Otonari asobi เล่ม 1 ch3 ความคิดอ่าน

อ่าน Otonari Asobi 迷子になっていた幼女を助けたら、お隣に住む美少女留学生が家に遊びに来るようになった件について แปลไทย  CH3 ความคิดอ่าน

“เดี๋ยวครอบครัวของเธอกลับมาแมนชั่นกี่โมงรึคะ”

เวลาตอนนี้เริ่มดึกแล้ว ชาร์ล็อตเลยถามผมเกี่ยวกับครอบครัว แม้ว่าจะเป็นแค่คำถามธรรมดา แต่สำหรับผมแล้วมันมีปมในเรื่องนี้ที่ยังบอกไม่ได้ เลยเกิดอาการตึงใส่

“ไม่มีใครกลับมาหรอกครับ”

“เอ๋..”

ชาร์ล็อตแสดงความแปลกใจในการตอบกลับห้วนๆของผม ผมจึงเสริมเพิ่ม

“ความหมายผมคือ ผมอาศัยที่นี่คนเดียวเลยไม่มีใครกลับมาครับ”

“อาศัยที่นี่คนเดียวทั้งที่เป็นเด็กม.ปลายรึคะ?”

“ตามนั้นครับ”

ผมตอบสั้นๆ แสดงชัดว่าไม่อยากจะสนทนาในหัวข้อนี้

ชาร์ล็อตเองก็ไม่ใช่คนโง่ แม้ว่าเธอจะติดใจในเรื่องนี้ แต่เมื่อรู้ว่าอีกฝั่งไม่อยากคุย เธอก็เงียบ

สุดท้ายผมกับเธอต่างคนต่างไม่รู้จะพูดอะไร บรรยากาศอึดอัดจนกระทั่งมีเสียง

“จ๊อกกกก””

เสียงนั้นคือ เสียงท้องร้องของผมเอง เล่นเอาผมเขินเลย ถึงหิวแต่ท้องมันก้ส่งเสียงดังไปนะ

“โทษทีนะครับ”

“ไม่หรอกค่ะ เป็นเพราะทางฉันต่างหากที่ไปกวนเธอจนไม่มีเวลาทานข้าวสินะ”

“ไม่ใช่หรอกครับ อย่าคิดเยอะ ส่วนเรื่องทานข้าว เดี๋ยวผมแวะร้านสะดวกซื้อแถวนี้เอา”

“แต่ว่าดึกป่านนี้แล้วออกไปข้างนอกมันอันตรายนะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศปลอดภัยครับ”

“…..ถ้าอย่างนั้นเปลี่ยนแผน ให้ชั้นเป็นคนทำกับข้าวให้ทานดีมั้ย”

จู่ๆก็เจอข้อเสนอโดยไม่ทันตั้งตัว ไม่นึกว่าชาร์ล็อตจะพูด เลยทำให้ผมสตันไปชั่วขณะ

“ไม่ได้..เหรอคะ…”

“คือ….”

เห็นสภาพชาร์ล็อตที่หงอย ดูแล้วเหมือนสัตว์ตัวน้อย พอเห็นท่าทางแบบนี้ คำตอบของผมมีทางเดียว

“งั้นก็รบกวนด้วยครับ”

“ค่ะ”

ชาร์ล็อตฟังคำตอบผม เผยรอยยิ้มแสดงความดีใจ เดินออกจากห้องผมไป


สาวงามที่ใครเห็นก็ตกหลุมรักง่ายๆ กำลังจะทำกับข้าวให้ผม

ถ้าใครมาบอกผมว่า วันนี้จะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ผมคงคิดว่ามันบ้า แต่นี่มันคือเรื่องจริง

หลังเธอออกจากห้องผม ก็ไปที่ตู้เย็นเพื่อหาวัตถุดิบทำกับข้าว เธอสวมผ้ากันเปื้อน สภาพแม่ศรีเรือนพร้อมเข้าครัวเต็มที่

“อาโอยางิคุงมีของที่ไม่ชอบทานรึเปล่าคะ”

“ม..ไม่มีครับ ถ้าอาหารทั่วไปผมทานได้หมดครับ”

“เป็นอะไรรึเปล่า เห็นพูดตะกุกตะกัก”

“เปล่าครับ ไม่มีอะไรครับ”

จริงๆก็มีแหละ คือสาวงามมาทำกับข้าวให้ผม มันรู้สึกมีความสุขจนน่ากลัวเลยว่ากำลังฝันไป แต่ผมจะบอกเธอได้ไงล่ะ ต้องเงียบสิ

ชาร์ล็อตหัวเราะหยอกผมก่อนหันกลับไปโฟกัสเรื่องทำกับข้าว

ผมก็คิดว่า เธอคงไม่รู้ความในใจผมนะเพราะมันเขินจริงๆ ว่าแล้วก็หันไปมองเอมม่าที่กำลังนอนหลับสนิท หน้าตาน้องตอนนอนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มนี่ช่างน่ารักเหลือเกิน ปากขยับพึมพำโดยไม่มีอยากเสียง อยากรู้ว่าเธอกำลังฝันเรื่องอะไร

เอาจริงๆ มีน้องน่ารักขนาดนี้ผมรู้สึกอิจฉาชาร์ล็อตเลย

“ห้ามทำอะไรซุกซนนะคะ”

“เฮือก”

เสียงชาร์ล็อตที่จู่ๆมากระซิบข้างหู เล่นเอาสะดุ้ง พอหันไปดู ชาร์ล็อตกำลังหัวเราะอยู่ข้างๆผมนี่เอง

“ตกใจหมดเลยครับ”

“ฮะฮะ ขอโทษที่ให้ตกใจนะ เห็นเธอแล้วอดใจไม่ไหวเลยอยากแกล้งนิดหน่อย”

ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มและเสียงหัวเราะชองชาร์ล็อต น่ารักมาก เห็นแล้วเล่นเอาโกรธไม่ลง

“คุณชาร์ล็อตมีนิสัยชอบหยอกคนอื่นแบบนี้ด้วยเหรอครับ”

“ไม่หรอกค่ะ เพราะเป็นอาโอยางิคุงนี่แหละ ชั้นเลยมีฟีลอยากลองแกล้งดู”

“เอ๋”

“ม..ไม่มีอะไรค่ะ อาหารชั้นทำเสร็จแล้วนะ เชิญรับประทานได้เลย”

อาหารทั้งหมด ทำเสร็จวางบนโต๊ะเรียบร้อย แสดงว่าช่วงที่ผมดูเอมม่า เธอจัดการทุกอย่างไปแล้ว

ทั้งที่จริงๆ ผมกะว่าเธอทำอาหารเสร็จ คนที่เสิร์ฟและวางบนโต๊ะจะเป็นหน้าที่ของผมเอง สุดท้ายก็มัวแต่เหม่อดูแต่เอมม่า ปล่อยผู้หญิงเป็นคนจัดการทั้งหมด น่าสมเพชตัวเองมาก

จะว่าไป เมื่อกี้ที่ชาร์ล็อตบอกว่า เพราะเป็นอาโอยางิเลยอยากแกล้ง มันหมายความว่ายังไงกันนะ…

“..อร่อยจัง”..”

เพียงแค่อาหารแตะลิ้น ผมก็บอกได้ทันทีว่าเธอมีฝีมือทำอาหารได้เยี่ยมมาก

อาหารที่เธอทำผัดผักกับไข่ม้วน ทุกอย่างทำออกมาได้ดีหมด

คุณชาร์ล็อตมีเสน่ปลายจวัก ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าเธอน่ารักและเก่งมาก

“ดีใจที่ถูกปากค่ะ”

ชาร์ล็อตยิ้มพลางมองหน้าผม เล่นเอาผมเขินถึงขั้นกลืนอาหารไม่ลงเลย

“คุณชาร์ล็อตทำอาหารญี่ปุ่นบ่อยเหรอครับ”

แทนที่จะทนเขินจนกินข้าวไม่ลง สู้ถามคำถามที่แอบติดใจดีกว่า

“ชั้นชอบประเทศญี่ปุ่นมาก ถ้ามีเวลาว่างก็จะลองทำ จริงๆชั้นกะจะทำเนื้อตุ๋นมันฝรั่งแต่ว่าในบ้านไม่มีวัตถุดิบเลยต้องทำอย่างอื่นแทน”

“ทำไมถึงอยากทำเนื้อตุ๋นมันฝรั่งรึครับ”

“มันเป็นเมนูที่เด็กผู้ชายชอบทาน ชั้นคิดว่าอาโอยางิคุงน่าจะชอบด้วยก็เลยอยากทำค่ะ”

เด็กผู้ชายชอบทานเนื้อตุ๋นมันฝรั่งเนี่ยนะ? เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรก ตัวผมเองก็เคยทานมาก่อน แต่จะบอกว่าเป็นเมนูโปรดมั้ยก็ไม่ถึงขนาดนั้น

พอพูดถึงเนื้อตุ๋นมันฝรั่ง นัยตาชาร์ล็อตเป็นประกาย ไม่รู้ทำไม ผมรู้สึกว่าตัวเองคิดว่าเข้าใจคุณชาร์ล็อตเป็นอย่างดี แต่จริงๆแล้วก็ยังมีเรื่องที่ไม่เข้าใจในตัวเธอซะงั้น

ผมสบตาเธอไปพลาง กินอาหารสุดอร่อยทื่เธอทำให้ไปด้วย

**

“วันนี้ขอบคุณจริงๆค่ะ”

ชาร์ล็อตอุ้มเอมม่าด้วยท่าทางทนุถนอม ยิ้มกล่าวตอบ

ผมเดินมาส่งชาร์ล็อตหน้าประตูห้อง

“ทางนี้ต่างหากครับที่ต้องขอบคุณ อุตส่าทำอาหารอร่อยๆให้ผมทาน ผมดีใจมากครับ”

ผมขอบคุณเธอจากก้นบึ้งหัวใจ เพราะนอกจากทำอาหาร เธอเก็บกวาดยันล้างจานด้วยเลยแม้ว่าผมจะบอกว่าขอเป็นคนเองก็ตาม

ลองคิดดูว่าต่อให้คุณจะรวยล้นฟ้าขนาดไหน แต่เชื่อเหอะว่าจะมีสักกี่คนที่เจอประสบการณ์นักเรียนต่างชาติสุดสวยเข้ามาทำอาหารให้ถึงในห้อง แถมรสชาติอาหารสูสีกับภัตตาคารดังด้วย

นี่เป็นความสุขที่ผมไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูดเลย

“ชอบขนาดนั้นชั้นก็ดีใจจ๊ะ ชั้นซาบซึ้งเธอมากๆ”

“เรื่องที่ผมทำมันก็ไม่ยิ่งใหญ่ถึงขนาดใช้คำว่าซาบซึ้งหรอกครับ “

“ไม่หรอกค่ะ มันยิ่งใหญ่จริงๆ สมมติว่าวันนี้เอมม่าหายตัวไป อาโอยางิคิดว่าจะเป็นยังไงล่ะ”

ชาร์ล็อตกล่าวพลางลูบหัวเอมม่าอย่างอ่อนโยน แต่สายตากับคำพูดของเธอจริงจังสวนทางมากจนผมหยุดหัวเราะ ยอมรับในเรื่องนี้

“ก็ถูกครับ ผมมองง่ายเกิน ถึงจะบอกว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศปลอดภัยแต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะดีหมด ถ้าโชคร้ายไปเจอคนแบบนั้นคงเรื่องยาว และตำรวจก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้”

“ฮะฮะ อาโอยางิคุงอ่อนโยนจังเลยนะคะ”

“ไม่ได้อ่อนโยนหรอกครับ”

“ไม่หรอกค่ะ เธออ่อนโยนจริง เพราะเธอเข้าใจความรู้สึกชั้น เธอถึงหยุดหัวเราะและกล่าวให้ความเห็นอย่างจริงจังไง”

“เอาจริงใครก็ทำแบบผมแหละครับ”

ก็นะ การถูกคนอื่นชมมันก็เป็นเรื่องที่น่าดีใจอยู่ดี

“แล้วก็ถึงชมผมมากแค่ไหนผมก็ไม่มีของตอบแทนให้นะครับ”

“ฮะฮะไม่จำเป็นหรอก แต่ว่า.. ชั้นมีเรื่องอยากจะคุยและสนิทกับเธอให้มากกว่านี้ ถ้าทำได้ชั้นคงดีใจมากค่ะ”

“..ทางผมเอง..หากเป็นแบบนั้นก็ดีใจเช่นกันครับ”

“จ๊ะ ฝากตัวด้วยค่ะ”

ชาร์ล็อตกล่าวด้วยรอยยิ้ม เล่นเอาผมเขินหน้าแดงมองไปทางอื่น

เธอเดินกลับไปถึงหน้าห้องตัวเอง หันมากล่าว

“ถ้างั้นก็ ขอตัวก่อนนะคะ พรุ่งนี้ก็ฝากตัวด้วยเช่นกัน”

ทว่าก่อนเธอจะเข้าห้อง ผมมีบางอย่างต้องรีบบอก

“เอ่อ มีเรื่องจะขอนิดหน่อยครับ”

“มีอะไรรึคะ”

“ตั้งแต่พรุ่งนี้ ผมไม่อยากให้คุณชาร์ล็อตคุยกับผมที่โรงเรียนครับ”

“เอ๋?”

แน่นอนว่า นี่เป็นคำขอที่แปลกมากจนเธอสงสัย

“ถ้าคุณชาร์ล็อตคุยกับผมที่โรงเรียน เพื่อนในห้องก็จะสงสัยและมันจะมีพวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ผมอยากจะหลีกเลี่ยงครับ”

“มีเรื่องอะไรรึเปล่าคะ บอกตามตรงว่าชั้นนึกว่าจะได้คุยที่โรงเรียนซะอีก”

“ก็ไม่มีหรอกครับ แต่เชื่อผมเถอะครับว่าแก๊งพวกสาระแนมันมีและไม่สนุกแน่ครับ”

“งั้นเหรอ ชั้นเหงานิดหน่อยทั้งที่อุตส่าสนิทกันมากขึ้นแล้วแท้ๆ แต่ถ้าอาโอยางิคุงพูดถึงขนาดนี้ชั้นจะทำตาม ถ้างั้นก็ ราตรีสวัสดิ์นะคะ”

“อืม ราตรีสวัสดิ์ครับ”

ผมดีใจมากที่เธอยอมฟังคำขอร้องที่ดูแล้วไม่สมเหตุผลอันนี้ และผมก็เชื่อว่าการตัดสินใจนี้ไม่ผิด

เอาจริงๆเหตุผลครึ่งหนึ่งของผมที่เลือกให้เธอไม่คุย เพราะผมไม่อยากให้คนอื่นรู้นักว่าผมกับเธอพักอยู่ใกล้กัน และชาร์ล็อตเป็นคนสวย ถ้ามีคนรู้จักที่อยู่บ้านเธอ มันอาจจะอันตรายจากสตอล์กเกอร์

แน่นอนว่าเธอเป็นเด็กดี ถ้าผมบอกเหตุผลแบบนี้ เธอต้องพูดกลับมาแน่นอนว่า ไม่เป็นอะไร เธอรับได้ แต่ผมไม่อยากเสี่ยง

หลังจากเธอกลับห้องแล้ว ผมก็กลับมาห้องตัวเองด้วยเช่นก้น


(มุมมองชาร์ล็อต)

วันนี้เกิดเรื่องราวต่างๆมากมาย ตัวชั้นเองที่เพิ่งย้ายโรงเรียนมาที่นี่วันแรก ข้างในใจก็มีความกังวล แต่ทุกคนในชั้นเรียนใจดีมาก ชั้นคิดว่าคงจะใช้ชีวิตในโรงเรียนนี้ได้อย่างสนุก

แต่ว่า ความรู้สึกทุกอย่างก็หายไปเมื่อพบว่า พอกลับมาถึงบ้านแต่ไม่พบเอมม่า

ชั้นเองคิดว่าล็อคกุญแจก่อนออกจากห้องแล้วแท้ๆ ถึงจะสงสัยว่ามันเเป็นแบบนี้ไปได้ไง แต่ที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งก่อนคือ เอมม่าอยุ่ที่ไหน

ชั้นทุ่มสุดตัวตามหาเอมม่า

สรุปว่าเอมม่าอยู่กับอาโอยางิที่อาศัยอยู่ข้างห้องชั้น

ชั้นเห็นเอมม่านอนหลับสบาย ไม่เป็นอะไร ก็รู้สึกโล่งใจ

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ชั้นนึกถึงคำพูดของอาจารย์ฮานาซาว่า(มิยุ)ขึ้นมา

**

“เธอพักอยู่ข้างห้องอาโอยางิรึนี่”

“หมายถึงคุณอาโอยางิรึคะ”

“ใช้ ชื่อนักเรียนในคลาสที่ชั้นมอบหมายรับผิดชอบนั่นแหละ ถึงหมอนั่นเป็นเด็กมีปัญหานิดหน่อยก็เถอะ”

“เด็กมีปัญหารึคะ?”

พอได้ยินว่า เด็กมีปัญหาอยู่พักอาศัยใกล้กัน ก็ทำให้ชั้นรู้สึกกังวลใจขึ้นมา

“โธ่ อาจารย์ฮานาซาว่า อย่าไปแกล้งนักเรียนที่เพิ่งย้ายมาใหม่สิ คุณเบนเน็ตไม่ต้องห่วงนะ อาโอยางิคุงเป็นนักเรียนดีเด่นของโรงเรียนนี้ค่ะ”

คนที่กล่าวปลอบชั้นในห้องพักครูตอนนี้คืออาจารย์ซาซากาวะ ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นอาจารย์ลูกไล่ของอาจารย์ฮานาซาว่านะ ประมาณว่าโดนแกล้งโดนหยอกตลอด

“อาโอยางิคุงเป็นคนยังไงรึคะ”

ยังไงอยู่ข้างห้อง สักวันก้ต้องมีโอกาสได้เจอกัน ชั้นเป็นห่วงความปลอดภัยของเอมม่าเลยถามนิสัยเผื่อไว้

“เป็นเด็กระดับเรียกว่าฟ้าประทานพรเลยล่ะ ในโรงเรียนนี้ เขาเป็นเด็กที่มีผลการเรียนดีเป็นอันดับหนึ่งด้วย”

“ฟ้าประทานพร ประมาณว่ายิ่งกว่าอัจฉริยะเลยใช่มั้ยคะ”

“ถูกต้อง”

อาจารย์กล่าวเสริมต่ออีก

“เอาน่าเบนเนต ถือเป็นโอกาสอันดี ถ้าวันไหนมีปัญหา เธอลองไปขอความช่วยเหลือจากอาโอยางิดูสิ”

“เอ๋ แต่ว่า..”

“ไม่ต้องห่วงหรอก ถึงเจ้าเด็กมีปัญหานั่นจะเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนนิดหน่อย แต่เนื้อแท้ยังเป็นคนที่เมื่อไรเห็นคนเดือดร้อนก็ไม่สามารถนิ่งดูดายได้”

แปลกดีจัง อาจารย์ฮานาซาว่าบอกว่า เขาเป็นเด็กมีปัญหา แต่ดูเหมือนว่าอาจารย์จะเชื่อใจในตัวเขามากเลย ด้วยเหตุนี้ชั้นจึงเริ่มสนใจในตัวอาโอยางิว่าแท้จริงเป็นคนยังไง

“รับทราบค่ะ หากวันไหนมีปัญหาขึ้นมา ชั้นจะไปปรึกษาเขานะคะ”

“ดีแล้ว อ้อ มีอีกเรื่องจะบอก อย่าไปเชื่อคำพูดอาโอยางิเต็มร้อยนะ”

อาจารย์ฮานาซาว่าทิ้งปริศนาไว้อีกแล้ว จะบอกว่าเขาเป็นคนดีแต่ห้ามเชื่อคำพูดงี้เหรอ หรือแปลว่าเขาเป็นคนขี้โกหก ก็ไม่น่าจะใช่อีก

“ที่ชั้นบอกไม่ได้หมายความว่าให้เลิกเชื่ออาโอยางิ แต่ให้ใช้สมองประเมินคำพูดเขาให้ดีว่าสิ่งที่เขาบอก เจตนาแท้จริงเขาเป็นไปตามคำพูดทั้งหมด ง่ายๆว่าให้มองเบื้องหลังคำพูดที่เขากล่าวนั่นแหละ”

อาจารย์ฮานาซาวากล่าวจริงจัง คือครั้งนี้รู้เลยว่าไม่ติดเล่น สิ่งที่พูดคือหมายความตามนั้นเลย

“ความหมายคือ อาโอยางิคุงเป็นคนที่รับบทตัวร้ายเพื่อเพื่อนร่วมห้องเหรอคะ”

“สมแล้วที่เป็นเธอ จริงๆก็ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมห้องหรอก แต่ที่กล่าาวมาก็ตามนั้นเลย”

“ทำไมอาโอยางิถึงรับบทนี้เหรอคะ”

“นั่นสินะ รู้แค่ว่ามันมีเบื้องลึกละกัน”

หลังจากฟังสิ่งที่อาจารย์ฮานาซาว่าพูด ชาร์ล็อตสงสัยกล่าวถาม

” ทำไมอาจารย์ถึงมาบอกหนูเรื่องนี้เหรอคะ”

คำตอบของอาจารย์คือ

“ถามว่าทำไมเหรอ ชั้นเชื่อว่าถ้าเป็นเธอ จะเข้าใจและสนิมสนมกับหมอนั่นได้”

พูดจบแล้วอาจารย์มิยุจะหยอกล้อกับอาจารย์ซาซากะวะ แต่หยอกแรงไปหน่อย เล่นเอาอาจารย์ซาซากะวะมีสิทธิ์เข้าโรงพยาบาลได้เลย

ชาร์ล็อตกังวลว่าเล่นแรงไปรึเปล่า ทางอาจารย์มิยุบอกว่า เธอกับอาจารย์ซาซากาวะเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

พอเลิกแกล้งอาจารย์ซาซากะวะ อาจารยฺ์มิยุกล่าว

“ชั้นคิดว่าการใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่นโดยที่เธอยังไม่ชินคงเป็นเรื่องที่ลำบาก ถ้ามีปัญหาอะไรก็มาปรึกษาอาจารย์ได้เลยไม่ต้องเกรงใจ จะปรึกษาส่วนตัวก็ไม่ว่า อาจารย์จะช่วยซัพพอร์ตเธอเต็มที่”

“ขอบคุณค่ะอาจารย์มิยุ ฟังแล้วโล่งใจมากค่ะ ถ้างั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ..”

“อ้อ ลืมบอกไป ไหนๆก็ใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นทั้งที ลองหาคนรักสักคนสิ สวยน่ารักแบบเธอน่าจะหาไม่ยากอยู่แล้วจริงมั้ย”

“…เอ๋”

คำแนะนำของอาจารย์ที่ไม่นึกไม่ฝันว่าจะแนะได้แบบนี้ เล่นเอาชาร์ล็อตไปไม่เป็น หน้าแดงก่ำเพราะความเขิน

คนรัก…หมายถึงหาแฟนใช่มั้ย

“อะไรล่ะนั่น ท่าทางเลิ่กลั่กแบบนี้อย่าบอกนะว่า จนถึงตอนนี้เธอยังไม่เคยมีแฟน?”

“ช…ใช่ค่ะ”

“ว้าว เด็กสาวชาวต่างชาติที่ยังไม่เคยมีแฟน แถมท่าทางอึกอักใสซื่อแบบนี้ …ผู้ชายคนไหนมาเห็นต้องเทใจให้อยู่แล้ว”

“………”

อาจารย์มิยุจ้องเธอด้วยสายตายิ้มๆ เล่นเอาชาร์ล็อตเขินจนต้องเอามือบังหน้า อาจารย์ซาซากะวะเลยแซวอาจารย์มิยุว่า ชอบแกล้งเด็กนักเรียนที่ถูกใจนี่มันนิสัยเด็กประถมชัดๆ เล่นเอาอาจารย์มิยุตอกกลับว่า พูดแบบนี้สงสัยต้องเจอแกล้งอีกสักยกละ อาจารย์ซาซากะวะโวยวายรีบหาพันธมิตรทันที

“คัดค้านความรุนแรงค่า คุณเบนเนตช่วยด้วย”

“เอ่อ.. คือว่า.. ที่นี่ห้องพักครูนะคะ รบกวนเบาเสียงด้วยเถอะค่ะ”

ถึงแม้ว่าห้องจะเต็มไปด้วยเสียงโวยวายของอาจารย์แต่อาจารย์คนอื่นก็ไม่มีใครสนใจ ดุท่่าว่าจะชินกับนิสัยและเสียงของทั้งคู่

“ถ้างั้นก็ หนูขอตัวก่อนนะคะ”

ระหว่างชาร์ล็อตปิดประตูห้องพักครู ได้ยินเสียงอาจารย์ลอยตามลมว่า

“ถ้าเป็นเธอล่ะก็ ต้องช่วยอาโอยางิได้แน่”

ระหว่างเดินกลับ ชาร์ล็อตเกิดความรู้สึกสนใจว่า อาโอยางิเป็นใคร ทำไมพวกอาจารย์ถึงดูให้ความสำคัญ เธออยากพบกับเขาเร็วๆ

ตัดภาพกลับมาวันนี้ ในที่สุดชาร์ล็อตก็ได้พบกับอาโอยางิ

สรุปว่าเขาเป็นคนที่น่าทึ่งยิ่งกว่าที่อาจารย์บอกซะอีก

เขายอมเล่นบทตัวร้ายเพื่อช่วยเธอ ช่วยเอมม่าที่หลงทาง และเวลาที่เล่นกับเอมม่า แววตาของอาโอยางิดูอบอุ่นมาก ชาร์ล็อตมั่นใจมากว่าอาโอยางิเป็นคนที่อ่อนโยน จากนี้ไป อยากจะสนิทสนมกับเขาให้มากกว่านี้ พูดกันตามความจริง ตอนนี้ชาร์ล็อตชินกับการใช้ชีวิตในญี่ปุ่น แต่ก็ยังมีเรื่องอีกมากมายที่เธอยังไม่เข้าใจ ฉะนั้น ถ้าเธอสนิทสนมกับอาโอยางิก็จะแก้ไขปัญหาจุดนี้ได้ ….

ชาร์ล็อตลูบหัวเอมม่าที่กำลังหลับสนิทพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างอ่อนโยน พลางคิดถึงคำพูดของอาโอยางิ

สิ่งที่ติดใจ ยังเป็นเรื่องที่อาโอยางิบอกว่า ห้ามเธอคุยกับเขาในชั้นเรียน เธอมั่นใจว่านี่ไม่ใช่คำพูดจากใจจริง มันต้องมีเบื้องหลัง ซึ่งชาร์ล็อตหวังว่าสักวันเธอจะเข้าใจความหมาย

จบ CH3

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ลองอ่านดูมั้ย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-3 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-3 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ พี่ชายและพี่สาวที่กำลังถกกันอยู่หันขวับมาน้องตัวเอง โอ้ไม่อยากจะเชื่อว่าโซโยกะจะคิดแบบนี้กับผมด้วยเหรอเนี่ย “ฮือออ” อากิยามะหันมากล่าวกับผม “เพราะนายเลย อิคุถึงงอนชั้นแล้ว” “อ้าว หลงตัวเองไปปะเธอ ม่า

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-2 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-2 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ แม้ว่าน้องผมจะหน้าบึ้งเรื่องโดนผมตื๊อถ่ายรูป แต่ว่าก็น่ารักอยู่ดี คนภายนอกมามองฉากนี้คงเป็นภาพที่พิลึกเอาการ ที่เห็นเด็กมอปลายถือกล้องถ่ายรูปถูกเด็กเล็กทำหน้าบึ้งใส่นะ ถ่ายรูปหน้าเสาโรงเรียนเสร็จ ผมกับน้องเดินเข้ามาในโรงเรียน รอบๆผมเริ่มเห็นมีพวกคุณแม่พาลูกมาส่งละ แน่ล่ะว่า เมื่อเข้ามาในรั้วโรงเรียนแล้ว

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ “โอนี่จัง โรงเรียนอนุบาลแหละ” “ใช่แล้วครับ โซโยกะ วันนี้วันประถมนิเทศไงครับ” โซโยกะอยู่ที่ใจกลางห้องรับแขก นั่งโซฟาอยู่ น้องหันซ้ายขวากล่าวด้วยความตื่นเต้น ชุดเครื่องแบบที่นีี่มันจะเข้ากับน้องผมเกินปุยมุ้ย

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch1-1 น้องสาวผมน่ารักที่สุดในโลก

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch1-1 น้องสาวผมน่ารักที่สุดในโลก น้องสาวผมนี่ล่ะน่ารักที่สุดในโลก ผมตัดสินใจแล้วว่าจนกว่าถึงเวลาเริ่มโฮมรูม ผมจะนั่งเพลิดเพลินมองรูปน้องผมโซโยกะยาวไป บอกเลยว่ารูปนี้ผมเพิ่งถ่ายน้องสาวผมเมื่อเช้านี้สดๆร้อนๆ รูปที่ผมถ่ายเป็นตอนน้องสาวผมโซโยกะกำลังเคี้ยวขนมปังแก้มตุ่ย “หุหุหุ…. โซโยกะของพี่ชายวันนี้ก็ยังคงน่ารักเหมือนเคย” นี่ล่ะนางฟ้า นางฟ้ากำลังหัวเราะมองมาหาผม