

“นอกจากนี้ ถึงต่อให้คุณมาขอความช่วยเหลือผม ผมก็ไม่เคยคิดว่านี่เป็นความเดือดร้อน กลับกัน ผมดีใจด้วยซ้ำที่คุณมาขอความช่วยเหลือต่างหาก”

“ดีใจเหรอคะ”
“ใช่ครับ การที่มีคนมาขอร้องเป็นหลักฐานว่าผมเป็นคนที่สามารถเป้นที่พึ่งให้คนอื่น หากคุณเป็นที่พึ่งพาของเพื่อนได้ คุณไม่รู้สึกดีใจเหรอครับ”

เอาจริงๆแนวคิดนี้ของผมมันทำให้คนอื่นสามารถมองผมเป็นของตาย ใช้แล้วทิ้งเพราะความใจดีมันอาจจะไม่มีค่าขนาดนั้นในสายตาของคนอื่นก็ได้ แต่ส่วนตัวผมเองไม่ซีเรียสอยู่แล้ว ขอแค่ช่วยเพื่อนได้ ผมดีใจ แค่นั้นจบ

“…อาโอยางคุงเป็นพระรึเปล่าจ๊ะ”

“ไม่หรอกครับ ผมก็แค่คนธรรมดานี่แหละ”

ผมหัวเราะกับคำพูดของเธอ ก่อนเปลี่ยนหัวเรื่อง

“คือว่า…ไหนๆก็ขอถามนิดหนึ่ง ก่อนหน้านี้มีเรื่องอะไรกับน้องรึเปล่าครับ”

เอมม่าที่ฟังอยู่เงียบๆ เหมือนจะรู้แล้วว่าที่พูดนี้ต้องหมายถึงเธอ น้องเลยชิงบอกผมก่อน

“ล็อตตี้แกล้งหนูค่ะ”
“เขาจงใจแกล้งด้วยเจตนาร้ายรึครับ”
“อืม พี่ห้ามหนูไม่ให้มาเล่นกับโอนี่จัง”
“อ๋อ….”
ฟังคำพูดเอมม่าจบ ผมเข้าใจเรื่องราวคร่าวๆละ ผมเดาว่าเรื่องมันคงเกิดจากเมื่อวานด้วยแหละ เธอคงเขินเรื่องเมื่อวานบวกกับอยากให้ผมพักผ่อนให้เต็มที่ แต่เอมม่าน้องไม่รู้เรื่องราวจุดนี้ เลยทะเลาะกับชาร์ล็อต

แต่แน่นอนว่า จะอธิบายด้วยภาษาแบบไหนให้เอมม่าเข้าใจได้ ผมคิดหนักอยู่พักนึงก่อนเอ่ย

“ขอโทษนะครับเอมม่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของผมเอง”

“ความผิดของโอนี่จัง?”
“ใช่แล้วครับ เมื่อวานผมเป็นคนบอกชาร์ล็อตเองว่าวันนี้ไม่ต้องมาเล่นที่ห้องผมครับ”

“อาโอยางิคุง นั่นมันไม่..”

ชาร์ล็อตฟังคำพูดจบเตรียมจะกล่าวแย้ง แต่ผมส่งสายตาแฝงความหมายบอกเธอว่า ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้ัน

ถ้าอยากให้เอมม่ายอมรับฟัง ผมนึกออกได้มีแค่ทางนี้ทางเดียว
“โอนี่จัง เกลียดเอม่าเหรอ”

เอมม่าฟังคำตอบผม เธอช็อค ทำหน้าเสียใจ น้ำตาคลอเบ้า

ชิบหายสิครับ กลายเป็นว่าวิธีพูดของผมทำให้น้องเสียใจจนจะร้องไห้รอมร่อ ผมรีบนึกคำพูดตอบกลับเธอให้ไว

“ไม่หรอกครับ พี่ชอบเอมม่ามากๆนะครับ”

ผมพยายามส่งยิ้มให้เอมม่าและใช้โทนน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดตอบกลับไป

เอมม่าเลยตอบกลับด้วยคำพูดที่เหนือความคาดหมาย

“ถ้างั้นก็ เอมม่าจะเป็นลูกของบ้านโอนี่จัง”
“หือ”

ทำไมข้อสรุปมันยิ่งออกมายิ่งไปกันใหญ่

“เอมม่าจังครับ เรื่องนั้นมันเป็นไปไม่ได้ครับ”
“ทำไมคะ”
“……..”
จะอธิบายเรื่องกฏหมาย น้องก็คงไม่เข้าใจแน่ ขณะที่ผมกำลังคิดอยู่ เอมม่าเริ่มน้ำตาคลอเบ้ามากขึ้นเรื่อยๆใกล้ร้องไห้เต็มแก่แล้ว

“ขออถามได้มั้ยครับว่าทำไมถึงอยากมาเป็นลูกบ้านนี้”

“หนูเกลียดล็อตตี้ หนูอยากอยู่กับโอนี่จัง”
“….ทั้งที่เรื่องวันนี้ไม่ใช่ความผิดของชาร์ล็อต แต่เป็นความผิดของผมนะครับ”
“หนูกลัวล็อตตี้ หนูจะอยู่กับโอนี่จัง”

ไม่ใช่ละ ฟังจบผมคิดในใจเลยว่าเรื่องนี้ดูท่าว่าจะมีความนัยเบื้องหลังซับซ้อนกว่าที่คิด

จะบอกว่าแค่ห้ามเอมม่าไม่ให้มาเล่นที่ห้อง จะทำให้เอมม่าถึงขั้นวิ่งสุดตัวไปที่บันไดจนเกือบเกิดอุบัติเหตุ และจากคำตอบของน้อง มันต้องมีอะไรสักอย่างแล้ว

หรือจะบอกว่าคุณชาร์ล็อตดุแรงไปเหรอ ผมนึกหาคำตอบพลางลูบหัวเอมม่าไปด้วยก่อนมองไปยังคุณชาร์ล็อต พอผมสบตาเธอ ท่าทางของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“ขอโทษนะจ๊ะ คือว่าครั้งนี้ชั้นเผลอขึ้นเสียงใส่น้อง เอมม่าเลยตกใจกลัว”

ถึงเธอจะบอกอย่างนั้น แต่ผมก็ยังไม่อยากจะเชื่อ ในฐานะที่รู้จักกันมาพอสมควร ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าชาร์ล็อตจะขึ้นเสียงใส่น้องได้จริง แต่ถ้าเธอขึ้นเสียงใส่ แน่นอนว่าเอมม่าที่เคยชินกับความใจดีอ่อนโยนของชาร์ล็อต น้องจะตกใจกลัวมันก็สมเหตุผล

สถานการณ์มันชักซับซ้อนขึ้นทุกที

ผมคิดต่ออีกว่าต้องพูดแบบไหนเอมม่าถึงจะยอมรับฟัง แต่ชาร์ล็อตกล่าวขึ้นมา
“อาโอยางิคุง…คือว่า..”
“หือ ว่าไงครับ”

จู่ๆคุณชาร์ล็อตเปลี่ยนจากพูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่าต่อจากนี้เอมม่าจะไม่รู้ว่าพวกผมคุยอะไรกัน

สีหน้าเธอเคร่งขรึมราวกับพร้อมตัดสินใจเรื่องบางสิ่ง

“ถ้าเป็นไปได้ ชั้นฝากเอมม่าไว้กับอาโอยางิคุงสักพักได้มั้ยจ๊ะ”
“หา พูดจริงเหรอครับ”

ผมคาดไม่ถึงกับคำขอของคุณชาร์ล็อต เธอคิดอะไรกันนะ

“ต่อให้ชั้นฝืนพาเอมม่ากลับห้อง เอมม่าคงดื้อไม่ยอมกลับง่ายๆ แล้วก็ต้องยอมรับว่าเรื่องครั้งนี้เป็นความผิดชั้นเอง เพราะฉะนั้นชั้นเลยอยากให้เอมม่าได้ทำอะไรตามใจตัวเองสักครั้งจ๊ะ”

ฟังจากที่คุณชาร์ล็อตพูด ผมคิดว่าตอนนี้เธอคงรู้สึกว่าที่เอมม่าเฉียดตกบันไดเป็นรับผิดชอบของเธอ

“คุณชาร์ล็อตคิดเยอะเกินไปรึเปล่าครับ ผมคิดว่าเดี๋ยวพอผ่านไปสักพักเอมม่าคงใจเย็นกลับมาเป็นปกติครับ”

“ไม่หรอกจ๊ะ ที่ชั้นคิดแค่ว่าอยากให้ความปรารถนาเอมม่าเป็นจริงเท่านั้นเอง”

“งั้นเหรอครับ”

“ส่วนเรื่องของตอบแทน เดี๋ยวชั้นทำกับข้าวให้กินนะ แล้วก็ถ้าเอมม่าอยู่กับอาโอยางิ เอมม่าคงดีขึ้นจ๊ะ”
“ก็ถ้าทำอาหารให้ผม ผมก็ขอบคุณครับ”
“ขอบใจจ๊ะ อ้อมีอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องอาบน้ำจ๊ะ”
“ห๊ะ อาบน้ำ?
“ใช่จ๊ะ ชั้นคงไม่พึ่งพาอาโอยางิถึงขั้นให้อาบน้ำน้อง เดี๋ยวตอนถึงเวลาอาบน้ำชั้นจะพาน้องกลับห้องก่อนแล้วค่อยมาที่นี่นะ”

จู่ๆก็เปลี่ยนหัวเรื่องเป็นอาบน้ำ เล่นเอาชะงักไปพักหนึ่ง แต่ก็สมเหตุผลแหละ ถึงจะขอพึ่งพาผมขนาดไหน คงไม่ถึงขั้นให้ผมพาน้องอาบน้ำด้วยกันหรอก

ทว่าปัญหาเริ่มเกิดขึ้นหลังกินข้าวเสร็จ และตอนนี้ถึงเวลาพาน้องเอมม่าอาบน้ำแล้ว (หลังจากนี้ทั้งสามคนจะกลับมาใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร)

“ไม่เอา เอมม่าจะอยู่กับโอนี่จัง”
เอมม่าจังงอแง ยืนกรานกระต่ายขาเดียวไม่ยอมกลับไปที่ห้องตัวเอง

“เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จปุ๊บ พี่พาเอมม่ามาห้องอาโอยางิคุงทันทีนะจ๊ะ”

“หนูไม่กลับ ล็อตตี้โกรธหนูอยู่นี่นา”
ดูเหมือนว่าเอมม่ายังเข้าใจว่าคุณชาร์ล็อตโกรธเธออยู่

“พี่ไม่ได้โกรธแล้วนะจ๊ะ”
“โกรธ….”
ชาร์ล็อตเอ่ยด้วยท่าทีเห็นชัดว่าไม่โกรธ แต่ว่าเอมม่าไม่รุ้ไม่เห็นไม่ยอมรับใดๆทั้งนั้น

สรุปสองพี่น้องก็ยื้อยุดกันไปมาแบบนี้อยู่30นาที

และแล้ว บทสรุปเรื่องนี้คือ

“เข้าใจละจ๊ะ เอางี้ละกัน เดี๋ยวพี่กับเอมม่ายืมใช้ห้องน้ำของอาโอยางิคุงอาบน้ำด้วยกัน ส่วนอาโอยางิคุงรออยู่ตรงจุดเปลี่ยนเสื้อ ถ้าทำแบบนี้เอมม่ายอมมั้ยคะ”

ผมฟังคำพูดชาร์ล็อต เล่นเอาเลิ่กลั่กเลย เอาจริงดิ

“เอ่อ คุณชาร์ล็อต ใจเย็นก่อนนะครับ”
“ขอโทษนะคะอาโอยางิคุง ชั้นก็ไม่อยากจะเลือกวิธีนี้ แต่ถ้าไม่พูดแบบนี้น้องคงไม่ได้อาบน้ำแน่”
เอ่อ ตรงนั้นมันไม่ใช่ประเด็นครับ สภาพตอนนี้ของชาร์ล็อตดูเหมือนว่าเธอจะสูญเสียความเยือกเย็นในการตัดสินใจไปแล้ว คือถ้าพูดถึงขั้นให้ผมรอที่จุดเปลี่ยนเสื้อนี่ คนที่มีสติครบถ้วนจะไม่พูดแบบนี้แน่

“ถ้าน้องส่งเสียงแล้วอาโอยางิคุงสามารถได้ยิน ชั้นคิดว่าน้องจะสบายใจจ๊ะ”

“…..”

ชาร์ล็อตกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอคิดถึงความรู้สึกของเอมม่า ส่วนเอมม่าก็เงยหน้ามองมาทางผม

ผมเข้าใจแล้วว่าเธอไม่ได้เสียความเยือกเย็น แต่คิดถึงใจน้อง กระนั้นเพื่อความชัวร์ ผมถามเธออีกครั้ง

“เอ่อ ผมเป็นคนพูดเอง ก็ดูทะแม่ง แต่ให้ผมเป็นคนยืนตรงจุดเปลี่ยนเสื้อ ไม่คิดว่ามันอันตรายรึครับ”

“ถ้าเป็นผู้ชายทั่วไป ชั้นคิดว่ามันอันตราย แต่ว่าชั้นเชื่อใจอาโอยางิคุงเลยไม่ห่วงเรื่องนั้นเลยจ๊ะ”

ไอ้เชื่อใจมันก็ดีหรอก แต่บอกตรงๆว่าขนาดตัวเองยังไม่ค่อยมั่นใจเลยว่าจะทนไหวมั้ย ผมเป็นผู้ชายทั้งแท่ง แล้วให้ไปยืนอยู่ตรงจุดเปลี่ยนเสื้อที่มีสาวน่ารักแบบชาร์ล็อตที่กำลังจะอาบน้ำเนี่ยนะ

แล้วถึงผมจะไม่แอบดูพวกเธออาบน้ำ แต่ผมจะเห็นเสื้อผ้าของเธอถอดกองกับพื้นซะด้วยสิ…

“้แต่ว่า..ถ้าเป็นไปได้ เสื้อที่ชั้นถอดวางไว้ เธอห้ามแตะต้องนะ”
ชาร์ล็อตหน้าแดงแป้ด กล่าวด้วยท่าทีเขินอาย

“ม…ไม่แตะอยู่แล้วครับ แล้วก็ไม่แอบมองด้วยครับ”

“จ๊ะ ชั้นเชื่อใจเธอนะ”

ชาร์ล็อตยิ้มตอบกลับทั้งที่ยังเขิน ถ้าเห็นรอยยิ้มสุดน่ารักแบบนี้ ผมไม่มีทางหักหลังความเชื่อใจเธอแน่

“ไปอาบน้ำกันจ๊ะ”
ชาร์ล็อตกล่าวสรุป ทุกคนไปที่ห้องอาบบน้ำ


“แงงงงง !เข้าตา”
“พี่บอกแล้วว่าให้หลับตาก่อนไงจ๊ะ เดี๋ยวพี่รีบล้างต้าให้…”
เสียงพี่น้องเบนเน็ตโหวกเหวกดังข้ามประตูห้องน้่ำ ดูเหมือนว่าไม่แชมพูก็ครีมอาบน้ำจะเข้าตาเอมม่า

ตอนนี้ผมนั่งรอหน้าจุดเปลี่ยนเสื้อ รอสองพี่น้องอาบน้ำอาบน้ำเสร็จ

ใกล้ๆที่ผมนั่ง มีถุงใส่เสื้อผ้าพวกคุณชาร์ล็อตวางไว้

คือคุณเธอโคตรทดสอบความไว้เนื้อเชื่อใจผมเลย วางใกล้ผมแบบว่าจะแอบดูตอนนี้เธอไม่มีทางรู้แน่ แต่แน่นอนว่าผมปฏิญาณแล้วว่าจะไม่หักหลังรอยยิ้มนั้น ผมเลยปล่อยถุงผ้าไว้ไม่ได้สนใจ

“โอนี่จัง ล็อตตี้แกล้งหนู”
“แชมพูเข้าตาหนูเพราะหนูไม่หลับตาเอง พี่ไม่ได้แกล้งหนูนะ”
เสียงของสองพี่น้องฟังดูสนุกสนานกันดี
เอาจริงๆ ภาพตรงกระจกหน้าห้องน้ำก็เห็นเป็นเงาของสองพี่น้อง

ทางผมก็ไม่อยากจะทำลายความเชื่อใจของชาร์ล็อตเลยเบนหน้าหนีประตู
“เอมม่า ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวใช้น้ำล้างแปบๆก็หายแสบตาแล้วครับ”
ผมตอบเอมม่าด้วยน้ำเสียงแจ่มใสขณะสงบจิตใจไม่ให้มองถุงเสื้อและประตู

ผมได้ยินเสียงน้ำดังซู่ คาดว่าเธอคงล้างตาอยู่ตอนนี้

สักพักหนึ่งผมได้ยินเสียงเอมม่า
“โอนี่จังไม่เข้ามาอาบด้วยกันเหรอ”
เจอคำพูดใสซื่อของน้องทะลวงใจเข้ามาดื้อๆ เล่นเอาผมแทบตบะแตก นี่มันคำเชิญชวนอันเย้ายวนของปีศาจชัดๆ
“ไม่.. ไม่ได้นะ ห้ามเข้ามานะ”
ชาร์ล็อตรีบกล่าวทันที

มันแน่อยู่แล้ว ผมเข้าไม่ได้หรอก ไม่สิ ถ้าให้พูดตามตรงก็คือ ถ้าเข้าไปได้ก็ไม่ลังเลหรอกครับ แต่มันทำลายความเชื่อใจ ผมเลยไม่เข้า
“ล็อตตี้ เลิกเป็นเพื่อนกับโอนี่จังแล้วเหรอ”
“ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้นจ๊ะ “
“….? เข้าห้องน้ำมาแล้วต้องเปลือยด้วยใช่มั้ยคะ”
“….จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่าไ่ม่ใช่ก็ได้ คือว่าเราเป็นผู้หญิงนะจ๊ะ ส่วนอาโอยางิคุงเป็นผู้ชายจ๊ะ”
“…….? หนูไม่เข้าใจที่ล็อตตี้พูด ล็อตเต้ทำตัวแปลกๆมากเลย”
ดูเหมือนว่าชาร์ล็อตพยายามอย่างเต็มที่ที่จะอธิบายเรื่องปัญหาความต่างของเด็กผู้ชายและผู้หญิง แต่เอมม่ายังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจ

ผมเลยเลือกที่จะช่วยเธอตอบเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ
“ขอโทษนะครับเอมม่า แต่พี่เข้าไม่ได้ครับ”
“ทำไมเหรอ..?”
“เพราะว่าพี่เป็นผุ้ชาย จะเข้าไปได้ก็ต้องเป็นผู้หญิงที่พี่แต่งงานด้วยเท่านั้น”

ผมเดาว่า ถ้าน้องจะถามคำถามผม มันต้องเป็นความหมายคำว่าแต่งงาน และเอาจริงๆ น้องก้รู้ศัพท์คำว่าพันธมิตร ผมว่าคำว่าแต่งงาน น้องอาจจะเข้าใจได้โดยผมไม่ต้องอธิบายก็ได้

ทว่าคำตอบน้อง เหนือความคาดหมายผมคิด

“ถ้างั้นเอมม่าจะแต่งงานกับโอนี่จัง”
ผมแทบจะสำลักกับคำตอบเหนือความคาดหมายอันนี้ แต่คิดว่าน้องคงพูดอะไรแบบเด็กๆไม่คิดลึกนั่นแหละ
“อืมมมม ไม่ได้หรอกครับ”
“ทำไมล่ะ..? โอนี่จังเกลียดเอมม่าเหรอ”
“ไม่ได้เกลียดครับ แต่ว่าจะแต่งงานกันได้ก็ต่อเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้วต่างหาก”
ตอนแรกผมได้่ยินเสียงเหมือนเอมมร้องไห้นิดๆ คงเข้าใจว่าผมเกลียดเธอไปแล้ว ผมเลยรีบอธิบายเหตุผลให้เอมม่าเข้าใจ

พออธิบายจบ เอมม่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงแจ่มใส
“ถ้างั้นก็ วันที่เอมม่าโตเป็นผู้ใหญ่ เอมม่าจะแต่งงานกับโอนี่จังนะ”

ผมคิดว่าเอมม่าตอบกลับมาซะน่ารักเชียว แต่ก็เป็นคำตอบง่ายๆซื่อๆแบบเด็กๆนั่นแหละ
“ฮะฮะฮะ ถ้าถึงตอนนั้นเอมม่าเป็นผู้ใหญ่จริงแล้วความรู้สึกยังไม่เปลี่ยนล่ะก็ ถึงตอนนั้นเรามา…”
“อาโอยางิคุง ห้ามพูดคำนั้นเด็ดขาดนะ!”
“คุณชาร์ล็อต…?
ผมแปลกใจว่า ชาร์ล็อตทำไมจู่ๆรีบพูดขัดผมเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ผมก็งงสิ นี่ผมพูดอะไรผิดไปเหรอ เธอถึงใช้ภาษาญี่ปุ่นสื่อสารเพื่อไม่ให้เอมม่าเข้าใจสิ่งที่พูด

“นี่มันคำพูดปักธงนะ”
“หือ?ปักธงคือ?”
“ในการ์ตูนมังงะเลิฟคอมเมดี้ตาหวาน มันมาแพทเทิร์นแบบนี้เลย พวกตัวเอกจะสัญญากับเพื่อนสมัยเด็กว่าอีกสิบปีจะมาแต่งงานกัน สุดท้ายพอผ่านไปสิบปี พระเอกก็จะเป็นคนลืมสัญญา แล้วเดี๋ยวนางเอกก็จะมาทวงสัญญา แต่ว่าตอนนั้นพระเอกก็จะมีแฟนอยู่แล้ว แล้วก็มาเดือดร้อนว่าจะคลายปมปัญหานี้ยังไง”
สมแล้วที่เป็นคอการ์ตูน ถึงอธิบายแบบใส่พลังน้ำเสียงและเห็นภาพชัดขนาดนี้
“เอ่อ ผมคิดว่า นั่นมันเรื่องการ์ตูน ชีวิตจริงผมไม่คิดว่าจะมีเด็กที่ไหนจำได้ถึงขนาดนั้นหรอก”
“ถึงเป็นเด็ก แต่ผู้หญิงน่ะเขาจำสัญญาได้นะ ทุกวันจะทวนเรื่องความทรงจำอันนี้ซำไปซ้ำมา ยังไงก็ไม่มีทางลืมแน่”
พอเจอคุณชาร์ล็อตพูดแบบนี้ ผมก็ยอมรับในใจว่า ตัวเองก็มีสัญญาสำคัญในอดีตสมัยเด็กที่ยังไม่ลืมเช่นกัน

ขณะที่ผมคิดถึงเรื่องในอดีต ก็มีเสียงเอมม่าแทรก
“ล็อตตี้แกล้งเอมม่าอีกแล้ว”
แม้ว่าเอมม่าจะไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น แต่ด้วยความที่โดนแทรกแล้วแย่งพูดยาวๆ สัญชาตญาณก็บอกเธอได้เองว่านี่คือโดนขัดคอ
ด้วยเหตุนี้ เอมม่าเลยเริ่มโกรธ

“เอมม่า พี่ไม่ได้แกล้งหนูนะ พอดีว่ามันมีเรื่องสำคัญต้องพูดก่อน”
“หนูเกลียดล้อตตี้แล้ว หนูจะอยู่กับโอนี่จัง”
“เอ๋ จะทำอะไรน่ะ อย่านะ”
จู่ๆก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากในห้องน้ำ มันเลยเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมอง และทันใดนั้นเอง
“โอนี่จาง…”
เอมม่าในสภาพไม่ใส่เสื้อผ้าสักชิ้น เนื้อตัวเปียกโชก กระโดดออกจากประตูเข้ามากอดผม

ส่วนชาร์ล็อตก็อยู่ในท่ากำลังห้ามเอมม่าไม่ให้ออกมา

แน่นอนว่า ถ้าเอมม่าไม่ใส่เสื้อผ้าสักชิ้น ชาร์ล็อตก็สภาพเดียวกัน

ผมเห็นแล้ว ขอบรรยายสั้นๆว่าถึงความงดงามคุณชาร์ล็อตว่า เนื้อตัวผิวพรรณดี รูปร่างงดงามปราศจากไขมันส่วนเกิน ง่ายๆว่าสวยเริ่ด

หน้าเธอค่อยแดงๆทีละนิด

“เ่อ่อ คือ..คือ…คือว่า..”

เวลาผ่านไปได้สักพัก ชาร์ล็อตคงน่าจะจนคำพูด ไม่รู้จะกล่าวอะไรกับผมที่เห็นเธอในสภาพเปลือย สุดท้ายเธอรีบเข้าห้องน้ำ ปิดประตู

“ล็อตตี้เป็นอะไรของเขาน่ะ?”
เอมม่าที่กำลังกอดและอยู่บนตักผมทำหน้าและกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่รู้เรื่องราว มองไปที่ประตูห้องน้ำ

image-2

เพื่อไม่ให้เอมม่าเป็นหวัด ผมพาเอมม่าเช็ดตัวก่อน ขณะที่ผมพาเอมม่าไปเช็ดตัว ระหว่างนั้นผมได้ยินเสียงชาร์ล็อตลอยหลังประตู
“โม่ ชั้นเป็นเจ้าสาวไม่ได้แล้ว”

หลังจากนั้นสักพัก ชาร์ล็อตออกมาจากห้องน้ำ แต่งตัวเรียบร้อย แต่หน้ายังแดงแป้ด น้ำตาคลอเบ้าเล็กๆ เนื้อตัวสั่นเทาเล็กน้อย นั่งลงข้างผม

“…..”

เอมม่าดูสภาพคุณชาร์ล็อต เจ้าตัวก้มหน้า ดูเหมือนว่าจะรู้ตัวว่าทำผิดเหมือนกัน

เอมม่าไม่กล้าสบตาชาร์ล็อตตรงๆ เธอเข้ามาซุกกับผมแล้วแอบมองชาร์ล็อตสลับไปมา สีหน้าน้องเป็นกังวลมาก คาดว่าเธอคงกลัวคุณชาร์ล็อตโกรธ

เอาจริงๆคุณชาร์ล็อตเธอไม่ได้โกรธเอมม่าหรอก สภาพตอนนี้เธอแค่อายเฉยๆ แต่เอมม่ายังเล็กเลยไม่เข้าใจ ผมที่รู้เรื่องนี้จึงพยายามลูบหัวเอมม่าเพื่อปลอบน้อง

“ขอโทษนะคะที่ให้เห็นของน่าอายลงไป”
“ไม่ไม่ไม่ ที่เห็นผมนั่นห่างไกลจากคำว่าของน่าอายล้านปีแสงเลยครับ”

ต้องบอกว่าได้เห็นของโคตรดีย์ต่างหาก
ถึงคำพูดผมมันจะดูสองแง่สามง่ามไปนิด แต่อย่างน้อยที่ผมพูดเพราะผมอยากให้เธอสบายใจว่ามันไม่ใช่เรื่องต้องขอโทษผมเลย

แล้วก็คนที่ต้องขอโทษจริงๆไม่ใช่เธอด้วย

“ทางผมต้องขอโทษด้วยครับ ที่เผลอมองคุณที่ห้องน้ำ”

ทว่าคุณชาร์ล็อตที่ยังเขินอายอยู่ กลับส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่ต้องขอโทษหรอกจ๊ะ เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะชั้นเผลอเสียงดังเอง”
เธอช่างเป็นเด็กดีอะไรเช่นนี้

เพราะถ้าไล่หาต้นสายปลายเหตุจริงๆ เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะเอมม่าล้วนๆ เอมม่าพุ่งพรวดเปิดประตูมาในจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด ไม่แปลกใจที่ชาร์ล็อตตอนนั้นจะส่งเสียงดังห้าม

ทว่าทั้งที่เป็นแบบนั้น เธอไม่กล่าวโทษเอมม่าแม้ครึ่งคำ ไม่แม้แต่จะคิดว่าต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องเปลือย เป็นเพราะเอมม่า

ความคิดของเธอทำให้ผมยอมรับและชื่นชมว่าเธอโคตรจะเป็นคนดีจริงๆ

“อืม ยังไงก็ตาม เรื่องราวในวันนี้ให้คิดซะว่าทำเป็นลืมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นละกันครับ”

เอาจริงๆภาพที่เห็นนั่นตราตรึงอยู่ในใจ คงไม่ลืมหรอก แต่ผมเลือกที่จะพูดแบบนี้เพื่อให้ชาร์ล็อตรู้สึกดีขึ้น ไม่โทษตัวเอง

“ข..ขอบใจจ๊ะ ถ้างั้นเดี๋ยวชั้นขอตัวกลับก่อนนะ”

วันนี้ถือว่าเธอกลับห้องตัวเองเร็วกว่าปกติ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพิ่งจะผ่านเหตุการณ์ตะกี้มา

แต่ว่าหลังจากเธอลุกขึ้น ทิศทางที่เธอเดินไป ไม่ใช่ประตู แต่เป็นที่เอมม่ากำลังเกาะผม พอเอมม่าเห็นชาร์ล็อตเดินเข้ามา เธอเดินไปหลบหลังผมก่อนค่อยๆโผล่หน้ามองชาร์ล็อต

ดูเหมือนว่าปัญหาระหว่างพี่น้องจะยังไม่จบง่ายๆ

“เอมม่าจ๊ะ พี่จะกลับแล้วนะ เอมม่าจะกลับด้วยกันมั้ย”

สีหน้าท่าทางชาร์ล็อตเต็มไปด้วยความเศร้า แต่กระนั้นเธอยังใช้น้ำเสียงอ่อนโยนกล่าวถามเอมม่า

ด้านเอมม่าที่ฟังคำถามชาร์ล็อต ถึงตอนนี้เธอยังไม่กล้าสบตา ส่ายศีรษะไปมาปฏิเสธชัดเจน

“งั้นเหรอจ๊ะ เข้าใจละ ถ้าอย่างนั้น อาโอยางิคุง ชั้นฝากเอมม่าด้วยนะ”

“อืม ได้ครับ”

“ชั้นขอตัวก่อนนะ”

“เดี๋ยวผมไปส่ง”

“ขอบคุณจ๊ะ”

ชาร์ล็อตยิ้มตอบกล่าวขอบคุณผม ทว่ารอยยิ้มของเธอช่างเหนื่อยล้า

วันนี้มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น คงกระทบกระเทือนจิตใจเธอมาก ให้เธอกลับไปพักผ่อนอยู่กับตัวเองสักพัก อาจจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าก็ได้

“ราตรีสวัสดิ์ เอมม่า อาโอยางิคุง”

“ราตรีสวัสดิ์ครับ”

“อืม”

หลังจากกล่าวราตรีสวัสดิ์ ผมมองส่งชาร์ล็อตกลับห้อง จากนั้นกลับมาดูเอมม่าที่ตอนนี้ทำหน้าหงอยๆมองชาร์ล็อตกลับ

….อืม เรื่องราวชักจะยุ่งยากกว่าที่คิด

“เอมม่าครับ ดูคลิปแมวมั้ย”

“อืม..”

ถ้าเป็นเวลาปกติ พอพูดว่าให้ดุคลิปแมว เอมม่าจะเปล่งเสียงร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ครั้งนี้เธอเพียงแค่พยักน้า ตอบรับด้วยน้ำเสียงล้า

จริงๆผมอยากให้เอมม่านอนแยกห้องต่างหาก แต่ดูสภาพแล้ว ให้ไปนอนคนเดียว เธอน่าจะนอนไม่หลับและกังวลด้วย อีกทั้งผมก็ต้องไปอาบน้ำก่อน เลยให้เอมม่าดูคลิปแมวฆ่าเวลาระหว่างผมยังอยู่ในห้องน้ำ

พอผมอาบน้ำเสร็จกลับมาที่ห้อง ผมถามเอมม่าที่กำลังดูคลิปแมว

“นอนเลยมั้ยครับ”

ปกติเวลาผมเข้ามาเจอเอมม่าหลังหายตัวไปสักพัก เธอจะต้องดี๊ด๊าแจ่มใสกว่านี้ แต่ดูเหมือนว่าเรื่องของชาร์ล็อตจะทำให้เอมม่าสะเทือนใจจนน้องหมดพลังงาน
เธอแค่หันหน้าหาผมเปล่งเสียงเนือย

“อุ้มหน่อย”

เอมม่ากางสองแขนพร้อมถือมือถือ นั่งรอให้ผมไปอุ้ม ผมค่อยๆสอดแขน ยกตัวเอมม่าอุ้มอย่างอ่อนโยน เดินไปยังฟูกนอนที่ปูไว้

“ขอโทรศัพท์นะครับ”

“อืม”

วันนี้เอมม่าพูดอะไรก็เชื่อฟังง่ายๆ เธอคืนมือถือให้ผมทันที ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ เอมม่าจะต้องต่อรองกับผมแน่ว่าขอดูคลิปแมวต่ออีกหน่อย ดูเหมือนว่าเธอจะอาการหนักจริงๆ

หลังจากคืนโทรศัพท์ให้ผม เอมม่าซุกตัวกับผม แสดงอาการขี้อ้อนเหมือนปกติ แต่บรรยากาศวันนี้ต่างจากก่อนหน้าลิบลับ ปกติเวลาน้องกอดจะต้องส่งเสียงอ้อน หรือทำหน้าตาน่ารัก แต่วันนี้น้องกอดแบบนิ่งๆซึมๆ

“เป็นอะไรเหรอครับ”

“เอมม่า โดนล็อตตี้เกลียดแล้วรึเปล่าคะ…?”

คำพูดซื่อๆของน้องเล่นเอาผมตกใจ ไม่คิดว่าน้องจะพูดความในใจออกมาง่ายขนาดนี้ ถ้าน้องแสดงความซื่อตรงแบบนี้ต่อหน้าชาร์ล็อต เรื่องอาจจะจบไปแล้วก็ได้ แต่ก็นะ น้องไม่กล้าพูดตรง ผมก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

“ไม่ต้องห่วงครับ คุณชาร์ล็อตรักเอมม่ามากนะครับ”

“จริงเหรอคะ…?”

“จริงสิครับ”

คุณชาร์ล็อตรักเอมม่ามากแค่ไหน มองดูปราดเดียวก็รู้แล้ว บางทีวันนี้ที่เจอเรื่องราวต่างๆ ผมมองว่า ต่อให้เธอโกรธเอมม่าจริงแต่เธอจะไม่เกลียดเอมม่าแน่ ในทางกลับกัน ถ้าเธอโกรธ ต้องบอกว่าเพราะรักเอมม่ามากจึงโกรธมากกว่า

แต่จะให้อธิบายเอมม่าด้วยเรื่องราวยากๆขนาดนี้ ผมว่าเอมม่าคงไม่เข้าใจแน่

“เอมม่าจังก็รักคุณชาร์ล็อตเหมือนกันใช่มั้ยครับ”

“ล็อตตี้…ร้องไห้ด้วยตะกี้”

อ๋อออออ ตอนออกจากห้องน้ำที่เห็นร่างเปลือย จำได้ว่าเธอน้ำตาคลอเบ้าด้วย เอมม่าเลยคิดไปเองว่าชาร์ล็อตเกลียดเธอ

“สบายใจได้ครับ คุณชาร์ล็อตไม่มีทางเกลียดเอมม่าด้วยเรื่องแค่นั้นหรอกครับ”

เอาจริงๆ ก็ไม่ได้มั่นใจเต็มร้อยในสิ่งทื่พูด แต่เพื่อให้เอมม่าสบายใจ ผมได้แค่บอกเธอไปแบบนี้ อย่างน้อยสิ่งที่ผมเชื่อมั่นสุดใจคือ ความจริงก็ย่อมเป็นความจริง วิเคราะห์จากพฤติกรรมที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าชาร์ล็อตไม่เกลียดเอมม่าแน่

“แต่ว่า เธอโกรธอยู่…”

เอมม่ายังคงคิดไปเองว่าชาร์ล็อตโกรธ บางทีคงเป็นเพราะความกังวลต่างๆนาๆทำให้เอมม่ามองอะไรเป็นแง่ลบไปหมด ต่อให้ผมตอบสิ่งที่เอมม่ากังวลได้อันหนึ่ง แต่เดี๋ยวก็ไปกังวลเรื่องอื่นต่ออีก

แต่ก็นะ มาถึงจุดนี้ คำพูดที่ผมจะเลือกใช้ก็มีอันเดียว

“ผมยืนยันได้ว่า คุณชาร์ล็อตไม่มีทางเกลียดเอมม่าแน่นอนครับ เอมม่าไม่เชื่อคำพูดพี่เหรอ”

“เปล่าค่ะ หนูเชื่อ”

“งั้นเหรอครับ ขอบคุณครับผม”

“อืม”

พอผมกล่าวขอบคุณเอมม่า น้องส่งรอยยิ้มน่ารักผงกหัวให้ ดูเหมือนว่าน้องจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมแล้ว

ถ้าอย่างนั้น ลองหาวิธีแก้ปัญหาแบบนี้ดูสักหน่อยละกัน

“แต่ว่า เอมม่าจังทำให้คุณชาร์ล็อตเดือดร้อน อันนี้เป็นเรื่องจริง ยอมรับมั้ยครับ”

“อืม”

โอ้ว ตอนแรกคิดว่าเธอจะปฏิเสธด้วยซ้ำ แต่เอมม่ากลับยอมรับง่ายๆแทน ดีแล้วล่ะ ถ้าสำนึกผิดแล้ว เรื่องน่าจะง่ายกว่าเดิมเยอะ

“ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้เอมม่าไปขอโทษคุณชาร์ล็อตด้วยกันกับผมนะครับ”

ถ้าทำผิดก็ต้องขอโทษ อันนี้คือสิ่งที่ควรทำ ผมอยากให้น้องมีจิตสำนึกที่ดีในเรื่องนี้

และถ้าเอมม่าขอโทษ ผมเชื่อว่าความสัมพันธ์ของเอมม่ากับชาร์ล็อตต้องกลับมาดีเหมือนเดิมแน่

พอสบายใจ ผมก็คิดเพลินๆก่อนหน้าว่า ไอ้ที่คุณชาร์ล็อตบอกผมเรื่องปักธงความหมายจริงๆมันคืออะไรกัน แต่ว่าเรื่องไม่จบง่ายๆ เพราะคำตอบของเอมม่าคือ

“ไม่ไป”

“อ้าว.. เหตุผลคืออะไรครับ”

อะไรที่คิดว่ายากก็เคลีย์ง่ายดาย อะไรที่คิดว่าง่าย ดันตอบมาเหนือความคาดหมายซะงั้น นี่ผมคาดการณ์ตกหล่นอะไรไปนะ

“ล็อตตี้โกรธเอมม่าอยู่”

“อืม ใช่ครับ ฉะนั้นเพื่อให้หายโกรธ เราต้องไปขอโทษไงครับ”

ผมไม่รู้สิ่งที่เอมม่าคิด แต่ปกติตามคอมม่อนเซ้นส์ ถ้าถูกโกรธก็ต้องไปขอโทษให้หาย หรือจะบอกว่าน้องเป็นคนที่เกลียดการขอโทษคนอื่นเหรอ

“หนูกลัวที่จะพูดว่าขอโทษ”

อ๋อออออออออ เข้าใจแล้ว ทุกอย่างลงล็อคหมดละ

เอมม่าไม่ได้เกลียดการขอโทษคนอื่น

จริงๆแล้วเอมม่าก็คงรู้แต่แรกแล้วว่าชาร์ล็อตรักเอมม่ามาก แต่เพราะว่าไม่ได้ฟังจากคำพูดของคุณชาร์ล็อตโดยตรง เธอก็เลยไม่มั่นใจว่าสิ่งที่คิดมันถูกมั้ย เลยกลัวที่จะเผชิญหน้ากับคนที่โกรธอยู่

แต่ถึงเข้าใจความรู้สึก ก็ไม่ใช่ว่าจะคลี่คลายปัญหาง่ายๆ เรื่องกลับมาซับซ้อนอีกแล้ว

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าไปขอโทษตรงๆคุณชาร์ล็อตต้องยกโทษให้แน่”

“ไม่เอา”

เอมม่าส่ายหัวดิกไม่ทำตามคำขอของผม แสดงชัดเจนว่ายังไงก็ไม่ไปขอโทษแน่ ผมที่เล่นกับเอมม่าทุกวันรู้ดีว่า ถ้าเอมม่าดื้อ ออกอาการชัดเจนขนาดนี้ พูดเรื่องเดิมไปก็เปล่าประโยชน์อยู่ดี และแน่นอนว่า ถึงผมจะฝืนบังคับให้ขอโทษได้ แต่ถ้าไม่ได้มาจากความต้องการของน้องจริงๆ ผมคิดว่ามันเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์

เอาจริงๆนะ แค่น้องไปขอโทษ เผลอๆคุณพี่ชาร์ล็อตเตรียมยกโทษให้ก่อนเอมม่าจะเอ่ยปากพูดจบด้วยซ้ำ

แต่น้องดันไม่กล้าเผชิญหน้าโดยตรง ปัญหาตรงนี้ผมต้องขบคิดหนักเลยว่าจะเอาไงดี มันต้องมีวิธีสิ

เอาวะ ลองแบบนี้ดูละกัน

“้เอมม่าครับ ถ้าลองขอโทษแบบนี้ เอมม่าทำได้มั้ยครับ”

ผมยื่นข้อเสนอให้เอมม่า กดมือถือ ยื่นบางอย่างให้เธอดู

เอมม่าดูจบ ผมลุ้นหนักเลย คำภาวนาของผมในใจคือ ขอให้น้องทำเหอะ อย่าส่ายหัวปฏิเสธนะ

และคำตอบคือ

“อืม เอมม่าทำได้ค่ะ”

เอมม่าตอบกลับน้ำเสียงหนักแน่น

“ทำได้จริงนะครับ”

“อืม”

“เยี่ยม ดีละครับ พรุ่งนี้เดี๋ยวพี่ไปซื้้อของให้ แล้วเอมม่าก็ทำตามนี้นะ”

“อืม เอมม่าจะพยายาม”

เอาจริงๆวิธีที่ผมคิดก็เสี่ยงเอาการ มีแววว่าเอมม่าจะปฏิเสธด้วยซ้ำ แต่พอน้องตอบตกลง ผมนี่โล่งเลย

ดูจากอารมณ์ สีหน้าท่าทาง ผมมองว่าเอมม่าพูดจริงทำจริงพยายามจริงแน่ โชคดีว่าพรุ่งนี้ผมไม่ต้องไปโรงเรียน เลยมีเวลามากพอที่จะซื้อของให้น้อง

“ถ้างั้นวันนี้นอนได้แล้วนะครับ”

พรุ่งนี้เดี๋ยวน้องจะต้องใช้แรงกายและความพยายามมาก ผมเร่งให้น้องรีบพักผ่อน ลูบหัวเอมม่าอย่างอ่อนโยนกล่อมให้นอน

“เอมม่า…อยาก…คุยกับ..โอนี่จังต่อ”

“พรุ่งนี้เอมม่ามีเวลาได้คุยอีกเยอะครับ นอนก่อนเนอะ”

“อืม”

เอมม่ากล่าวจบหลับตานิ่งก่อนจะผล็อยหลับไป ผมรออีกสักพักจนได้ยินเสียงลมหายใจเป็นจังหวะของเอมม่า แสดงว่าเธอหลับสนิทแล้ว

“ฝ้นดีนะครับ เอมม่าจัง”

ผมค่อยๆลุกจากเตียง ไม่ให้เอมม่าสะดุ้งตื่น รวบรวมความคิดและไตร่ตรองถึงสถานการณ์วันพรุ่งนี้

“โอเค ห้องนี้ใช้ได้ แล้วก็เราจะเตรียมไว้สักสองสี คำนวนพื้นที่ห้องกับตำแหน่งที่จะวางแล้วถือว่าผ่าน”

ผมตั้งใจคิดคำนวนอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้แผนการขอโทษวันพรุ่งนี้ของเอมม่าล้มเหลวเด็ดขาด

******

วันรุ่งขึ้น พระอาทิตย์เริ่มตกดิน ผมเดินไปเรียกชาร์ล็อต

“ขอโทษจริงๆนะคะที่วันนี้ก็ต้องดูแลเอมม่าด้วยไม่ใช่แค่เมื่อวาน..”

” ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ คนที่บอกว่าวันนี้จะดูแลเอมม่าก็คือผมเองด้วย”

วันนี้ช่วงเช้า ผมเป็นคนติดต่อบอกคุณชาร์ล็อตเองว่าจะขอดูแลเอมม่าต่ออีกหน่อย

แน่นอนว่าที่ขอดูแลเพราะว่าผมกำลังดำเนินแผนการอยู่ และมันต้องใช้เวลา แต่แน่นอนว่าชาร์ล็อตยังไม่รู้แผนการผม

“แล้วเอมม่าเป็นไงบ้างคะ”

“ตอนนี้นั่งเล่นอยู่ในห้องผมคนเดียวครับ”

“ไม่ได้ก่อความเดือดร้อนอะไรให้ใช่มั้ยคะ”

“ไม่หรอกครับ น้องก็ทำตัวน่ารักเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนครับ”

เอาจริงๆนะ เดือดร้อนเอาเรื่องเลยล่ะครับ บางช่วงวันนี้น้องร้องไห้อาละวาดก็มีเหมือนกัน เพราะงั้นกำหนดการของผมที่วางแผนไว้เลยต้องเลื่อนเวลามานิดหน่อย

แต่ก็นะ ถึงจะเวลาจะผิดแผนไปนิด แต่ก็สนุกดี อีกอย่างน้องเอมม่าน่ารักด้วย จะทำตัวดื้อบ้างผมก็ไม่ว่าอะไร

“ดีแล้วค่ะที่น้องไม่ดื้อ”

“อืม”

ผมคุยกับเธออยู่ตรงทางเดินแมนชั่น จากสภาพของเธอตอนนี้ ดูเหมือนว่าความกระทบกระเทือนจิตใจจากเรื่องเมื่อวานยังหลงเหลืออยู่ ท่าทางเธอไม่ค่อยแจ่มใสเท่าไร

“เอมม่าจะยกให้ชั้นมั้ยคะ”

“….ไม่ต้องห่วงหรอกครับ”

“ถึงตอนนี้น้องยังไม่ออกมาคุยกับชั้นเลย? น้องคงจะเกลียดชั้นไปแล้วสินะ”

“ม…ไม่หรอกครับ เรื่องเอมม่าเกลียดคุณชาร์ล็อตคุณลืมไปได้เลย”

ผมทิ้งช่วงตอนตอบเธอว่าไม่ต้องห่วง ตอนนั้นคุณชาร์ล็อตพูดขัดจังหวะผม เล่นเอาผมตกใจต้องรีบแก้ความเข้าใจผิดเธอ

ผมคาดไม่ถึงว่าคุณชาร์ล็อตจะคิดแบบเดียวกับเอมม่าเลยว่า อีกฝั่งจะเกลียดตัวเองแน่

แต่ถ้ามองจากมุมมองเธอก็พอจะเข้าใจได้ เพราะปฏิกริยาของเอมม่าถึงตอนนี้ เธอคงไม่เคยเจอมาก่อนจะคิดมากก็ไม่แปลก

ด้วยความที่คุณชาร์ล็อตใส่ใจเอมม่ามากๆ แต่เอมม่ายังไม่ตอบสนองในแง่ดี เธอจะคิดว่าน้องเกลียดมันก็ฟังขึ้น

แต่ก็นะ ต้องบอกว่า เรื่องคิดเองเออเองเข้าใจผิดเองนี่ พอกันทั้งพี่น้องเลย สำเนาเดียวกันเป๊ะ

“แต่ว่า..น้องยังโกรธชั้นอยู่นี่คะ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถ้ายังไง ลองคุยกับเอมม่าโดยตรงเลยดีมั้ยครับ”

ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ เดี๋ยวเธอคิดมากเกิน สู้ให้เผชิญหน้าตรงๆไปเลยน่าจะดีกว่า และผมเองก็คิดว่าได้เวลาดำเนินแผนการแล้ว ควรรีบลงมือเลย ถ้าปล่อยเวลาล่วงเลยต่อ ผมไม่รู้ว่าเอมม่าจะทำแผนพังก่อนรึเปล่า

จะว่าไป เอมม่าค้างคืนที่ห้องผม แต่ทำไมพ่อแม่ของเอมม่าไม่เห็นว่าอะไรสักคำ ไม่สิ นี่ยังไม่เห็นหน้าพ่อแม่เธอเลยด้วยซ้ำ เท่าที่สังเกตมา ดูเหมือนว่าเธอจะอยู่กันแค่สองพี่น้องด้วย

“อาโอยางิคุง มีอะไรรึเปล่าคะ”

“อ๊ะ? เปล่าครับ แค่คิดเพลินๆว่าเอมม่านอนไปแล้วจะทำอะไรต่อดี”

“อ้อ เด็กคนนั้นถ้าง่วงแล้วหลับตาเมื่อไร คือติดเครื่องไหลยาวปลุกไม่ตื่นแน่ … ยิ่งไปกว่านั้น เอาจริงชั้นแปลกใจมากที่น้องหลับคนเดียวในห้องได้ คิดแล้วเชียวว่าเอมม่าไม่อยากเจอหน้าชั้นแล้วแน่เลย”

ชาร์ล็อตเริ่มกังวล มองโลกในแง่ร้ายอีกแล้ว

เฮ้อ สองพี่น้องคู่นี้ต่างคนต่างก็ให้ความสำคัญกับอีกฝ่ายแท้ๆแต่ชอบเข้าใจอีกฝั่งผิดๆในแง่ลบเหลือเกิน

“ผมบอกแล้วครับว่าไม่ต้องห่วง เอาเป็นว่า เข้าไปในห้องสิครับ”

ผมเปิดประตู ชวนชาร์ล็อตที่ตอนนี้อยู่ในโหมดโลกมืด เข้าห้องผม

เธอลากขาเดินแบบเนือยๆเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ

แต่ว่าหลังจากเข้าห้องผม วันนี้ผมพาเธอไปที่อีกห้องหนึ่ง ไม่ใช่ห้องประจำที่เคยนั่งเล่นตลอด

“เอ๋ วันนี้ไม่นั่งคุยที่ห้องน้ันเหรอ”

“ใช่ครับ ผมอยากชวนคุณคุยที่ห้องนี้มากกว่า”

“ในห้องมีฟูกนอนปูบนพื้นด้วยใช่มั้ย?”

“หา?”

“อ..อย่างนี้นี่เอง อาโอยางิคุงเป็นเด็กผู้ชาย เมื่อวานเธอเห็นชั้นในสภาพนั้น จะคิดเรื่องอย่างว่าก็ไม่แปลก… แต่ว่า พวกเราสองคนยังไม่คบกันเป็นทางการเลยนะ แล้วนี่ก็ยังไม่มืดสนิทเลย แถมเอมม่ายังอยู่ห้องข้างๆ …. แล้วเดิมที ที่เห็นชั้นในสภาพนั้นมันคืออุบัติเหตุ จะให้ทำอย่างว่าตอนนี้ ชั้นกับเขายังไม่รู้แน่ชัดถึงความรู้สึกอีกฝั่งด้วย…”

อะไรของคุณชาร์ล็อตหว่า อยู่ๆก็พูดรัวเป็นแร็พเปอร์เลย ฟังไม่ออกเลยว่าพูดอะไร แต่ที่แน่ๆคือหน้าคุณชาร์ล็อตแดงแป๊ด แถมไม่กล้าสบตาผม เป็นแอบเหล่ผมนิดๆแทน

ไม่สิ บางทีเธอเข้าใจผิดผม ชนิดคนละโลกเลย

“เอ่อ คือว่า ที่ผมชวนเข้ามาอีกห้อง จุดประสงค์ผมมีแค่คุยกับคุณล้วนๆนะครับ”

“เอ๊ะ? อย่าบอกนะว่าเธอได้ยินที่ชั้นพูดทั้งหมด”

“ไม่หรอกครับ ฟังจับใจความไม่รู้เรื่องเลย แต่เห็นอยู่ๆท่าทีคุณผิดไปจากเดิม ผมเลยบอกเผื่อไว้เฉยๆ”

“………”

ผมกล่าวจบ หัวเราะแห้งๆให้เธอ ส่วนคุณชาร์ล็อตตอนนี้เธอยกสองมือปิดหน้าตัวเอง เขินบิดตัวไปมา

สรุปว่าเธอจินตนการเรื่องอะไรไปบ้างนะ…..

“ได้โปรดลืมเรื่องเมื่อสักครู่ด้วยนะคะ”

“อ..อืม.. ถึงผมจะฟังคำพูดที่คุณรัวตะกี้ไม่ออก ก็เพื่อความสบายใจ ผมจะลืมนะครับ คุณก็อย่าคิดมากนะครับ”

เห็นท่าทางอายม้วน เขินบิดไปมาแบบนั้น ใจหนึ่งก็อยากจะถามเธอว่า สรุปที่เธอรัวตะกี้ เธอพูดว่าอะไรบ้าง แต่ดูสภาพแล้ว ถึงไปคะยั้นคะยอ เธอคงไม่บอกผมแน่ เลยเลิกความคิดที่จะถามเธอ

หลังจากนั้น ผมพาเธอไปยังห้อง เปิดประตูพาเข้าไป

“ล็อตตี้…”

ที่ห้องมีเอมม่ารอเธออยู่

“เอมม่า?…์แล้วก็นี่มัน…โดมิโน่..?”

ชาร์ล็อตที่คาดไม่ถึงว่าจะเจอเอมม่าที่ห้องนี้ และบนพื้นมีโดมิโน่เป็นจำนวนมากเรียงรายอยู่

หลายคนคงเดาแผนการของผมออกได้ ถูกต้องนะครับ แผนคืนดีที่ผมคิดให้เอมม่าคือ โดมิโน่

“เอมม่าจัง จัดไปครับ”

“อืม..”

เมื่อเอมม่าได้ยินคำพูดผม เธอล้มโดมิโน่ตัวแรก โดมิโน่ล้มเรียงรายเป็นทอดๆ

เมื่อโดมิโน่ตัวสุดท้ายล้มลง ภาพที่ปรากฏขึ้นมาคือตัวอักษรปรากฏเป็นคำว่า

“I’m sorry…”

ชาร์ล็อตเห็นตัวอักษร เธอหลุดปากพูดคำพูดออกมาตามภาพตัวอักษรโดมิโน่

ผมคิดว่า ถ้าทำตามแผนการของผมเรื่องเรียงโดมิโน่ ความรู้สึกของเอมม่าน่าจะส่งต่อถึงเธอได้

สรุปง่ายๆว่า ภาพมือถือที่ผมให้เอมม่าดู คือโดมิโน่สีขาวกับสีดำ เรียงสลับกันให้เป็นตัวอักษรนั่นเอง

ในเมื่อเอมม่าไม่กล้าเผชิญหน้าโดยตรง งั้นก็ต้องใช้สิ่งอื่นเป็นตัวแทนในการส่งความรู้สึก เท่านี้เอมม่าก็น่าจะขอโทษแทนเอ่ยปากตรงๆได้

“โดมิโน่พวกนี้…อาโอยางิเป็นคนเรียงรึคะ”

“ผมแค่ออกไอเดียเฉยๆ คนเรียงทั้งหมดคือเอมม่าคนเดียวครับ”

“ทั้งที่เอมม่าเกลียดการเรียงโดมิโน่รึคะ..”

“ใช่ครับ แต่ถึงอย่างนั้น เอมม่าก็ตัดสินใจเรียงคนเดียว ผมคิดว่าคุณชาร์ล็อตน่าจะเข้าใจความรู้สึกของน้องนะครับ”

“….”

ชาร์ล็อตที่ตะลึงกับโดมิโน่ หันไปมองเอมม่า

เอมม่าที่เห็นคุณชาร์ล็อตมองมา รีบเดินมาหลบข้างหลังผม ก่อนโผล่หน้ามาให้เห็นนิดหน่อย เงยหน้ามองคุณชาร์ล็อต

สิ่งที่ควรทำก็ทำไปหมดแล้ว เหลือลุ้นแค่ว่าคุณชาร์ล็อตจะยกโทษให้เอมม่าหรือไม่

“ชั้น…ขาดคุณสมบัติความเป็นพี่ที่ดีสินะ”

“ทำไมถึงคิดแบบนั้นครับ”

“เหตุการณ์คราวนี้ เป็นความผิดของชั้นเอง ชั้นคิดว่าไม่อยากจะสร้างความเดือดร้อนให้อาโอยางิ แต่ไม่คิดถึงใจของเอมม่า ชั้นสื่อสารสิ่งที่คิดให้เอมม่ารู้เรี่องไม่ได้เลยเผลอขึ้นเสียงดังใส่จนน้องกลัว ทั้งที่เป็นแบบนั้นแต่ชั้นยังต้องให้น้องมายกโทษให้ ชั้นเป็นพี่ที่ไม่ดีเอาซะเลย”

“ผิดแล้วครับคุณชาร์ล็อต”

“เอ๋”

ชาร์ล็อตทีท่าทีละล้าละลังหันมาสบตาผม

ผมมองเธอตากลับ ยื่นมือกอดเอมม่าที่กำลังแอบอยู่ข้างหลังผม

“ผมไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นคุณชาร์ล็อตเสียงดังมากน้อยแค่ไหน แต่ในมุมมองของผม ผมเห็นแค่ว่าคุณชาร์ล็อตพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้น้องเติบโตเป็นผุ้ใหญ่ที่ดีครับ เอมม่าก็เข้าใจเรื่องนี้ดี จริงมั้ยครับ เอมม่า”

“อืม..”

เอมม่าพยักหน้าเล็กน้อยเห็นด้วยกับสิ่งที่ผมกล่าว

เท่ากับเรื่องเอมม่าตอนนี้ผมเคลียละ หมดห่วงทางน้องละ ตอนนี้ผมมากังวลทางคนพี่แทนนี่แหละ

“เอมม่าจังเข้าใจความรู้สึกที่คุณชาร์ล็อตบอก เพราะอย่างนั้นเอมม่าเลยตัดสินใจขอโทษครับ”

“งั้นเหรอคะ…”

“อืม ใช่แล้วครับ เอมม่าจังเรียงโดมิโน่ล้มเหลวหลายต่อหลายครั้ง แต่น้องไม่ยอมแพ้พยายามเรียงต่อไปเพราะเป้าหมายของน้องคือต้องขอโทษคุณชาร์ล็อตให้ได้ ถ้าน้องไม่อยากขอโทษคุณ น้องจะฝืนเรียงจนสำเร็จได้ไงล่ะ”

“ช..ใช่ค่ะ ถูกตามที่ว่าเลย”

ชาร์ล็อตพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดผม ผมกับชาร์ล็อตยื่นมือไปหาเอมม่า

เอมม่าที่เห็นมือของผมพวกสองคนยื่นมา เธอหลับตานิ่ง ชาร์ล็อตยื่นมือแตะที่หัวน้องอย่างอ่อนโยน

“พี่ขอโทษนะคะ เอมม่า ตั้งแต่นี้ไป พี่จะคิดถึงความรู้สึกของเอมม่าให้มากกว่านี้ ยกโทษให้พี่ได้มั้ยคะ”

“…อืม เอมม่าก็ขอโทษด้วยค่ะ…”

สรุปผลออกมาคือคุณชาร์ล็อตเป็นฝ่ายขอโทษก่อน

ส่วนเอมม่าก็สามารถขอโทษออกมาจากปากตัวเองโดยตรงให้คู่สนทนาได้แล้ว

หลังจากนั้น ชาร์ล็อตดึงตัวน้องเข้าไปกอดแน่น ปัญหาพี่น้องเบนเนตเลยคลี่คลายไปได้ด้วยดีด้วยประการเช่นนี้


“ขอบคุณเรื่องครั้งนี้จริงๆนะคะ ทุกอย่างเป็นเพราะอาโอยางิคุงล้วนๆเลย”

ชาร์ล็อตจูงมือเอมม่า ส่งยิ้มให้ กล่าวขอบคุณผม

รอยยิ้มของเธอดูกี่ครั้งก็น่ารักน่ามองตลอด

“ไม่หรอกครับ ทุกอย่างคลี่คลายด้วยดีเพราะพวกคุณมีความสัมพันธ์ที่ดีแต่แรกและอยากจะคืนดีกันทั้งคู่อยู่แล้วครับ”

“ไม่หรอกค่ะ ทุกอย่างเป็นเพราะอาโอยางิคุงจริงๆ เอมม่าที่ไม่กล้าขอโทษจากปากโดยตรงเธอเลยคิดวิธีใช้โดมิโน่เรียงแทน นั่นเป็นเรื่องที่สุดยอดมากค่ะ”

“เรื่องนั้นมันแค่อยู่ๆก็ปิ๊งขึ้นมาเฉยๆแถมนั่นเป็นแค่ไอเดีย ส่วนคนที่ลงมือปฏิบัติจนสำเร็จโดยไม่ย่อท้อคือเจ้าตัวเอมม่าครับ”

“อืม!”

เอมม่าส่งรอยยิ้มอวด ภาษากายกับรอยยิ้มเหมือนจะบอกให้ทุกคนรู้ว่า เป็นไงล่ะหนูเก่งล่ะซี่

น่ารักจริงๆเด็กคนนี้

“ฮะฮะ เอมม่าคงดีใจมากๆเลยสินะที่ได้เจอพี่ชายที่แสนจะยอดเยี่ยมคนนี้”

“ฮะฮะ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”

“ไม่หรอกค่ะ อาโอยางิคุงเป็นคนที่พึ่งพาได้ เป็นพันธมิตรที่ยอดเยี่ยม ชั้นซาบซึ้งและขอบคุณในโชคชะตามากที่บันดาลให้มารู้จักเธอ”

ชาร์ล็อตยกมือแตะหน้าอก หลับตา กล่าวชื่นชมผมด้วยท่าทางซึ้งใจ ดูเหมือนเหตุการณ์ครั้งนี้จะซื้อความไว้เนื้อเชื่อใจจากเธอได้อย่างสมบูรณ์

“ฮะฮะ ก็ขอบคุณที่ชมครับ ต่อจากนี้ถ้ามีเรื่องอะไรก็รีบบอกผมไม่ต้องเกรงใจนะครับ ผมยินดีมากที่จะช่วยเหลือคุณครับ”

“…..”

“คุณชาร์ล็อตครับ…?”

เป็นอะไรของเธอ อยู่ดีๆก็สบตาผมเฉยๆไม่พูดไม่จา

“อ๊ะ เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร”

จนผมส่งเสียงเรียกนั่นแหละ เธอถึงส่งยิ้มตอบผมกลับ

คุณชาร์ล็อตใช้มือทัดผมที่ใบหู

“ก็นะ ถึงผมจะเอ่ยเรื่องนี้หลายครั้ง แต่ก็ขอยืนยันซ้ำว่า ถ้าผมเป็นพลังช่วยเหลือคุณชาร์ล็อตได้ผมจะดีใจมากๆครับ”

“….คำพูดจาอาโอยางิจับใจชั้นมาก เขาต้องเป็นพวกผู้ชายที่อ่อยผู้หญิงได้เนียนจนสาวหลงเสน่ห์ในคารมแน่”

“ห๊ะ ตะกี้คุณพูดว่าอะไรนะครับ ขอโทษทีผมฟังไม่ถนัด”

“ป…เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรค่ะ”

คุณชาร์ล็อคลุกลี้ลุกลนปฏิเสธพัลวัน

เอ้า พอถามแล้วดันไม่ตอบซะด้วย

“ตะกี้ล็อตตี้บอกว่าผู้ชายที่อ่อยผู้หญิ…”

“เอมม่าคะ ไม่ต้องพูดก็ได้ค่ะ”

ถึงผจะฟังไม่ชัด แต่เหมือนเอมม่าจะฟังออกชัดเจน ทว่าชาร์ล็อตรีบกระตุกตัวน้องไม่ให้พูดคำที่คุณชาร์ล็อตพูดตะกี้

“บู่”

เอมม่าทำแก้มป่องส่งเสียงงอนที่โดนคุณชาร์ล็อตขัดคอไม่ให้พูด เงยหน้ามองชาร์ล็อต แต่ว่าสายตาคุณชาร์ล็อตมองมาที่ผมแทน

“ม…ไม่มีอะไรจริงๆค่ะ”

“ครับ ตามนั้นครับ”

มองมุมไหนมันต้องมีแน่นอน แต่ถ้าเจ้าตัวไม่อยากบอก เราก็เลือกเงียบน่าจะดีกว่า

“คือว่า ชั้นยังไม่ได้ตอบแทนเธอเรื่องนี้เลยเนอะ”

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมไม่ได้ทำเรื่องพวกนี้เพราะหวังผลอยู่แล้ว”

“แต่ว่าชั้นไปรบกวนเธอหลายเรื่องเลยนะ”

“อืม ไม่เป็นไรจริงๆครับ”

เอาความรู้สึกผมจากใจ แค่คุณชาร์ล็อตกับเอมม่ามาเล่นด้วยกันกับผม แค่นี้ผมก็มีความสุขมากจนไม่ต้องตอบแทนอะไรหรอก

แต่ดูเหมือนว่าชาร์ล็อตตั้งใจจะหาวิธีตอบแทนให้ได้ สีหน้าเธอจริงจังครุ่นคิดอยู่

สุดท้ายเธอกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาน

“ถ้างั้นชั้นขอร้องเธอ ทำอะไรอย่างหนึ่งได้มั้ย”

“ได้ครับผม ขอบคุณครับ”

ทีแรกผมคิดว่าเธอคงอยากจะทำของกินตอบแทนผม แต่ทำไมสีหน้าของเธอดูอาย

คุณชาร์ล็อตค่อยๆเดินเข้ามาหาผม เลื่อนหน้าเข้ามาใกล้

พอเห็นใบหน้าสุดน่ารักของเธออยู่ใกล้มากขึ้น ตัวผมแข็งทื่อขยับไม่ได้เพราะความน่ารักของเธอ

และแล้ว….

“จุ๊บ”

โทนาริ12-717x1024

ความรู้สึกสับสนปนเปยากจะอธิบายส่งผ่านมาทางแก้มผม

ชาร์ล็อตส่งรอยยิ้มให้ผม

“น..นี่เป็นครั้งแรกของชั้นนะ เขินจัง ..เดี๋ยวพวกชั้นขอตัวกลับก่อนนะคะ..”

ชาร์ล็อตเขินที่หอมแก้มอาโอยางิ รีบอุ้มเอมม่าออกจากห้องไป

เอมม่าที่โดนอุ้ม หันมามองที่ผม กางสองมือ

“ล็อตตี้ เอมม่าก็อยากจะทำแบบนั้นกับโอนี่จังบ้าง!”

“ไม่ได้ค่ะ เรื่องนี้ยังเร็วไปสำหรับเอมม่านะ อันนี้สงวนสิทธิ์ให้พี่ทำได้คนเดียวเท่านั้นค่ะ”

“แงงงง ล็อตตี้แกล้งหนูอีกแล้วโอนี่จัง”

ผมได้ยินเสียงเอมม่าร้องลอยมาเรื่อยๆ ก่อนที่ร่างของสองพี่น้องจะหายลับกลับเจ้าห้องตัวเอง

ตอนนี้ผมกำลังตะลึง ยกมือแตะแก้มซ้ายตัวเอง ไม่รู้จะพูดอะไรดี

“ว่าละเชียว คุณชาร์ล็อตนี่ขี้โกงชะมัดเลย”

เธอเล่นหอมแก้มแบบนี้จะไม่ให้ผมคิดลึกคงยากครับ ถึงผมจะเดาว่าสิ่งที่เธอทำเมื่อครู่คงไม่ได้ตั้งใจสื่อในทางนั้น

แต่สำหรับผมแล้ว หอมแก้มแค่นั้นก็เพียงพอที่เธอจะคว้าหัวใจของผมเรียบร้อยครับ


จบ เล่ม1 ไว้พบกันใหม่เล่ม 2นะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ลองอ่านดูมั้ย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-3 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-3 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ พี่ชายและพี่สาวที่กำลังถกกันอยู่หันขวับมาน้องตัวเอง โอ้ไม่อยากจะเชื่อว่าโซโยกะจะคิดแบบนี้กับผมด้วยเหรอเนี่ย “ฮือออ” อากิยามะหันมากล่าวกับผม “เพราะนายเลย อิคุถึงงอนชั้นแล้ว” “อ้าว หลงตัวเองไปปะเธอ ม่า

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-2 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-2 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ แม้ว่าน้องผมจะหน้าบึ้งเรื่องโดนผมตื๊อถ่ายรูป แต่ว่าก็น่ารักอยู่ดี คนภายนอกมามองฉากนี้คงเป็นภาพที่พิลึกเอาการ ที่เห็นเด็กมอปลายถือกล้องถ่ายรูปถูกเด็กเล็กทำหน้าบึ้งใส่นะ ถ่ายรูปหน้าเสาโรงเรียนเสร็จ ผมกับน้องเดินเข้ามาในโรงเรียน รอบๆผมเริ่มเห็นมีพวกคุณแม่พาลูกมาส่งละ แน่ล่ะว่า เมื่อเข้ามาในรั้วโรงเรียนแล้ว

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ “โอนี่จัง โรงเรียนอนุบาลแหละ” “ใช่แล้วครับ โซโยกะ วันนี้วันประถมนิเทศไงครับ” โซโยกะอยู่ที่ใจกลางห้องรับแขก นั่งโซฟาอยู่ น้องหันซ้ายขวากล่าวด้วยความตื่นเต้น ชุดเครื่องแบบที่นีี่มันจะเข้ากับน้องผมเกินปุยมุ้ย

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch1-1 น้องสาวผมน่ารักที่สุดในโลก

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch1-1 น้องสาวผมน่ารักที่สุดในโลก น้องสาวผมนี่ล่ะน่ารักที่สุดในโลก ผมตัดสินใจแล้วว่าจนกว่าถึงเวลาเริ่มโฮมรูม ผมจะนั่งเพลิดเพลินมองรูปน้องผมโซโยกะยาวไป บอกเลยว่ารูปนี้ผมเพิ่งถ่ายน้องสาวผมเมื่อเช้านี้สดๆร้อนๆ รูปที่ผมถ่ายเป็นตอนน้องสาวผมโซโยกะกำลังเคี้ยวขนมปังแก้มตุ่ย “หุหุหุ…. โซโยกะของพี่ชายวันนี้ก็ยังคงน่ารักเหมือนเคย” นี่ล่ะนางฟ้า นางฟ้ากำลังหัวเราะมองมาหาผม