Netoge no Yome ga Ninki Idol datta เล่ม 2 ch11-1 ความป่วนบังเกิด

Netoge no Yome ga Ninki Idol datta  ch11-1

“กูขอได้ปะอายาโนะโคจิ ครั้งเดียวพอ กุขอชกหน้าเมิงหนึ่งหมัดเน้นๆแบบวันพันซ์แมนทีเดียวพอ”

“เป็นบ้าอะไรของเมิงวะ ใจเย็นก่อนสิพวก”

“เมิงบอกให้กูใจเย็น? ไอ้สาสส ไอดอลนะโว้ย ไอดอลโคตรฮอตไปค้างบ้านเมิง อ้ากกก อิจฉาโว้ย”

เช้าวันเรียนถัดมา พวกผมสามคนยังคงคุยกันเฮฮาในมุมห้องเหมือนเดิม

“บัดซบโว้ยยยย ทำไมคนแบบกูผู้นี้ถึงไม่เห็นมีแฟนน่ารักกับเขาบ้างวะ”

“จากการคำนวนสุดเมพของผม อัตราที่ทาจิบานะจะมีแฟนคือ 0% เมิงจะต้องสไลด์หนอนคนเดียวตลอดชีวิตไม่มีแฟนไปจนวันตายแน่นอนครับ”

“ไอ้เลวไซโต้ ปากสุนัขแบบนี้ข้าวกลางวันเมิงได้กินยำทีนกูแทนเหอะ”

ทาจิบานะตะโกนกู่ก้อง ราวกับผมเห็นน้ำตาเลือดเลยทีเดียว

พวกเมิงนี่ก็ยังครื้นเครงเหมือนเดิมดีเนอะ

“ใจเย็นก่อนเพื่อน ที่กุบอกตะกี้ไม่ได้มีเจตนาร้ายกับเมิงเลยนะ เพียงแต่เสียงเรียกร้องในหัวมันบอกว่าการคำนวนของกุมันสมบูรณ์แบบสุดๆ จนต้องพูดตามตรงว่าอนาคตยังไงก็เป็นไปตามที่กุบอกแน่ว่ะ”

“กวยยยย ไม่เจตนาร้ายแต่ยิ่งเหี้ยกว่าเก่ามั้ยวะ”

ไซโต้โดนทาจิบานะจับไหล่สองข้างเขย่ารัวๆเด้งหน้าเด้งหลังด้วยความโมโห

หลังจากเขย่าไปได้สักพัก เหมือนว่ามันจะเริ่มใจเย็นขึ้นมาบ้างละ

“แฮ่ก…แฮ่้ก….แฮ่ก เออ อายาโนะโคจิ ไหนเหล่าต่อซิ หลังจากนอนด้วยกันสองต่อสองแล้ว มีกิจกรรมอะไรต่ออีก แล้วตอนตื่นนอน มีจู๋จี๋กันรึเปล่าวะ….พูดแล้วขึ้น …กูจะฆ่าเมิงงงงง”

“ใจเย็นดิวะ กุบอกไปหลายรอบแล้วนะ ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย”

“สงบสติอารมณ์ก่อนดิวะทาจิบานะ กุมีเรื่องอยากจะถามเมิงอย่างหนึ่งว่ะอายาโนะโคจิคุง พูดมาตรงๆนะเว้ย เมิงตื่นนอนแล้วไม่มีอีเว้นอะไรเลยจริงเหรอวะ”

“..นึกยังไงก็ไม่มีว่ะ ก็ตื่นนอนตามปกติทั้งคู่ แคนั้นแหละ”

“เมิงตอแหลรึเปล่าวะ บอกไม่มีอะไรแต่หน้างี้แดงแป้ดเลย”

ทาบจิบานะเดินมาตะโกนข้างหูผมเล่นเอาซะหูอื้อ

แล้วนี่ผมหน้าแดงจริงเหรอวะ ไม่รู้สึกตัวเลยนะ

นี่ก็พยายามนึกแล้วนึกอีกว่า เหตุการณ์เมื่อคืน พอตื่นนอนก็ไม่มีอะไรจริงๆ แต่ว่าเสียงหัวใจเต้นของผมมันดังขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่ แม้ว่าพวกผมจะไม่ได้มีอีเวนท์18+ แต่พอผมแค่นึกว่า เมื่อคืนตอนนอน รินกะเธอน่ารักมากๆ แถมขี้อ้อนผม แค่นี้ล่ะมั้ง ที่ทำให้ผมหน้าแดงและใจเต้นถึงตอนนี้

ก่อนหน้านี้ แม้เธอจะบอกว่าพวกเราเป็นสามีภรรยา แต่ก็ไม่ได้มีอีเว้นหวานๆเลย ทว่าเมื่อคืน พวกเราเหมือนได้จู๋จี๋กันท่ามกลางความมืดในห้องนอนผม

โอ๊ะ ชิบหายละ ยิ่งคิด คราวนี้เริ่มรู้สึกแก้มมันร้อนๆ รู้เลยว่าหน้าเริ่มแดงแน่นอน ผมเริ่มเหม่อลองมองมือขวา นึกถึงสัมผัสที่ได้ลูบหัวรินกะ

ทาจิบานะเห็นท่าทางผม ดุนแว่นขึ้น กล่าวว่า

“อายาโนะโคจิคุง พวกเราเป็นเพื่อนกันนะเว้ย เราจะไม่มีความลับต่อกันไม่ใช่เหรอ”

“ยังไงก็อยากรู้เหตุการณ์ตอนเช้าให้ได้ใช่มั้ย”

“เออ อยากฟังสุดๆเลยล่ะ”

“กุให้แครอทเมิงเป็นค่าน้ำลาย เมิงเหลามาเลย”

“เลิกเล่นมุกแครอทได้ละสาสส แล้วก็เอาจริงๆนะ มันไม่มีอะไรจริงๆโว้ย”

ตอนผมตื่นนอน ผมไม่ได้แม้กระทั่งสบตารินกะด้วยซ้ำ

ผมกับเธอหันหลังชนกัน ผมกล่าว อรุณสวัสดิ์ ส่วนนรินกะกล่าว อรุณสวัสดิ์ค่ะ คาสึโตะคุง

พวกเรารู้ถึงความอายและเขินสุดๆ เลยหันหลังไปคนละทางแล้วทักทายนี่แหละ

และนั่นก็เป็นแค่บทสนาทั้งหมดในตอนเช้า เพราะหลังจากนั้น รินกะก็ออกเดินทางจากบ้านผมกลับมาบ้านตัวเอง

ผมอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นตอนเช้าให้ทั้งคู่ฟังจบ จู่ๆร่างกายของทาจิบานะสั่นระรัว ราวกับว่าเขากำลังจะระเบิดพลัง

“ก๊าซซซซซซซซซซ หวานนี่หว่า นี่มันช่วงเวลาสวีทน่าจดจำไม่ใช่รึไงวะ”

“ขนาดนั้นเหรอวะ”

“เออดิโว้ย คูลไอดอลสุดเย็นชา เดเระแตกชัดๆ ไม่น่าจดจำได้ไงวะ”

ทาจิบานะกล่าวจบ สายตาเบนไปมองหน้าชั้นเรียน

เป้าหมายสายตาเขาคือ มิสึกิ รินกะ

เธอก็ยังคงทำตัวเหมือนที่เป็นมาคืออ่านหนังสือ

ในห้องเรียนก็ไม่ได้มีใครเข้าไปคุยกับเธอ เพราะทุกวันนี้เธอก็ยังคงแผ่ออร่าความเป็นไอดอลสุดคูล

“แม่งงงงงง อิจฉาอายาโนะโคจิคุงว้อยยยย คอยดุ เดี๋ยวกูจะหาแฟนให้ได้บ้าง กุจะไปสารภาพรักกับชิอิคุระจัง”

“ชิอิคุระจัง? จะไปสารภาพกับชิอิคุระจังคนนั้นเหรอ อย่าดีกว่าน่าทาจิบานะคุง จากการคำนวนสุดเมพของผม อัตราที่ชิอิคุระคุงจะปฏิเสธคำสารภาพรักมีถึง 90 %เลยนะ”

ทาจิบานะฟังจบเบิกตาลุกโพลง ส่วนไซโต้ส่ายศีรษะขณะพูดคำนวน

“เป็นอัตราที่การันตีว่าเมิงสารภาพไปก็เกลือแน่ๆเลยนี่หว่า”

ทาจิบานะหันขวับมาหาผม ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่น

“แล้วไงวะ กำแพงยิ่งสูง เรายิ่งต้องเร่าร้อนเพื่อข้ามอุปสรรคสิวะ”

“งั้นเหรอ จะว่าไป ชิอิคุระจังนี่เป็นใครวะ”

“หา? ไม่รู้จักได้ไงวะ เธอเป็นอาจารย์ประจำชั้นปีหนึ่งห้องสองไง”

“อาจารย์เหรอวะ เล่นของสูงไปรึเปล่า”

ผมว่า10%ที่จะสำเร็จนี่ยังสูงไป เมิงตัดเลขหนึ่งข้างหน้าออก น่าจะตรงกับความจริงมากกว่านะ

“แล้วก็ชิอิคุระจังเธอแต่งงานแล้ว ปัจจุบันมีลูกสาวเรียนอยู่ม.ต้นด้วย”

“แม่ลูกติดด้วยเหรอวะ”

“มีหรือไม่มีก็ไม่สนเว้ย ของแบบนี้มันอยู่ที่ใจว่ะเพื่อน”

“ไม่ใช่ใจละ นี่มันมีโอกาสที่เขาจะมองว่าเมิงโรคจิตแล้วนะ เมิงสารภาพไปกูว่าล้มเหลวแน่ๆว่ะ”

“ไม่ลองสารภาพแล้วจะรู้ได้ไงวะ อัตราสำเร็จตั้ง10%เลยนะ”

“เมิงอย่าไปเชื่อความเลอะเทอะหมอเดาของไซโต้ได้มั้ยวะ”

“โห ว่ากุเลอะเทอะเลยเหรอวะ”

“ก็เรื่องจริงนี่หว่า”

“หนวกหูโว้ย”

ทาจิบานะกล่าวขัดจังหวะผมเถียงทาจิบานะ

“ใครว่ายังไง กุผู้นี้ก็จะสารภาพอยู่ดี ลูกผู้ชายจะมาหัวหดก่อนลงมือทำได้ไงวะ”

…….

พูดจาดูเท่ดี แต่เมิงเอาไปใช้กับเรื่องที่ควรใช้มากกว่านี้ก็ได้นะเพื่อน

ถ้ามาทรงนี้ห้ามไปก็เปล่าประโยชน์ คงได้แต่รอดูผลงานหลังจากนี้แหละ

*****

ถึงเวลาเลิกเรียน นักเรียนหลายคนพากันออกจากห้องเตรียมกลับบ้าน รินกะเองก็เป็นหนึ่งในคนที่รีบเช่นกัน

แต่ว่า จังหวะก่อนรินกะจะออกจากห้องชั่วแว่บหนึ่ง เธอหันกลับมาสบตาผม

เวลาที่สบตามีแค่วิเดียว ไม่สิ เผลอๆต่ำกว่านั้นอีก แต่ว่านั่นเป็นแค่ช่วงเวลาเดียวที่ผมกับเธอได้สบตากันในห้องเรียนวันนี้

……

ถ้าผมกับเธอเป็นคู่รักทั่วไป พวกเราคงจะเดินทางกลับบ้านพร้อมกัน หรือแวะไปเดทตามสถานที่ต่างๆหลังเลิกเรียน

แต่น่าเสียดายว่าความเป็นจริงคือเราทำไม่ได้นี่สิ

ผมนึกย้อนไปถึงเดทแรก ตอนนั้นก็เสี่ยงเกือบความลับแตกแล้ว มันชัดเจนว่า ถึงแม้รินกะจะปลอมตัวก็ไม่สามารถปิดบังหลอกคนรอบข้างได้100%

ผมหยิบมือถือขึ้นมาดู เช็คแล้วปรากฏว่า มีข้อความจากคุณคุรุมิซากะเข้ามา

“วันนี้หลังเลิกเรียน เจอกันที่เดิม”

ถ้าเธอเรียกแบบนี้ สงสัยคงได้ประชุมเรื่องมิชชั่นกระชับความสัมพันธ์อีกแหงๆ

“ไปก็ไปวะ”

คุณคุรุมิซากะเป็นไอดอลด้วย งานเธอก็ควรจะยุ่งมาก จะปล่อยให้เธอรอนานคงไม่ใช่เรื่องดี

***

หลังจากที่ผมเดินทางขึ้นมาบนดาดฟ้า ไอดอลสาวสุดร่าเริงก็กล่าวเสียงใส

“คาสึคุง ขอบคุณที่มานะ ชั้นรออยู่พอดี”

คุณคุรุมิซากะส่งยิ้มให้ กล่าวทักทาย ลุกจากที่นั่งตรงบันไดมาจับมือผม

ถ้าเป็นผู้ชายทั่วไป เจอสาวงามทำแบบนี้คงหลงหัวปักหัวปำ แต่ผมมีรินกะอยู่แล้วอะนะ

“ไม่ได้คุยกับคาสึคุงมานานมากเลยนะ”

“นั่นสินะครับ จะว่าไป นี่จะจับมือผมอีกนานรึเปล่าครับ”

“อ๊ะ ขอโทษทีน้า “

คุณคุรุมิซากะเพิ่งรู้ตัว จึงรีบปล่อยมือ

“คาสึคุง ชั้นรู้เรื่องเธอเมื่อวานจากรินจังแล้วนะ หุหุหุ”

“หัวเราะหุหุหุนี่หมายถึง?”

คุณคุรุมิซากะหัวเราะด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม รู้เลยว่าในใจเธอต้องคิดอะไรแบบไม่ใช่คนปกติคิดแน่ๆ

“รินจังดีใจมากๆเลยนะ ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์พัฒนามากกว่าเดิม แต่ยังมีโมเม้นจู๋จี๋กันด้วย”

“รินกะเล่าให้คุณฟังถึงไหนบ้างนี่ครับ”

“เล่าถึงว่าคาสึคุงลูบหัวรินจังจนเธอหลับน่ะ มันมีเรื่องอื่นอีกมั้ย”

“ไม่มีแล้วครับ”

“รีบปฏิเสธเลยนะ คาสึคุง”

ดูๆแล้วรินกะคงไม่น่าเล่าไปถึงว่าเธอเอาตุ๊กตาคาสึโตะมาเรียงเป็นด้วยหรอกมั้ง

“จะว่าไป ชั้นมีเรื่องสำคัญจะเล่าให้ฟังนะ”

“เรื่องสำคัญอะไรรึครับ”

“อืม ตั้งแต่วันนี้ ชั้นจะพับแผนยุทธการกระชับความสัมพันธ์คาสึคุงกับรินกะแล้ว”

“เอ๋..ทำไมล่ะครับ”

“ชั้นคิดว่า พวกเธอไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพลังของชั้นแล้วไง เลยไม่อยากจะรบกวนทั้งคู่ แถมพวกเธอก็เป็นวัยรุ่นที่ได้อยู่สองต่อสองด้วย หุหุหุ”

“ไอ้หุหุนี่ให้ความรู้สึกเหมือนพวกป้าข้างบ้านเลยนะครับ”

“ฮะฮะ แต่ก็เรื่องจริงนี่นา ถึงชั้นจะแนะนำแผนอะไรต่อจากนี้ ก็ไม่น่าจะดีใจแล้วล่ะ ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็สู้พับแผนโครงการไปเลยดีกว่า”

คุณคุรุมิซากะกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง ส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้ผมที่ไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไรตอบดี

“ขอบคุณนะคาสึคุง ช่วยทำให้รินจังมีความสุขมากๆนะ”

“คนที่่ต้องขอบคุณควรเป็นทางผมต่างหากครับ ขอบคุณมากครับคุณคุรุมิซากะ ผมซาบซึ้งในสิ่งที่คุณช่วยมากๆครับ”

“ช..ชั้นไม่ทำอะไรเลยนะ เอาจริงๆสิ่งที่ชั้นลงมือ กลับจะไปทำให้สถานการณ์พวกเธออลวนกว่าเก่าด้วยซ้ำ”

“งั้นเหรอครับ”

“ไม่ปฏิเสธสักนิดเลยเหรอ ก็รู้แหละว่าพาวุ่นจริง แต่ปลอบสักนิดก็ได้นะ”

“ผมล้อเล่นครับ เพราะมีคุณคุรุมิซากะ พวกผมเลยมาถึงจุดนี้ได้ ผมซาบซึ้งคุณในเรื่องนี้จริงๆ”

“…พูดจริงเหรอ?”

คุณคุรุมิซากะถามด้วยน้ำเสียงกังวล ผมจึงพยักหน้า ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่นว่า

“ถ้าสมมติว่า ไม่มีคุณคุรุมิซากะ ผมคิดว่า ตัวเองก็ยังคงเป็นเน็ตเกมเมอร์ง่อยๆใจหมา ควรลาขาดจากความเป็นมนุษย์ไปเป็นควายครับ”

“…นี่แค้นฝังหุ่นขนาดนี้เลยเหรอคะ”

ก็ไม่อยากจะฝังใจกับเรื่องนี้หรอก แต่มันคือเรื่องจริงอะนะ

“ผมซาบซึ้งในสิ่งที่คุณทำจริงๆครับ และผมไม่รู้ว่าจะบอกยังไงให้คุณเข้าใจว่าผมซึ้งจริง ผมก็เลยพุดได้แค่นี้แหละครับ”

“โห พูดขนาดนี้ชั้นก็เขินนะ”

คุณคุรุมืซากะหน้าแดงแป้ดสบตาผม ก่อนจะเบนสายตาหนีไปอีกทาง แล้วก็สบตาใหม่ซ้ำไปมา

“งั้นก็ขอตัวก่อนนะ ไว้เจอกันใหม่นะ แล้วมาเล่นเกมด้วยกันสามคนอีกนะ”

คุณคุรุมิซากะรีบกล่าวขอตัวราวกับจะระงับความเขิน ก่อนจะเดินออกไปจากดาดฟ้า

ทำไมหว่า หรือว่าผมกล่าวขอบคุณเล่นใหญ่เกินเบอร์ไปงั้นเหรอ

แต่ว่า ช่วยไม่ได้อะนะ เรื่องจริงก็คือเรื่องจริง คนที่ทำให้ผมรู้สึกตัวในเรื่องรินกะ ปัจจัยหลัก คือ คุณคุรุมิซากะเต็มๆเลย

*****

จบ CH11-1

ตอนนี้ยังไม่ค่อยมีอะไร เหมือนช่วงผ่อนคลายความหวานลดน้ำตาลนิดนึง แต่เนื้อเรื่องก็ยังไม่น่าเกลียดนะ

บทความที่อาจสนใจ Netoge no Yome ga Ninki Idol datta เริ่มเล่ม 2 ch10-2 ไอดอลสุดฮอตค้างบ้านแฟน

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ลองอ่านดูมั้ย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

หน้าปกเล่ม 2

otonari asobi เล่ม 2 ch10-5 ช่วยเหลือสาวงามนักเรียนแลกเปลี่ยน

otonari asobi เล่ม 2 ch10-5 ช่วยเหลือสาวงามนักเรียนแลกเปลี่ยน ผมเดินมาหาเอม่า ตบไหล่เอมม่าเป็นเชิงให้กำลังใจ ให้ทำตามแผนการ “อืม” เอมม่าหยิบเทะดามะออกมาจากระเป๋าสามอัน ก่อนจะโยนขึั้นฟ้าและใช้หลังมือรับได้อย่างสวยงาม “อ๊ะ คุณแม่คะ เอมม่าเขาเล่นอะไรอยู่คะ” เป็นไปตามที่คิด

หน้าปกเล่ม 2

otonari asobi เล่ม 2 ch10-4 ช่วยเหลือสาวงามนักเรียนแลกเปลี่ยน

otonari asobi เล่ม 2 ch10-4 ช่วยเหลือสาวงามนักเรียนแลกเปลี่ยน “คุณชาร์ล็อต เรื่องของเอมม่า ให้ผมช่วยจัดการด้วยจะได้มั้ยครับ” วันถัดมา ผมรีบเล่าเรื่องที่ไปคุยกับอาจารย์มิยุให้เธอฟัง เพราะว่าผมต้องได้รับคำอนุญาตจากเธอเสียก่อน ถึงจะเริ่มดำเนินการตามวิธีที่ผมคิดได้ คุณชาร์ล็อตฟังเรื่องราวทั้งหมดเงียบๆ ก่อนจะเอ่ยปากช้าๆ “อาโอยางิคุง

หน้าปกเล่ม 2

otonari asobi เล่ม 2 ch10-3 ช่วยเหลือสาวงามนักเรียนแลกเปลี่ยน

otonari asobi เล่ม 2 ch10-3 ช่วยเหลือสาวงามนักเรียนแลกเปลี่ยน “คุณแม่ท่านบอกว่า ต่อให้คุณชาร์ล็อตย้ายบ้านก็เปลี่ยนสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ได้เหรอครับ” วันนี้ช่วงเย็น หลังจากผมกับชาร์ล็อตกินข้าวที่ห้องเสร็จเรียบร้อย ระหว่างที่เอมม่าหลับ คุณชาร์ล็อตเล่าเรื่องที่คุยกับแม่ให้ผมฟัง “ค่ะ…ชั้นก็ไม่เข้าใจค่ะว่าท่าน….บางทีท่านอาจจะคิดว่าพวกชั้นต่อให้ตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ก็ปรับตัวได้ ล่ะมั้งคะ” ผมพอจะทราบว่าแม่ชาร์ล็อตทำงานยุ่งมาก…

หน้าปกเล่ม 2

otonari asobi เล่ม 2 ch10-2 ช่วยเหลือสาวงามนักเรียนแลกเปลี่ยน

otonari asobi เล่ม 2 ch10-2 ช่วยเหลือสาวงามนักเรียนแลกเปลี่ยน ระหว่างเดินทางไปโรงเรียน คุณชาร์ล็อตกล่าวพึมพำ “ทำไมคุณแม่ถึงได้ทำอย่างนี้กัน” นั่นสินะ ผมก็แปลกใจ เพราะถ้าเป็นพ่อแม่ทั่วไป ไม่น่าจะทำแบบนี้ แถมไม่บอกคุณชาร์ล็อตด้วยไม่รู้ตั้งใจเก็บความลับรึเปล่า “บางทีนะครับ ท่านอาจจะอยากให้น้องจำภาษาญี่ปุ่นได้เร็วๆมั้งครับ”