Netoge no Yome ga Ninki Idol datta บทส่งท้าย8-1 มุมมองรินกะ

Netoge no Yome ga Ninki Idol datta บทส่งท้าย

กิจวัตรยามมาโรงเรียนเป็นประจำ คือ ไม่เสวนากับใคร ใช้ชีวิตด้วยการเข้ามาห้องเรียน ก็เริ่มหยิบหนังสืออ่านเลย

นี่ล่ะคือชั้นเอง มิสึกิ รินกะ ไอดอลสุดฮอตในปัจจุบันฃ

ถามว่าชั้นเหงากับชีวิตประจำวันมั้ย บอกเลยว่าไม่เหงา เพราะมันเริ่มมาจากเหตุการณ์นั้น

การใช้ชีวิตในโรงเรียนของชั้นมักอยู่ตัวคนเดียว หรือนานๆที ช่วงพักกลางวัน อาจจะอยู่ด้วยกันกับนานะ

เลิกเรียนปุ๊บ ก็ไปซ้อมงานไอดอล วันไหนมีเวลาว่างก็เล่นเกมส์ออนไลน์

นี่แหละคือชีวิตประจำวันของชั้น

แม้ว่าห้องเรียนจะมีเสียงอึกทึก คุยกันจากนักเรียนคนอื่น สิ่งที่ชั้นสนใจก็มีแค่หนังสือตรงหน้า

แต่นั่นคือการแสดง

ชั้นเป็นคนที่มีทักษะได้ยินเสียงดีกว่าคนทั่วไป เลยจับใจความฟังเสียงจากโต๊ะข้างหลังโดยเฉพาะ

“เฮ้ อายาโนะโคจิคุง กดเกมอีกแล้วเหรอวะ ขอบตาล่างดำขนาดนี้นึกว่าเมิงเป็นหลินฮุ่ยซะอีก”

“ทำไงได้วะ ก็เกมที่เล่นมันสนุกสุดๆนี่หว่า …หาววววว โอ้ย ง่วง”

เสียงจากข้างหลังเป็นเสียงของอายาโนะโคจิกับทาจิบานะ

ดูเหมือนว่าอายาโนะโคจิจะติดเกมออนไลน์มาก ไม่งั้นคงไม่กดเกมจนถึงขั้นนอนไม่พอ

“เกมส์black panisมันเป็นเกมส์ขั้นเทพจของจริง กราฟฟิคก็โคตรงาม ตัวละครในเกมก็ไม่ออกแบบขอไปที ระบบเกมก็ลึกล้ำดีหมดตั้งแต่ฉากสู้ยันตอนเกิด ยิ่งไปขุดแร่นี่ยิ่งเพลินจนลืมวันลืมคืน….”

“ใครก็ได้เมิงเรียกรถศรีธัญญาด่วนเลย อายาโนะโคจิเข้าโหมดโอตาคุจนเสียสติไปแล้ว

“ไอ้ห่า อย่าขัดจังหวะสิวะ กุยังพูดไม่จบเลย เนี่ย แล้วเกมส์มันก็มีอะไรที่เมิงต้องเล่น…”

“กรี๊ดดดดดดด”

“จากการคำนวนสุดเทพของผม บอกเลยว่าอัตราที่จะหยุดไม่ให้อายาโนะโคจิพูดเรื่องเกมคือ 0% มีทางเดียวคือเมิงอดทนฟังมันพล่ามให้จบนะ ทาจิบานะคุง”

สามคนข้างหลังชั้นนี่เสียงดังอึกทึกประจำไม่เปลี่ยน

สำหรับชั้นที่เล่นเกมส์ิ black panin อยู่แล้ว ชั้นเข้าใจถึงสิ่งที่อายาโนะโคจิพูด รู้สึกได้ถึงความรักและสนุกของเขาที่มีต่อเกมนี้

ชั้นเข้าใจดีถึงความสนุกที่เล่นเกมส์ออนไลน์ด้วยความรู้สึกสนุกจากใจ

…สมมติว่า

สมมติว่าชั้นมีโอกาสได้เล่นเกมกับอายาโนะโคจิคุง มันจะเป็นไงนะ

…..

….ตะกี้ชั้นคิดอะไรลงไป

ทั้งที่ชั้นมีสามีสุดรักอย่าง “คาสึ” อยู่แล้วแท้ๆ

เปล่านะ ไม่ได้นอกใจน้า ไม่ได้เจ้าชู้ด้วย

ชั้นแค่คิดว่า อยากจะเล่นเกมด้วยในฐานะเพื่อนแค่นั้นเอง

“แต่ว่า มันก็ใกล้เคียงอยู่ดี”

ชั้นรู้สึกได้ถึงจุดร่วมบางอย่างของ คาสึ กับ อายาโนะโคจิคุง

สองคนนี้ชอบเล่นเกมเหมือนกัน และบ้าขุดแร่ด้วย แถมชื่อก็ใกล้เคียงอีกต่างหาก

ด้วยเหตุนี้ล่ะมั้ง ชั้นเลยอยากลองเล่นเกมกับเขาดูสักครั้ง

เย็นวันอาทิตย์ วันที่ชั้นนัดกับคาสึเล่นเกม ชั้นเข้าเกมรอ ปรากฏว่า คาสึ ยังไม่ล้อคอินเข้าเกม

“สายตลอด ผู้ชายคนนี้”

จริงๆก็ไม่ได้มาสายตลอดหรอก นานๆทีเขาถึงจะสาย แต่ว่าไอ้การให้ภรรยาสุดรักเป็นฝ่ายรอคอยนี่มันน่าตีจริงๆ

สักพักหนึ่ง ชั้นเปิดแอปแชทในเกม พิมพ์ข้อความหาเขา บอกว่า ชั้นอยู่ในเกมแล้วนะ

พอกดส่งปุ๊บ ข้อความจากอีกฝั่งเด้งมาทันทีว่า “โทษที จะรีบล้อคอินเดี๋ยวนี้แหละ”

ประมาณ1นาที คาสึ ล้อคอินเข้ามาในเกม

“ชั้นรออยู่นานละนะ ไม่ได้เล่นเกมด้วยกันนานเลย”

“ไม่เล่นด้วยกันนาน? อาทิตย์ที่แล้วก็เพื่งจะเล่นเกมด้วยกันนะครับ

“1 อาทิตย์ก็เรียกว่านาน ชั้นตั้งตารอจะเล่นเกมด้วยกันอย่างสนุกสนานกับคาสึคุงมาตลอดเลยนะ”

“งั้นเหรอครับ ผมเองก็สนุกและตั้งตารอเช่นกันครับ”

“งั้นเหรอ แต่ว่านะ เธอต้องทำให้ชั้นสนุกตลอดไปนะ”

“ทำไมพูดดูแปล้กแปลก”

“อืม ถ้าให้ยืนกราน มันคือความรักฉันท์สามีภรรยาของพวกเราไง

“เอ้า ทำไมมาเรื่องนี้ซะงั้น”

เห็นแค่แชทเลยนึกหน้าคาสึไม่ออก ไม่รู้เลยว่าป่านนี้เขาทำสีหน้าไงบ้าง

แต่ชั้นมั่นใจว่าเขาต้องรู้สึกดีแน่ ชั้นเข้าใจ คาสึก็ควรจะสนุกกับการได้พบชั้นในเกมส์

เพราะพวกเราเป็นสามีภรรยากันแม้ว่าในโลกความจริง ต่างคนต่างไม่รู้ข้อมูลอีกฝั่งเลย

“วันนี้ทำอะไรดี? ชั้นอยากตกปลาน่ะ”

“ผมอยากขึ้นภูเขาไปขุดแร่ครับ”

“วันนี้ทำอะไรดี? ชั้นอยากตกปลาน่ะ

“อีกละเหรอคร้าบ เธอไม่เคยฟังฟังคำขอผมเลยน้า”

“ก็ชั้นอยากตกปลาน่ะ”

“นี่มันประโยคบังคับ ไม่ใช่ประโยคคำถามแล้ว”

ถ้าเป็นคาสึล่ะก็ เขาต้องหัวเราะ และรับได้กับการเอาแต่ใจของชั้น

ชั้นรู้เรื่องนั้นดี จึงชอบแหย่ และทำตัวขี้อ้อนเอาแต่ใจ

สุดท้ายคาสึก็สนองคำขอชั้น ขึ้นเรือไปตกปลาด้วยกัน

จะว่าไป ยังไม่ได้ถามเหตุผลที่เขามาสายเลย

จริงๆถ้าเป็นตามปกติก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่วันนี้แค่อยากหาหัวข้อสนทนาอะไรเพลินๆ ไม่ได้ตั้งใจจะเอาข้อเท็จจริงอยู่แล้ว

“เน่ คาสึ ถ้ายังมาสายอีก คราวหน้ามีบทลงโทษแล้วน้า”

“ขอโทษด้วยค้าบ”

“ทำไมถึงมาสายล่ะ”

“ดูมิวสิควีดีโออยู่น่ะ”

“เห คาสึมีรสนิยมชอบดูไอดอลด้วยรึ”

“ก็นิดนึง”

…..เมื่อก่อน เป็นคนบอกเองชัดเจนว่าไม่สนใจเลยแท้ๆ

แต่ว่าคนเรา วันเวลาผ่านไป รสนิยมก็ต้องเปลี่ยนไปบ้าง ถึงเป็นคาสึ ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

ชั้นเริ่มสงสัยเลยถาม

“ไอดอลคนนั้นชื่ออะไรเหรอ”

“ไหนเคยบอกว่าจะไม่ถามถึงเรื่องในชีวิตจริงไง”

“ครั้งนี้ยกเป็นกรณีพิเศษละกัน บอกหน่อยนะ”

ถ้าเขาเอ่ยชื่อชั้น ชั้นจะรู้สึกไงดีหนอ…

“รู้จักวงสตาร์มายรึเปล่าครับ”

“อืม”

“ชั้นเป็นแฟนบอยมิสึกิ รินกะน่ะ”

……….

ชั้นตะลึงกับคำตอบจนหยุดหายใจ

ชั้นพิมพ์แชทแล้วก็ลบ พิมพ์แล้วก็ลบด้วยความลนลาน ไม่รู้จะตอบอะไร สุดท้ายเลยพิมพ์พื้นๆไปว่า

“งั้นเหรอ”

“แถมเธอเป็นเพื่อนร่วมห้องด้วยนะ เจ๋งมั้ยล่ะ”

เอ๋ เอ่อ

ชั้นอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว

คาสึ เป็นเพื่อนร่วมชั้นงั้นเหรอ

ซู้่ดดดดด ฮ่าาาาา ใจเย็นสิ มิสึกิ รินกะ เธอคือไอดอลสุดฮอตสายคูลนะ

ชั้นรำพึงออกมา สงบจิตใจให้เป็นปกติ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เพราะนิ้วชั้นยังสั่นเทาขณะกดแชท และคิดว่า ชั้นควรจะทำไงดี

ควรจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงดีมั้ย ถ้าเปิดเผย ความสัมพันธ์พวกเราอาจจะจบลงก็ได้

แน่นอนว่า คาสึ คงจะรับในตัวชั้นได้แหละ

แต่ว่า ด้านอ่อนแอในใจชั้นแย้งว่า “เปิดเผยตัวจริงแล้วเขาอาจจะรับไม่ได้ก็ได้” มันมีความกลัวเรื่องนี้ปนอยู่

เพราะว่าเมื่อก่อน คาสึบอกชั้นว่า เขาไม่สนใจไอดอล

ตอนนั้นเขาบอกว่า ถ้าให้ดูไอดอล สู้เอาเวลาไปขุดเหมืองดีกว่า

ชั้นคิดว่า ตอนนั้นเขาคงมองว่า การดูไอดอล มันเป็นเรื่องเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

บางทีเขาอาจจะมีความหลังฝังใจเลยเกลียดไอดอลก็ได้

ด้วยเหตุนี้ ชั้นจึงปิดบังตัวตนว่าเป็นไอดอล และอ้างว่า เราจะไม่คุยกันเรื่องในโลกความจริงของอีกฝั่ง

แต่ว่า..ตะกี้เขาบอกเองว่าเป็นแฟนตัวยงของชั้น มิสึกิ รินกะ

ถ้าชั้นสานสัมพันธ์ความเป็นสามีภรรยาในโลกความจริงกับเขาได้ล่ะ

พอคิดถึงจุดนี้ชั้นเลยเปิดเผยความจริงแม้ว่าจะมีความเสี่ยงโดนเกลียด เพราะชั้นอยากรู้ข้อมูลของสามีที่ชั้นรัก และอยากให้เขารู้ข้อมุลของชั้นเพิ่มด้วย

ด้วยเหตุนี้ชั้นจึงพิมพ์แชทไปว่า

“ชั้นคือ มิสึกิ รินกะ”

หลังจากพิมพ์จบ เวลาเริ่มผ่านไป ไม่มีแชทตอบกลับมา

1 นาทีก็แล้ว 2นาทีก็แล้ว 30นาทีแล้วนะ…

ความคิดชั้นมองว่านานมาก 30นาทีอัพ แต่พอดูเวลาจริงจากมือถือ มันเพิ่งจะผ่านไปห้านาทีเท่านั้น

สักพักหนึ่ง คาสึพิมพ์แชทตอบกลับมา

“ฮะฮะ จู่ๆก็พูดอะไรออกมา อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ว่าโกหกเห็นๆ”

“ชั้นอยุ่ปีสองห้องสาม อาจารย์ประจำชั้นชื่อซาโต้ ชั้นนั่งเก้าอี้ตัวหน้าสุดนับจากหน้าต่างแถวที่สอง “

ชั้นพิมพ์ข้อมูลส่วนตัว เพราะรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องสงสัยกลับแน่นอน พร้อมกั้บถามไปว่า

“คาสึเป็นใครเหรอ”

ทว่า เขาไม่ตอบกลับทันที

พอรอนานก็เริ่มร้อนรน เลยพิมพ์ถามเพิ่มไปอีก

“ไม่เชื่อที่ชั้นบอกสินะ”

สิ่งที่ชั้นพิมพ์ถาม เอาจริงๆมันแย่มากเลย เหมือนว่าเป็นคำถามที่ไม่เชื่อใจคาสึคุงเอาซะเลย แต่ชั้นก็อยากให้เขารู้จักชั้น และเชื่อชั้นจริงๆ

“ชั้นคือคนที่นั่งแถวแรกสุดนับจากริมหน้าต่าง และนั่งอยู่หลังสุด”

ทันทีที่แชทจากคาสึเด้งมา อ่านจบปุ๊บชั้นรู้แล้วว่าเขาเป็นใคร หน้าเขาลอยมาทันที

“อายาโนะโคจิ คาสึโตะคุงใช่มั้ย”

“…ถูกต้องครับ”

“ขอโทษนะ ขอตัวก่อนนะ”

“รับทราบครับ”

ชั้นรีบล้อคเอาท์ออกจากเกมเพราะตะลึงกับข้อมูลที่ได้

คาสึ คือ อายาโนะโคจิ คาสึโตะคุง นี่มันปาฏิหารย์ชัดๆ

ชั้นจ้องมือขวาตัวเองที่ยังสั่นไม่หาย ไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริง

มือที่สั่นมันเกิดจากข้อมูลที่ไม่คาดฝันจนตื่นเต้นสุดๆ ชั้นหัวเราะเล็กๆด้วยความดีใจ

อืม จะว่าไป เพื่อกันพลาด ชั้นควรส่งหลักฐานเฉพาะที่น่าเชื่อถือได้ว่าชั้นเป็นตัวจริงไปให้เขาดีกว่า

บางที เขาคงลังเลอยู่ว่าชั้นคือมิสึกิ รินกะตัวจริงหรือไม่ อย่างน้อยก็ต้องทำให้เขาเชื่อถือก่อน ว่าแล้วก็เลยพิมพ์แชทไปว่า

“พรุ่งนี้พักกลางวันสนใจไปทานข้าวกลางวันด้วยกันที่โรงอาหารมั้ย”

พร้อมทั้งแนบรูปถ่ายเฉพาะที่ไม่มีในเน็ตด้วย คราวนี้มั่นใจได้ว่าเจอหลักฐานเข้าไป ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้ว

หลังจากทำทุกอย่างเรียบร้อย ชั้นกระโดดมานอนบนเตียงตัวเองพร้อมกอดหมอนข้าง เอาหน่้าซุกหมอน

“อายาโนะโคจิ คาสึโตะคุง สามีสุดรักของชั้น ไม่นึกว่าจะอยู่ใกล้กันขนาดนี้”

ชั้นผุดรอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นตึกตักด้วยความเขิน

“ฮืมมมมมมมมม”

ชั้นอุทานอย่างอารมณ์ดี ไม่รู้ว่าตอนนี้ชั้นดีใจหรืออาย แต่รู้เลยว่าหน้าร้อนผ่าว

“คาสึ…อายาโนะโคจิคุง…คาสึคุง….อ๊ะ”

ชั้นกอดหมอนข้างไว้แน่น กลิ้งตัวไปมาบนเตียงซ้ายที ขวาที ซ้ายทีขวาที กลิ้งไปด้วยอุทานชื่อเขาไปด้วย ยิ่งกลิ้งยิ่งเขิน ยิ่งเขินยิ่งกลิ้งไกลกว่าเก่า

ตึง!

สุดท้ายด้วยความที่กลิ้งไกล เลยกลิ้งมากไปจนตกเตียง หลังฟาดพื้นจุกแอ้ก

โอ๊ยยย เจ็บอะ

****

บทความที่อาจสนใจ Netoge no Yome ga Ninki Idol datta CH7-5 ความรู้สึกอันบริสุทธิ์

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ลองอ่านดูมั้ย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

หน้าปกเล่ม 2

otonari asobi เล่ม 2 ch10-5 ช่วยเหลือสาวงามนักเรียนแลกเปลี่ยน

otonari asobi เล่ม 2 ch10-5 ช่วยเหลือสาวงามนักเรียนแลกเปลี่ยน ผมเดินมาหาเอม่า ตบไหล่เอมม่าเป็นเชิงให้กำลังใจ ให้ทำตามแผนการ “อืม” เอมม่าหยิบเทะดามะออกมาจากระเป๋าสามอัน ก่อนจะโยนขึั้นฟ้าและใช้หลังมือรับได้อย่างสวยงาม “อ๊ะ คุณแม่คะ เอมม่าเขาเล่นอะไรอยู่คะ” เป็นไปตามที่คิด

หน้าปกเล่ม 2

otonari asobi เล่ม 2 ch10-4 ช่วยเหลือสาวงามนักเรียนแลกเปลี่ยน

otonari asobi เล่ม 2 ch10-4 ช่วยเหลือสาวงามนักเรียนแลกเปลี่ยน “คุณชาร์ล็อต เรื่องของเอมม่า ให้ผมช่วยจัดการด้วยจะได้มั้ยครับ” วันถัดมา ผมรีบเล่าเรื่องที่ไปคุยกับอาจารย์มิยุให้เธอฟัง เพราะว่าผมต้องได้รับคำอนุญาตจากเธอเสียก่อน ถึงจะเริ่มดำเนินการตามวิธีที่ผมคิดได้ คุณชาร์ล็อตฟังเรื่องราวทั้งหมดเงียบๆ ก่อนจะเอ่ยปากช้าๆ “อาโอยางิคุง

หน้าปกเล่ม 2

otonari asobi เล่ม 2 ch10-3 ช่วยเหลือสาวงามนักเรียนแลกเปลี่ยน

otonari asobi เล่ม 2 ch10-3 ช่วยเหลือสาวงามนักเรียนแลกเปลี่ยน “คุณแม่ท่านบอกว่า ต่อให้คุณชาร์ล็อตย้ายบ้านก็เปลี่ยนสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ได้เหรอครับ” วันนี้ช่วงเย็น หลังจากผมกับชาร์ล็อตกินข้าวที่ห้องเสร็จเรียบร้อย ระหว่างที่เอมม่าหลับ คุณชาร์ล็อตเล่าเรื่องที่คุยกับแม่ให้ผมฟัง “ค่ะ…ชั้นก็ไม่เข้าใจค่ะว่าท่าน….บางทีท่านอาจจะคิดว่าพวกชั้นต่อให้ตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ก็ปรับตัวได้ ล่ะมั้งคะ” ผมพอจะทราบว่าแม่ชาร์ล็อตทำงานยุ่งมาก…

หน้าปกเล่ม 2

otonari asobi เล่ม 2 ch10-2 ช่วยเหลือสาวงามนักเรียนแลกเปลี่ยน

otonari asobi เล่ม 2 ch10-2 ช่วยเหลือสาวงามนักเรียนแลกเปลี่ยน ระหว่างเดินทางไปโรงเรียน คุณชาร์ล็อตกล่าวพึมพำ “ทำไมคุณแม่ถึงได้ทำอย่างนี้กัน” นั่นสินะ ผมก็แปลกใจ เพราะถ้าเป็นพ่อแม่ทั่วไป ไม่น่าจะทำแบบนี้ แถมไม่บอกคุณชาร์ล็อตด้วยไม่รู้ตั้งใจเก็บความลับรึเปล่า “บางทีนะครับ ท่านอาจจะอยากให้น้องจำภาษาญี่ปุ่นได้เร็วๆมั้งครับ”