Otonari asobi เล่ม 1 ch2 เรื่องไหว้วานจากเธอ

อ่าน Otonari Asobi 迷子になっていた幼女を助けたら、お隣に住む美少女留学生が家に遊びに来るようになった件について แปลไทย  CH2 เรื่องไหว้วานจากเธอ

“เป็นไงล่ะ ตกใจมั้ยเอ่ย”

อาจารย์มิยุโทรมาหาอากิฮิโตะด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี

หลังจากผมเข้าห้องตัวเองได้ประมาณ 3ชัวโมง อาจารย์โทรหาผม ไม่รู้ว่าเพราะเป็นห่วงสถานการณ์หรือยากโทรมาแซวกันแน่หรืออาจเป็นทั้งสองอย่าง

“จะเหลือเหรอครับ ว่าไปมันเกิดอะไรขึ้นเธอถึงมาอยู่ข้างห้อง”

“เอ้า ถามชั้นชั้นจะรู้มั้ย”

เอาเหอะ จะบังเอิญหรือวางแผนก็เหอะ มันมีสิ่งที่อากิฮิโตะกังวล

“….เฮ้อ ตั้งแต่พรุ่งนี้ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนดี”

“เอ้า ไว้ที่เดิมสิ ฮั่นแน่ หรือเธอตกหลุมรักเขาแล้ว”

“….”

เจอประโยคทะลวงใจเล่นเอาผมไปต่อไม่ถูก ได้แต่อึกอักโต้ตอบ

“ป..เปล่าซะหน่อย”

“หราาาาาา?”

“อาจารย์พูดแบบนี้หมายความว่าไงครับ”

“อาโอยางิ ชาร์ล็อตน่ะน่ารักนะ”

“เรื่องนั้นมองปราดเดียวก็รู้แล้วครับ”

“เธอเป็นเด็กดีและใสซื่อด้วยนะ”

“ผมก็รู้ครับว่าเธอเป็นเด็กดีแน่”

“ตัดสินใจได้แล้วสินะ”

“หมายความว่าไงครับอาจารย์”

“รู้ตัวมั้ยว่าตั้งแต่อดีตถึงตอนนี้ ชั้นไม่เคยได้ยินเธอชมใครว่าน่ารักสักครั้งนะ”

“เอ้า ก็มันไม่เจอใครน่ารักจริงนิ”

“อาโอยางิ เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว อาจารย์สังเกตตั้งแต่ตอนอยู่ในห้องพักครูแล้วว่าเธอคุยกับชาร์ล็อตแล้วออกอาการหน้าแดงเขินเห็นได้ชัด

ปกติเธอชอบทำท่าเก๊กเนียนคีบลุคให้นิ่ง แต่นี่แค่ชั้นโทรหาเธอ เธอยังออกการเป๋ขนาดนี้มันก็ชัดเจนแล้ว”

“..อึ่ก”

เจออาจารย์มิยุร่ายยาวแบบแทงใจทุกดอกเล่นเอานึกคำพูดตอบกลับไม่ถูก

หรือจะแก้ตัวน้ำขุ่นๆหาช่องทางโกหกเอาตัวรอดไปก่อน

ระหว่างที่กำลังคิดอยู่ ก็มีเสียงอินเตอร์โฟนดัง ปิ๊งป่อง หน้าห้องอาโอยางิ

“ดูเหมือนมีคนมาหาผมนะ ไว้คุยต่อวันหลังนะครับอาจารย์มิยุ”

“อ้าว อย่าเพิ่งไปสิ”

ผมยังได้ยินเสียงของอาจารย์มิยุแต่ไม่สนละครับ ผมกดตัดสายทิ้งแล้ว เพราะสงสัยว่ามืดค่ำป่านนี้มีใครมาหา

เมื่อผมเปิดประตู คนที่ผมเจอคือ เด็กน้อยน่ารักสวมฮู้ดหูสัตว์ยืนอยู่ สีหน้าน้องยิ้มแย้มแจ่มใสเงยหน้าสบตาผม

“โอนี่จัง….”

เด็กน้อยคนนั้นก็คือเอมม่านั่นเอง

“เอ๋ เอมม่าจัง มีอะไรรึเปล่า”

ผมกำลังแปลกใจกับแขกสุดเซอไพรส์ ชาร์ล็อตในชุดอยู่บ้านก็เดินตามมาติดๆด้วยท่าทางขอโทษขอโพย แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาในตึกช่วยขับความสวยของเธอยิ่งกว่าเดิม

สรุปว่าแขกผู้มาเยือนครั้งนี้มาทั้งพี่ทั้งน้องเลย ด้วยความแปลกใจก็เลยถาม

“ขอโทษนะครับ เอมม่าจัง สรุปมีเรื่องอะไรรึเปล่า”

“คือว่า…เอมม่าอยากเล่นกับโอนี่จัง”

เอมม่าจังตอบกลับด้วยสีหน้าน่ารักพร้อมรอยยิ้ม แววตาเป็นประกาย

“ขอโทษอาโอยางิคุงด้วยนะ ชั้นบอกเอมม่าไปหลายรอบแล้วแต่เธอไม่ฟัง วิ่งมาที่นี่เลย ไม่ทราบว่าเธอพอจะเป็นเพื่อนเล่นให้กับเอมม่าได้มั้ยจ๊ะ”

ถึงขั้นไม่ฟังคำพูดพี่สาว วิ่งมาเราถึงห้องเลยเหรอ ก็เป็นสถานการณ์ที่แปลกดี รู้สึกว่าเด็กคนนี้น่าสนใจมาก

“ผมเป็นเพื่อนเล่นได้นะครับ แต่ดูจากชุดแล้วเหมือนจะเป็นเวลาเข้านอนของน้องรึเปล่าครับ”

ชุดที่เอมม่าใส่คือชุดนอนฮู้ดหูสัตว์ ดูยังไงก็เป็นชุดเตรียมเข้านอนของเด็กแน่

“ขอโทษนะจ๊ะ…เป็นไปตามที่อาโอยางิคุงว่าไว้นั่นแหละ ปกติหลังจากอาบน้ำเสร็จชั้นจะพาน้องเข้านอน แต่วันนี้น้องไม่นอน เริ่มงอแงบอกว่าจะเล่นกับอาโอยางิจ๊ะ”

มิน่าล่ะ เพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จแล้วออกมาเจอเราในสภาพนี้ แก้มเธอเลยแดงสินะ แต่นั่นยิ่งทำให้อาโอยางิรู้สึกว่าเธอสวยยิ่งกว่าเดิม

แต่ว่ากันที่สถานการณ์ปัจจุบันก่อน ผมกำลังคิดไม่ตกจะเลือกทางไหน ผมลองสบตาเอมม่าซ้ำอีกรอบ

ความคิดผมคือ เอมม่าสื่อสารได้แค่สองคนคือผมกับชาร์ล็อต คิดว่าเธอคงรู้สึกเหงาด้วย

พอเอมม่าถูกสบตา เธอส่งแววตาเป็นประกายแสดงความดีใจให้ผมเห็น บ่งบอกถึงความคาดหวังในตัวน้องว่าผมจะตอบสนองคำขอเธอ

เมื่อเจอแบบนี้ ผมจึงตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นเพื่อนเล่นให้เอมม่า

ทีนี้ปัญหาก็จะมีอยู่ว่า สถานที่ เราจะเล่นกันตรงไหน

จะไปเล่นในห้องชาร์ล็อตก็คงดูแปลกที่ผู้ชายไปเข้าห้องผู้หญิงเลย แต่จะให้เขามาเล่นในห้องเรา มันก็ใช่ว่าจะดี สุดท้ายผมเลยโยนการตัดสินใจให้ชาร์ล็อตคิด

“คุณชาร์ล็อตครับ คิดว่าเราควรจะเล่นกับน้องที่ไหนดีครับ”

“นั่นสินะ”

ระหว่างที่ผมกับเธอกำลังไตร่ตรอง เอมม่าก็พูดแทรกขึ้นมา

“เอมม่าอยากไปเล่นที่ห้องโอนี่จัง”

กรรมการตัดสินแทนให้แล้ว ก็จบ ผมดูสีหน้าชาร์ล็อต เธอก็ไม่แสดงอาการปฏิเสธด้วย

สรุปพวกเราสามคนเล่นกันที่ข้างในห้องผม

*****

“ยินดีต้อนรับครับ”

“ขออนุญาตรบกวนค่ะ”

“ขออนุญาตรบกวนค่าาาาาา”

ในขณะที่ชาร์ล็อตแสดงอาการเกร็ง เหมือนเพิ่งเคยเข้ามาในห้องของเด็กผู้ชายครั้งแรก ทางด้านเอมม่ากลับสนุก เล่นเป็นนักสืบเดินไปเดินมาตามห้องต่างๆ

“ที่นี่..คือห้องเด็กผู้ชายสินะ”

ชาร์ล็อตกล่าวขณะมองดูรอบตัว

“เอ่อ คือว่ามองแบบนี้ผมก็เขินนะครับ”

“ข..ขอโทษจ๊ะ”

ชาร์ล็อตหน้าแดง กล่าวขอโทษด้วยความเขิน ให้ตายสิ ตอนเธอหน้าแดงเพราะกลัวเรื่องกลิ่นกายหรือจะเป็นตอนนี้ ก็ต้องยอมรับว่าเธอมีเสน่ห์จริงๆ

ในขณะที่ชาร์ล็อตเขิน ส่วนทางด้านเอมม่ากลับกันเลยคือมีแต่ความตื่นเต้นมีชีวิตชีวา

“โอนี่จัง นั่งตรงนี้ได้รึเปล่า”

เอมม่าจังเข้าไปในห้องๆหนึ่ง ตบพื้นแปะๆเรียกผม

แม้ว่านี่จะเป็นบ้านของผม แต่ดูเหมือนน้องจะปรับตัวได้เร็วมาก เล่นเอานึกว่าเธอเป็นเจ้าของห้องมากกว่าซะอีก

ผมเข้าไปในห้องที่เอมม่าอยู่ นั่งขัดสมาธิลงกับพื้น

“โอนี่จังเอามือออกไปได้มั้ย”

เอมม่าจังสบตากับผม สายตาเหมือนวางแผนบางอย่าง

ผมขยับมืออกตามคำขอเอมม่า

เท่านัั้นแหละ

“อื้ม…แฮะแฮะ”

เอมม่านั่งลงบนตักผมเลย

“เอมม่าจัง”

ผมกับชาร์ล็อตเรียกชื่อเธอพร้อมกัน เพราะตกใจในสิ่งที่น้องทำ คือไม่มีใครคาดคิดว่าน้องจะเดินมานั่งตักผมดื้อๆแบบนี้

นั่งตัก

ส่วนทางด้านเจ้าตัวไม่ได้สนใจท่าทีของทั้งคู่ ยิ้มแย้มแจ่มใสสนุกคนเดียว เอนหลังพิงกับอกผม เงยหน้าสบตา

“เอมม่า ลุกมานะ อย่าสร้างความลำบากใจให้อาโอยางิคุงสิ”

ชาร์ล็อตกล่าว ยื่นมือไปที่เอมม่าแต่ว่า

“ไม่….”

เอมม่าปัดมือทิ้ง จากนั้นหันหลังกอดผม แสดงภาษากายบอกชัดถึงการปฏิเสธ

“โม่ ฟังพี่บ้างสิ อย่าสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นสิจ๊ะ”

“ไม่ ล็อตตี้แกล้งหนู”

“ไม่ได้แกล้งนะ หนูทำให้อาโอยางิคุงเค้าลำบากใจ”

“โอนี่จังไม่ลำบากสักหน่อย เนอะ โอนี่จัง”

งานช้างละไง อยู่ๆก็โดนลากวังวนถกเถียงของสองพี่น้อง

ทางด้านเอมม่าก็ส่งสายตาขี้อ้อน

ทางคุณพี่สาวก็ขยับปากใบ้ ไม่ต้องมีน้ำเสียง ก็รู้ชัดเจนว่า “ช่วยปฏิเสธคำขอของน้องด้วยนะคะ”

เลือกทางไหนก็ปวดหัวไม่แพ้กัน

ผมรู้ว่า ชาร์ล็อตเองก็ไม่อยากให้น้องเสียนิสัย เป็นเด็กที่เอาแต่ใจตัวเอง

ปัญหาคือ ผมจะเลือกปุ๊บ อีกฝั่งก็ต้องใส่กลับมาแน่ว่า ทำไมถึงเลือกเข้าข้างทางนั้น ง่ายๆคือยังไงเราก็ต้องผิด กลายเป็นคนหักหลังในสายตาคนที่ผมไม่เข้าข้างแน่

“โอนี่จัง….”

ในขณะที่ผมยังนึกไม่ออกว่าจะตอบคำไหน ก็ได้ยินเสียงเอมม่าพร้อมแววตาอ้อนวอน สายตาสื่อความหมายชัดว่า “ไม่เข้าข้างหนูเหรอ”

……ขอโทษนะครับ คุณชาร์ล็อต

“อืม พี่ไม่เดือดร้อนครับ ถ้าเอมม่าอยากนั่งตรงไหนก็เต็มที่เลยครับ”

เจอสายตาแบบนั้นเป็นใครก็ทนไม่ได้หรอกครับ ผมเลยตัดสินใจเข้าข้างเอมม่า

ทางเอมม่าพอฟังคำตอบก็ดี๊ด๊าร่าเริงทันตา ส่วนทางชาร์ล็อตก็แสดงอาการหงอย แต่คาดว่าคงเป็นเพราะกังวลเรื่องสุดท้าย น้องสาวก้สร้างความลำบากใจให้ผมมั้ง”

“อาโอยางิคุงเป็นคนที่อ่อนโยนจริงๆนะคะ”

“ผมขอโทษนะครับ…”

“ไม่หรอกจ๊ะ ฝั่งที่ต้องขอโทษควรเป็นชั้นมากกว่า น้องสาวชั้นสร้างความลำบากใจให้เธอเรื่องนี้ชั้นต้องขออภัยด้วย”

เอาจริงๆเรื่องนี้ คนผิดคือเอมม่าที่เอาแต่ใจมากกว่า แต่เธอก็ขอโทษผมแทนน้อง

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมไม่มีปัญหาจริงๆ ได้โปรดอย่าเก็บเรื่องนี้มาใส่ใจนะครับ”

“ขอบคุณมากจ๊ะ ชั้นเองนั่งที่นี่ก็ได้ใช่มั้ย”

“หมายถึงนั่งตักผมเหรอครับ”

“ม..ไม่ใช่จ๊ะ หมายถึงนั่งพื้น”

ผมก็ถามพาซื่อ ชาร์ล็อตก็รีบบอก ด้วยความสื่อสารผิดพลาด ผมกับเธอก็เลยหน้าแดงทั้งคู่

“ข..ขอโทษครับ นั่งตรงไหนก็ได้ตามใจชอบเลยครับ”

“งั้นชั้นนั่งตรงนี้ละกัน”

ชาร์ล็อตนั่งกับพื้น ฝั่งตรงข้ามกับผม

“โอนี่จัง เล่นกันเถอะ”
“ขอโทษที่ให้รอนะครับ เล่นอะไรกันดีครับ”
“อยากเล่นกับโอนี่จัง”
“พูดเหมือนเดิมแบบนี้คือ?”
“ที่น้องอยากจะบอกคือ ขอแค่เป็นอาโอยางิคุง จะเล่นอะไรน้องก็ไม่เกี่ยงจ๊ะ”
สมแล้วที่เป็นพี่น้องกัน ชาร์ล็อตสามารถสื่อสารในสิ่งที่เอมม่าอยากจะกล่าวได้ชัดเจน
“งั้นเหรอครับ?”
ทีนี้ปัญหามันก็ติดอยู่ว่า แล้วจะเล่นอะไรดีล่ะ ที่ห้องผมไม่มีเกมหรือของเล่นเด็กด้วย
“คุณชาร์ล็อตครับ ปกติแล้วเอมม่าเล่นอะไรบ่อยที่สุดครับ”
แทนที่จะคิดเอง ลองถามคนที่อยู่ด้วยกันประจำน่าจะง่ายกว่า

“ช่วงนี้น้องกำลังติดโดมิโน่ค่ะ”
“โดมิโน่….?”
พอเอมม่าได้ยินคำว่าโดมิโน่ แววตาน้องก็เป็นประกายทันที ดูเหมือนจะว่าจะชอบเล่นจริงๆ

ทีนี้โดมิโน่มันมีวิธีเล่นอยู่สองแบบ แบบแรกคือเรียงเป็นแถวแล้วทำให้ล้ม กับที่เคยเห็นในทีวีคือใช้เล่นคล้ายๆไพ่คือต่อตัวเลขเรื่อยๆ และนี่เป็นวิธีการเล่นที่ชาวต่างชาติเขาเล่นกัน ผมเลยคิดว่าน่าจะอยากเล่นโดมิโน่ด้วยวิธีที่สอง

แต่ว่า
“ขอโทษครับ ห้องผมไม่มีโดมิโน่ครับ

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวขอตัวไปเอาโดมิโน่ในห้องชั้นสักครู่นะ”
“ชาร์ล็อตกล่าวจบ ลุกขึ้นกลับห้องตัวเอง

“คุณชาร์ล็อตใจดีจังเลยนะ”
“อืม ล็อตตี้ใจดี”
“ชอบคุณชาร์ล็อตมั้ยครับ”
“อื้อ ชอบที่สุดเลยค่า”

ผมสนทนากับเอมม่าพลางลูบหัวไปด้วย น้องก็รุ้สึกดีจนโยกตามมืออ้อนผม
“ขอโทษที่ให้รอค่ะ”
หลังจากคุยกับเอมม่าได้สักพัก ชาร์ล็อตก็กลับมาที่ห้องผม
ทีนี้เพื่อที่จะเล่นโดมิโน่ ผมเลยจะจับเอมม่าลุกออกจากตักผม เพราะถ้านั่งบนตัก ผมก็เห็นตัวเลขโดมิโนในมือเอมม่า มันก็คงไม่สนุก แต่เอมม่าฝืนตัวไม่ยอมไป
“เอ๋ ไม่ลุกแบบนี้แล้วจะเล่นโดมิโน่ยังไงดีครับ”
“อุ้มหน่อย”
เอมม่าจังกางมือสองข้าง เข้ามาอ้อนผม นั่งบนตักต่อเหมือนเดิม

“แบบนี้แปลว่า น้องเขาไม่อยากเล่นโดมิโน่แล้วรึเปล่าครับ”
“ไม่ใช่ค่ะ อาโอยางิคุงเข้าใจผิดแล้ว”
“หมายความว่าไงครับคุณชาร์ล็อต”
ผมถามชาร์ล็อต แต่ว่าเธอไม่ได้ตอบคำถามผม หันไปกล่าวกับเอมม่า
“เอมม่า วันนี้จะลองเรียงโดมิโน่เองมั้ยคะ”
ชาร์ล็อตถามเอมม่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่เอมม่าทำหน้าบูด ส่ายศีรษะไปมา
พอผมเห็นอากัปกริยาทั้งคู่ ผมเลยนึกออก
“แสดงว่าที่จะเล่นโดมิโน่ ไม่ได้เล่นแบบไพ่ แต่จะเล่นแบบเรียงเป็นแถวแล้วผลักให้ล้มใช่มั้ยครับ”

“ถูกต้องจ๊ะ จริงๆอาโอยางิเข้าใจถูกแล้วว่าที่อังกฤษเขาจะเล่นแบบไพ่กัน แต่เอมม่าไม่ชอบ แล้วมีวันหนึ่งเอมม่าดูทีวีแล้วเห็นคนเล่นโดมิโน่แบบเรียงเป็นแถวแล้วทำให้ล้ม น้องเห็นแล้วชอบมาก ทีนี้มันมีจุดหนึ่งต้องบอกคือ น้องชอบผลักโดมิโน่ให้ล้มอย่างเดียว แต่ถ้าให้เรียงเองนี่คือไม่แตะเลย”

ถึงตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจน้องขึ้นมานิดนึงว่า น้องนี่ตัวเอาแต่ใจตัวแม่ระดับหนึ่งเลย
“เข้าใจละ แสดงว่าให้ผมอุ้มเอมม่าไปด้วยแล้วก็เรียงโดมิโน่ไปด้วยใช่มั้ยครับ”
“ไม่ต้องค่ะ คนที่เรียงโดมิโน่จะเป็นชั้นเอง
“ฮืม”
เอมม่ายิ้ม ทำสีหน้าพึงพอใจราวกับจะบอกว่าทุกอย่างเป็นไปตามอุบาย
“เอมม่าจังที่ขี้อ้อนนี่ก็รับมือยากเหมือนกันนะครับ”
“น้องเค้าน่ารักถึงเหนื่อยหน่อยก็ต้องยอมค่ะ”
“เรื่องนั้นก็ไม่เถึยงครับ งั้นวิธีเล่นก็ตกลงตามนั้นครับ”

ถึงจะบอกแบบนั้นแต่ผมก็รู้สึกว่าถ้าให้เธอเรียงมันก็ดูน่าเกลียดไป
“หรือถ้าให้ดี คุณชาร์ล็อตเป็นคนอุ้มเอมม่าแล้วให้ผมเป็นคนเรียงจะดีกว่ามั้ยครับ”
พอผมพูดจบ คนที่ตอบกลับไม่ใช่ผมแต่เป็นเอมม่า
“บู่…”
เอมม่าจังทำหน้ามุ่ย ส่งเสียงประหลาดหลังฟังคำพูดผม
“ความหมายเสียงแบบบนี้คือ?
“เอมม่าอยากให้อาโอยางิเป็นคนอุ้มค่ะ”
“ห๊ะ”
สรุปว่าเอมม่านี่ไม่ได้ชอบแค่ถูกอุ้มอย่างเดียว แต่คนที่อุ้มต้องเจาะจงเป็นผมด้วยงั้นเหรอ
ถ้างั้นก็ลองแหย่สักนิดซิ
“เอมม่าจัง หนูช่วยผมเรียงโดมิโน่กันมั้ย”
“หือ?”
“ถ้าเราเรียงเองด้วยตัวเองแล้วผลักล้มมันน่าจะสนุกกว่าผลักโดมิโน่ล้มอย่างเดียวนะครับ”
ผมลองชวนน้องเรียงโดมิโน่ดู อยากรู้ว่าผลตอบรับจะเป็นยังไง และผลที่ได้คือ
“ไม่..”
ตอบชัดถ้อยชัดคำมาก จนไม่ต้องถามซ้ำเลย
“เมื่อก่อนเอมม่าเคยเป็นคนเรียงโดมิโน่เอง ตอนนั้นใกล้จะเรียงครบแล้ว แต่เจ้าตัวเผลอทำโดมิโน่ล้มไปตัวนึง เลยพังก่อนจะเรียงครบ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาน้องก็เกลียดการเรียงโดมิโน่เอง”
“แบบนี้นี่เอง พอจะเข้าใจความรู้สึกละว่า อีกนิดเดียวจะสำเร็จแต่ดันล้มครืนไปต่อหน้า เจ้าตัวคงจะช็อคมากสินะครับ”

พอรู้ต้นสายปลายเหตุ ผมก็เข้าใจแล้วว่าจะให้น้องเรียงโดมิโน่เองไม่ใช่เรื่องง่ายแน่

“ช็อคสิ ร้องไห้ดังอาละวาดไปสามบ้านแปดบ้านเลย แต่ถึงอย่างนั้น เอมม่ายังชอบผลักโดมิโน่ล้มอยู่ดี เพราะฉะนั้นให้ชั้นเป็นคนเรียงโดมิโน่แล้วกันนะ”
“งั้นต้องขอโทษและฝากคุณชาร์ล็อตจัดการด้วยนะครับ”
ชาร์ล็อตเริ่มเรียงโดมิโน่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ผมเริ่มรู้สึกทึ่งมากว่าที่บ้านต้องอบรมและเลีั้ยงคุณชาร์ล็อตมาเป็นอย่างดีแน่ เธอถึงเป็นพี่สาวที่ใจดีมีน้ำใจได้ขนาดนี้

ผมก็รอจนเธอเรียงเสร็จ ระหว่างนี้ก็อุ้มให้เอมม่าดูชาร์ล็อตเรียงโดมิโน่

“ฮะฮะ เข้าขากันดีทั้งคู่เลยนะ ชั้นไม่ได้เห็นเอมม่าสนุกขนาดนี้มานานแล้ว”
“เอมม่าจังน่ารักนี่ครับ เค้าสนุกผมก็ดีใจครับ”
ผมพูดพลางลูบหัวเอมม่าไปด้วยพร้อมส่งยิ้มให้ชาร์ล็อต
เอมม่าเองก็ดูจะชอบให้อาโอยางิลูบหัวเลยทำแววตาปลื้มปริ่ม ยิ่งน้องสวมฮุ้ดหูสัตว์แบบนี้ยิ่งเหมือนแมว

“ในที่สุดก็มีพี่ชายให้อ้อนได้แบบนี้ยินดีด้วยนะคะ”
“อื้อ”
เอมม่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงร่าเริง
” เอมม่า โดมิโน่เรียงเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะผลักล้มเลยมั้ย”
“เอมม่าจะผลักล้มเอง”
“จ๊ะ งั้นมาผลักเลย”

ดูเหมือนว่าเอมม่าจะชอบการผลักโดมิโน่ที่เรียงให้ล้มจริงๆ พอบอกปุ๊บ น้องเตรียมพร้อมจะทำทันที
ชาร์ล็อตเห็นน้องดูมีความสุข เธอก็ส่งยิ้มให้
แม้ว่าชาร์ล็อตและเอมม่าจะมีช่องว่างความต่างของอายุพอสมควร แต่พี่น้องคู่นี้ก็รักกันดีจริงๆ การได้เห็นพี่น้องเป็นแบบนี้ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นหัวใจ และอยากจะเก็บภาพประทับใจตรงนี้ดูไปนานๆ

ชาร์ล็อตพาเอมม่าไปที่โดมิโน่ที่เรียงตัวแรก เอมม่ามีท่าทีตื่นเต้นเงยหน้าสบตาชาร์ล็อต
“ล้มได้เลยค่ะ”
พอได้รับคำอนุญาตจากชาร์ล็อตเท่านั้นแหละ
“เย้”
น้องเปล่งเสียงร่าเริง ผลักโดมิโน่ตัวแรกล้ม เสียงโดมิโน่ที่กำลังล้มส่งเสียงแกร้กๆๆๆ ราวกับเป็นเสียงดนตรีที่ไพเราะ น้องได้ยินเสียงแล้วโบกไม้โบกมือแสดงความดีใจสุดๆ

แต่ว่าด้วยความที่ห้องไม่ได้มีพื้นที่กว้างนักและไม่ได้เรียงเยอะ ไม่นานโดมิโน่ตัวสุดท้ายก็ล้มลง เท่านั้นแหละ สีหน้าของน้องจากร่าเริงกลายเป็นเหงาหงอย หันไปสบตากับชาร์ล็อต
“ล็อตตี้”
“อยากเล่นอีกรอบใช่มั้ยคะ”
“อื้อ”
ชาร์ล็อตทำตามคำขอของเอมม่า เรียงโดมิโน่ใหม่อีกครั้ง ส่วนเอมม่าก็เดินกลับไปนั่งตักผมต่อเหมือนเดิม

“นั่งรอคุณชาร์ล็อตเรียงโดมิโน่รึครับ”
“อื้อ ล็อตตี้ชินแล้วล่ะ”
ผมเกิดความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ใช้คำว่าชินกับการเรียงโดมิโน่เลยเหรอ ผมแทบนึกภาพไม่ออกเลยว่าเธอเรียงโดมิโน่เพื่อดูแลเอมม่ามาแล้วกี่รอบและมันต้องใช้ความพยายามมากขนาดไหน

หลังจากเรียงเสร็จ ก็ให้เอมม่าผลักล้มต่อ

สกิลการเรียงโดมิโน่ของชาร์ล็อตไม่ธรรมดา เธอเรียงให้เป็นรูปภาพหรือไม่ก็ตัวอักษร เอมม่าจังยิ่งชอบใจมากทุกครั้งที่ชาร์ล็อตเรียงแล้วเปลี่ยนรูปต่างๆ

ผมเห็นสีหน้าท่าทางของเอมม่าก็เริ่มคิดเผื่อแล้วว่า ถ้ามีโอกาสในอนาคต ควรจะหาของเล่นแบบไหนมาเล่นกับเอมม่าดี
“นี่นี่ โอนี่จัง”
“หือ?ว่าไงครับ”
“แหะแหะแหะ อยากเรียกเฉยๆค่า”
เอมม่าหัวเราะเงยหน้ากล่าวกับผม ก่อนจะอ้อน ซุกหน้าเข้ากับเสื้อผมต่อ

เด็กคนนี้มันนางฟ้าตัวน้อยจำแลงมาชัดๆ เป็นนางฟ้าที่ซุกซนไม่ใช่ผ้าพับซะด้วย

“ฮะฮะ ขี้อ้อนจังนะแม่ตัวปัญหา”
ชาร์ล็อตยิ้มอย่างอ่อนโยน แซวน้องสาวตัวเอง ผมคิดว่ารอยยิ้มของชาร์ล็อตเป็นรอยยิ้มราวกับมารดามีต่อบุตรธิดาตัวเอง ซึ่งส่วนตัวผม รอยยิ้มเธอช่างมีเสน่เหลือเกิน ช่วงเวลา ณ.ตอนนี้ มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่มีความสุขเหลือเกิน

“ผมนี่ช่างเป็นคนที่มีความสุขมากนะครับ”
“คนที่มีความสุขจริงๆคือเจ้าเด็กขี้อ้อน มีพี่ชายสุดน่ารักและอ่อนโยนต่างหาก จริงมั้ยจ๊ะเอมม่า”
“อื้อ เอมม่าชอบโอนี่จังที่สุดเลย”
เชี่ยเอ้ย ฟังแล้วน้ำตาไหล
ทั้งที่เพิ่งจะได้พบกันแท้ๆ แต่ผมได้รับคำกล่าวชมประเมินค่าซะสูงขนาดนี้มันทำให้ผมรู้สึกน้ำตาคลอ
“โอนี่จังเป็นอะไรคะ เจ็บตรงไหนเหรอ”
เอมม่าเห็นผมเสียน้ำตา เลยแสดงท่าทางกังวล เงยหน้ามองผม

“เปล่าครับ ไม่ได้เจ็บตรงไหนครับ เอ้า ดูนั่นสิ โดมิโน่ใกล้จะเรียงเสร็จแล้วนะ”
“ใกล้เรียงเสร็จแล้วนะ”

ชาร์ล็อตเองก็ตะลึงเล็กน้อย เธอมีสีหน้าตกใจที่เห็นผมน้ำตาไหล แต่สักพักก็ส่งรอยยิ้มให้ และเปลี่ยนหัวข้อไปพูดถึงโดมิโน่แทน

“โดมิโน้ โดมิโน่ โดโดมิโน่”

เอมม่าพอได้ยินว่าโดมิโนใกล้เรียงเสร็จแล้วก็แสดงความดีใจจนร้องเพลง

เชื่อเถอะว่าเพียงแค่เห็นน้องดีใจ คุณก็มีความสุขแล้ว
หลังจากเรียงโดมิโน่เสร็จ…
“เย้”
เอมม่าเดินไปที่โดมิโน่ตัวแรกอย่างร่าเริง ผลักโดมิโนตัวแรกล้ม

ก็วนลูปกันไป ชาร์ล็อตเรียง เอมม่าผลักล้ม ทำอยู่แบบนี้ห้ารอบก่อนที่เอมม่าจะกลับมานั่งตักผมต่อเหมือนเดิม

หมดจากเรียงโดมิโน่ เอมม่าเดินมานั่งตักผม เริ้มคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆโดยมีชาร์ล็อตมองดูพวกผมด้วยรอยยิ้มพลางเก็บโดมิโน่

ตอนแรกก็เหมือนจะสื่อสารกัน3คนคือผม เอ็มม่า ชาร์ล็อต เพราะถ้าคุยกันแค่สองคนโดยทิ้งอีกคนไม่ให้สนทนาคงดูไม่ดี

แต่พอผมจะหันไปคุยกับชาร์ล็อต เธอเลือกที่จะเงียบ ปล่อยให้ผมกับเอมม่าคุยกันสองคนเท่านั้น เหตุผลคือพอผมทำท่าจะคุยกับชาร์ล็อต น้องเอมม่าออกอาการอิจฉา

สุดท้ายเลยมีเพียงผมกับเอมม่าเท่านั้นที่คุยกัน นานๆครั้งชาร์ล็อตเหมือนอยากจะเสริมเรื่องที่ผมกับเอมม่าคุยกัน แต่เธอเลือกที่จะเงียบ คงเกรงว่าการคุยของเธอจะไปขัดจังหวะเอมม่า

เอมม่าก็คุยเจื้อยแจ้วเล่าเรื่องต่างๆที่เจอไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก หรือความประทับใจที่ได้ดูคลิปน้องแมว ในระหว่างคุย เอมม่าก็ยังคงนั่งอยู่บนตัก เงยหน้ามองผมด้วยรอยยิ้มพร้อมท่าทีขี้อ้อน มือเธอก็จับมือผมแกว่งเล่นไปด้วย ดูแค่นี้ก็รู้ชัดแล้วว่าเอมม่ามีความสุขมาก

หลังจากคุยได้สักพัก ด้วยความที่วันนี้เอมม่าใช้พลังงานเยอะมาก และเวลาก็ล่วงเลยดึกดื่น เธอเริ่มมีอาการง่วงเหงาหาวนอน ผมกับชาร์ล็อตสบตาในเชิงรู้กันว่าจะเงียบ ไม่ชวนเอมม่าคุย ผ่านไปได้สักพัก ผมกับชาร์ล็อคได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเอมม่า แปลว่าตอนนี้เธอหลับสนิทแล้ว

“ขอบคุณมากนะคะอาโอยางิคุง”

วันนี้ต้องบอกว่าผมได้ยินและรับคำขอบคุณจากคุณชาร์ล็อตเยอะมาก เธอมองเอมม่าที่กำลังหลับด้วยแววตาอ่อนโยน ให้ความรู้สึกเป็นพี่สาวที่รักและห่วงใยน้อง เพียงแค่เห็นความใจดีของชาร์ล็อตก็รู้ได้ทันทีว่าเธอรักและให้ความสำคัญกับเอมม่ามากขนาดไหน

“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณผมหรอกครับ”

“ไม่ได้หรอก ชั้นดีใจมากที่เธอยอมเป็นเพื่อนเล่นให้เอมม่านะ”

“ฮะฮะฮะ ดีละครับ ทางผมเองก็สนุกที่ได้เล่นกับเอมม่าเหมือนกัน”

“สำหรับเอมม่าแล้ว อาโอยางิคุงไม่ต่างอะไรกับฮีโร่ ตอนน้องหลงทาง ไม่รู้จะสื่อสารกับใครแต่แล้วก็มีเธอเข้ามาช่วยเหลือ แถมยังอยู่เป็นเพื่อนเล่นน้องด้วย”

ผมคิดว่าที่ช่วยน้องเอมม่า ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตอะไรขนาดนั้น แต่ก็ถูกชาร์ล็อตประเมินค่าและชมเชย ก็เล่นเอารู้สึกเขินจนไม่กล้าสบตาเธอ

ทว่า ในขณะที่ผมหลบตาเธอ ชาร์ล็อตยังคงกล่าวต่อ

“เอมม่าต้องย้ายมาอยู่ห่างจากประเทศบ้านเกิดเมืองนอน และไม่สามารถสื่อสารกับใครได้ เธอคงคิดว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่น่ากลัวมาก ฉะนั้น หากไม่รังเกียจ อาโอยางิคุงสามารถเป็นเพื่อนเล่นให้เอมม่าจนกว่าเธอจะเริ่มปรับตัวเข้ากับญี่ปุ่นได้มั้ยคะ”

“เพื่อนเล่นเหรอครับ…?”

เป็นคำขอที่มาโดยไม่ทันตั้งตัว ผมฟังจบหันไปมองเอมม่าที่กำลังนอนบนตักผม

ผมเข้าใจความรู้สึกของเธอ

การที่คนเราไม่สามารถสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจ มันทำให้รู้สึกไม่อุ่นใจ ยิ่งเอมม่าเป็นเด็กตัวแค่นี้ ความกังวลของเธอยิ่งมากกว่าผู้ใหญ่คูณสอง

แต่ทางผมเองก็ไม่ได้ว่างตลอด

ปกติแล้ว กิจวัตรผมคือกลับถึงบ้านปุ๊บ เข้าห้องทบทวนบทเรียน เพราะผมมีเป้าหมายบางอย่างที่ต้องทำให้สำเร็จ ผมจึงไม่อยากใช้เวลาว่างโดยเปล่าประโยชน์

แต่ว่า… ผมลองสบตากับชาร์ล็อต เธอจ้องตอบผมกลับด้วยแววตาจริงจังว่าที่ขอร้องมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

แม้ว่าผมจะเพิ่งได้พบกับชาร์ล็อต ผมคิดว่าตัวเองรู้สึกเข้าใจในบุคลิกนิสัยส่วนตัวของเธอ

เธอเป็นเด็กที่อ่อนโยน และก็ไม่อยากจะสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น แต่หากเป็นการทำเพื่อน้องสาวสุดที่รัก แม้ว่าจะเป็นการรบกวนผม เธอก็ไม่ลังเลที่จะลองขอร้องดู

นอกจากความมุ่งมั่นที่ยากจะปฏิเสธ ยิ่งไปกว่านั้น ผมเองก็ไม่อยากให้เอมม่ารู้สึกไม่อุ่นใจในการใช้ชีวิตประเทศญี่ปุ่น

ถ้าการเป็นเพื่อนเล่น มันช่วยแก้ปัญหาได้ มันก็ย่อมดีกว่าจะปฏิเสธ

“อืม ตกลงครับ บางทีผมอาจจะเป็นเพื่อนเล่นให้น้องไม่ได้ทุกวัน แต่ผมจะพยายามจัดสรรเวลาว่างให้เยอะที่สุดเพื่อเล่นกับเอมม่านะครับ

“ขอบคุณมากค่ะ”

พอฟังคำตอบของผม ชาร์ล็อตดีใจมากกล่าวขอบคุณ เพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอ ผมคิดว่าการตอบตกลงเป็นเพื่อนเล่นเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตัดสินใจผิดแน่

ได้อยู่กับสองสาว มีกิจกรรมเพิ่มขึ้นด้วยกัน ผมดีใจนะ มองยังไงก็คุ้ม ส่วนเรื่องเวลาเรียนกับเวลานอนที่หายไปเหรอ ช่างมันเหอะ หดหายไปนิดหน่อยไม่ทำให้ตายหรอก

จบ CH2

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ลองอ่านดูมั้ย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-3 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-3 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ พี่ชายและพี่สาวที่กำลังถกกันอยู่หันขวับมาน้องตัวเอง โอ้ไม่อยากจะเชื่อว่าโซโยกะจะคิดแบบนี้กับผมด้วยเหรอเนี่ย “ฮือออ” อากิยามะหันมากล่าวกับผม “เพราะนายเลย อิคุถึงงอนชั้นแล้ว” “อ้าว หลงตัวเองไปปะเธอ ม่า

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-2 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-2 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ แม้ว่าน้องผมจะหน้าบึ้งเรื่องโดนผมตื๊อถ่ายรูป แต่ว่าก็น่ารักอยู่ดี คนภายนอกมามองฉากนี้คงเป็นภาพที่พิลึกเอาการ ที่เห็นเด็กมอปลายถือกล้องถ่ายรูปถูกเด็กเล็กทำหน้าบึ้งใส่นะ ถ่ายรูปหน้าเสาโรงเรียนเสร็จ ผมกับน้องเดินเข้ามาในโรงเรียน รอบๆผมเริ่มเห็นมีพวกคุณแม่พาลูกมาส่งละ แน่ล่ะว่า เมื่อเข้ามาในรั้วโรงเรียนแล้ว

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ “โอนี่จัง โรงเรียนอนุบาลแหละ” “ใช่แล้วครับ โซโยกะ วันนี้วันประถมนิเทศไงครับ” โซโยกะอยู่ที่ใจกลางห้องรับแขก นั่งโซฟาอยู่ น้องหันซ้ายขวากล่าวด้วยความตื่นเต้น ชุดเครื่องแบบที่นีี่มันจะเข้ากับน้องผมเกินปุยมุ้ย

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch1-1 น้องสาวผมน่ารักที่สุดในโลก

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch1-1 น้องสาวผมน่ารักที่สุดในโลก น้องสาวผมนี่ล่ะน่ารักที่สุดในโลก ผมตัดสินใจแล้วว่าจนกว่าถึงเวลาเริ่มโฮมรูม ผมจะนั่งเพลิดเพลินมองรูปน้องผมโซโยกะยาวไป บอกเลยว่ารูปนี้ผมเพิ่งถ่ายน้องสาวผมเมื่อเช้านี้สดๆร้อนๆ รูปที่ผมถ่ายเป็นตอนน้องสาวผมโซโยกะกำลังเคี้ยวขนมปังแก้มตุ่ย “หุหุหุ…. โซโยกะของพี่ชายวันนี้ก็ยังคงน่ารักเหมือนเคย” นี่ล่ะนางฟ้า นางฟ้ากำลังหัวเราะมองมาหาผม