mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

“โอนี่จัง โรงเรียนอนุบาลแหละ”

“ใช่แล้วครับ โซโยกะ วันนี้วันประถมนิเทศไงครับ”

โซโยกะอยู่ที่ใจกลางห้องรับแขก นั่งโซฟาอยู่ น้องหันซ้ายขวากล่าวด้วยความตื่นเต้น

ชุดเครื่องแบบที่นีี่มันจะเข้ากับน้องผมเกินปุยมุ้ย นี่คนออกแบบดีไซน์มาเพื่อโซโยกะเลยสินะ

ผมเห็นน้องแล้วทำให้นึกถึงอดีตตอนน้องยังส่งเสียงเรียกผม ค่า ค่า ปุบปับมาปัจจุบัน น้องผมโตขนาดนี้แล้วรึเนี่ย น้ำตาผมไหลให้กับการเจริญเติบโตของน้อง

โซโยกะในชุดเครื่องแบบเสื้อเบลเซอร์ ช่วยขับให้น้องดูเป็นผู้ใหญ่ ใส่แล้วน้องดูสูงกว่าปกติกว่าเดิท

“โอนี่จังร้องไห้อีกละ”

น้ำตาไหลด้วยความซาบซึ่้งอะ ทำไงได้ครับ

จะว่าไป นี่ก็โชคดีมากที่วันประถมนิเทศเป็นวันเสาร์ ไม่สิ ต่อให้วันประถมนิเทศเป็นวันธรรมดา ผมก็หยุดเรียนมาส่งน้องอยู่ดี ฉะนั้นประถมนิเทศวันไหนก็ไม่เกี่ยง ส่วนเรื่องเรียนเหรอ ช่างแม่มสิ

วันนี้ผมรีบตื่นแต่เช้า ซักผ้า หยิบเสื้อแขวนกับราว จัดการงานบ้านจะได้ไปงานประถมนิเทศกับโซโยกะ

“โซโอกะจะช่วยนะคะ”

โซโยกะสวมรองเท้าแตะ เดินเตาะแตะๆพร้อมกล่าวออกมา

น้องยังเรียกชื่อตัวเอง ว่า “โซโยกะ” ได้ไม่คล่อง เลยเพี้ยนเป็นโซโอกะ แต่นั่นแหละ เรียกแบบนี้ยิ่งขับความน่ารักของน้องผมเข้าไปใหญ่

“ได้สิครับ งั้นรบกวนตัวนี้หน่อยนะครับ”

“หนูจัดการห้ายเองค่ะ เพราะว่าตั้งแต่วันนี้ โซโอกะเป็นผู้ใหญ่แล้วค่ะ”

น้องหยิบเสื้อใส่ไม้แขวน ช่วยตากผ้าให้หนึ่งตัว

พูดตามตรงว่า น้องมาช่วยผมนี่ไม่ได้ช่วยย่นระยะเวลาทำงานนะ กลับกันเลยคือเพิ่มเวลาด้วยซ้ำ แต่ว่าน้องมาช่วย ผมก็รู้สึกดีใจเลยให้น้องทำ นอกจากนี้ การที่น้องมาช่วยงานบ้านก็เป็นเรื่องดี เด็กได้จำวิธีการ ได้ทำอะไรหลายๆอย่าง ในเมื่อเรื่องนี้เป็นสิ่งที่น้องสนใจ เป็นคนออกปากอยากทำเอง มันคือเรื่องดี ผมอยากให้น้องรู้และสามารถทำหลายสิ่งได้ด้วยแหละ

“โอนี่จัง”

“ว่าไงครับ”

“วันนี้มาม๊าไม่อยู่เหรอคะ”

โซโยกะพึมพำถามผมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

ผมเห็นแววตาน้องที่สลดเล่นเอาผมจุกอกสตันพักหนึ่งก่อนกล่าว

“….อืม ติดงานแหละครับ”

“งั้นเหรอ….แต่ว่า..ยังมีโอนี่จังอยู่เนอะ”

โซโยกะกล่าวเสียงใส ยกมือสองข้างด้วยความร่าเริงแจ่มใส

หัวใจผมมันเจ็บแปล๊บเพราะว่าต้องพูดความจริงในเรื่องนี้มันทำร้ายจิตใจเด็กตัวแค่นีั ผมก็ไม่อยากให้เด็กคนนี้ต้องจดจำเรื่องพรรค์นี้หรอก

ผมรู้ดีว่าโซโยกะหน้าเสีย แววตาสลดเพราะว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของน้อง วันที่แจ่มใสแท้ๆแต่แม่ผมดันไม่อยู่บ้านเพราะออกไปทำงาน

หึ อย่าว่าแต่วันนี้เลย วันไหนๆ ครอบครัวพ่อแม่ผมก็ไม่ค่อยจะได้อยู่บ้านเจอหน้าลูกนักหรอก

พ่อผมไปทำงานที่ต่างประเทศ ส่วนแม่ผมออกไปทำงานทุกวัน วันหยุดแม่ก็ออกไปทำงานอยู่ดี ส่วนวันธรรมดา หลังจากเลิกงาน แม่กลับมาทีบ้านก็จริง แต่กว่าจะมาถึงบ้าน ก็เป็นช่วงเวลาที่โซโยกะหลับไปแล้วเรียบร้อย

แม่ผมลาคลอดโซโยกะ และดูแลเแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆจนโซโยกะอายุครบ1ขวบ แล้วแม่ผมก็กลับไปทำงานบริษัทต่อเหมือนเดิม

อย่ว่าแต่โซโยกะเลย ขนาดตอนผมเกิด แม่ผมก็ทำไม่ได้ต่างกับตอนโซโยกะนั่นแหละ แต่ถามว่าผมรู้มั้ยว่าครอบครัวลำบาก ถ้าหากไม่มีเงินมาดูแลครอบครัว เรื่องนี้ผมรู้ดีแก่ใจ แต่จะให้เข้าใจว่าพ่อแม่ผมจำเป็นต้องทำขนาดนี้เหรอ มันไม่สามารถยอมรับได้เลย

ไม่สิ เอาจริงๆนะ เรื่องผมจะเป็นยังไงไม่ได้ซีเรียสเลยเพราะผมโตแล้ว แต่ว่าสำหรับโซโยกะ เด็กวัยนี้ยังเป็นวัยที่ต้องการอ้อนแม่อยู่เลย

ผมรู้ดีว่าผมไม่สามารถทำหน้าที่แม่ให้โซโยกะได้ ความจริงในข้อนี้มันทำเอาผมรู้สึกเจ็บปวดมากกว่าเดิมในช่วงนี้ สิ่งที่ผมทำได้ก็มีเพียงแค่ส่งสายตาแสดงความรักให้เธอมากที่สุดเท่าที่ทำได้แค่นั้น

เพื่อไม่ให้ความทรงจำของโซโยกะในอนาคตจำได้แต่เรื่องเศร้าหมอง มันเป็นหน้าที่ผมที่่ต้องพยายามให้มากกว่านี้

“แจ๋ว เสร็จสักที”

“เสื้อโซโอกะเต็มไปหมดเลย”

ผมแขวนเสื้อตากกับราวเสร็จแล้ว ก็พาน้องกลับมาที่ห้องรับแขก เช้าวันนี้ออกจะยุ่งนิดหน่อยเพราะมีงานบ้าน แต่ก็จัดการเสร็จละ แล้ววันนี้ก็ไม่ใช่วันเรียนของผมด้วย คราวนี้ก็ได้เวลาโฟกัสไปที่เรื่องพาน้องประถมนิเทศละ

ในฐานะมนุษย์ การประถมนิเทศเป็นหนึ่งในอีเวนท์สำคัญ และผม ในฐานะพี่ชายจะไม่หละหลวมสร้างความผิดพลาดด้วย

“ทำผมให้หนูหน่อย”

โซโยกะคว้ายางรัดผมส่งให้ผม

“อืม จัดไปครับ”

ผมศึกษาและฝึกการจัดทรงผมเด็กตามเว็บไซต์ล่วงหน้าไว้แล้วเพื่อวันนี้โดยเฉพาะเลย

ผมให้โซโยกะนั่งลง แล้วตัวผมไปยืนข้างหลังเธอฃ

งานประถมนิเทศทั้งทีต้องจัดให้แจ่มซะหน่อย ปกติตอนอยูบ้านผมจะจัดผมทรงมัดแกละสองข้าง แต่วันนี้มันวันพิเศษ ต้องเอาให้สวยกว่าปกติสักหน่อย

ผมนึกถึงวิธีจัดทรงผมจากที่เคยศึกษาในเน็ต เริ่มลงมือรวบจัดทรงผมน้องทรงเปียสามจุดที่เรียกว่า ฮาฟอัพ ทรงนี้แหละเด็ดสุดเข้ากับโซโยกะสมบูรณ์แบบเลย

จัดทรงผมเสร็จเรียบร้อยก็ออกเดินทางไปโรงเรียนอนุบาลกัน

ปกติแล้วเวลาไปโรงเรียน ผมจะพาน้องเดินทางไปด้วยจักรยาน แต่ว่าตอนนี้ยังมีเวลาเหลือเฟือ เลยเลือกวิธีการเดินทางด้วยการเดินไปด้วยกัน

แน่นอนว่า เคสนี้เป็นงานประถมนิเทศ ผมก็ต้องดูแลลุคตัวเองด้วย เลยเลือกหยิบเสื้อสูทในห้องพ่อมาใส่

งานนี้มันงานสำคัญของโซโยกะ ผมต้องดูแลตัวเอง ไม่ทำให้ตัวเองเป็นสาเหตุที่น้องอับอายต่อหน้าผู้คนด้วย

“โซโยกะครับ ตอนเดินข้ามถนนตรงสี่แยก ต้องทำยังไงบ้างครับ”

“ให้ยกมือขึ้นก่อนค่ะ”

“เยี่ยมมากครับ พี่รู้สึกทรมานกับความอัจฉริยะสุดๆของน้องพี่เหลือเกิน”

ระหว่าเดินทางมาโรงเรียน โซโยกะเดินจับผมตลอด และผมกับน้องก็มีคุยกันเรื่อยเปื่อยๆแนวนี้แหละ

“ใกล้ถึงรึยังคะ”

“น่าจะครึ่งทางแล้วครับ โอเค เดี๋ยวทีนี้เราจะเดินบนทางเท้าสำหรับเด็กสามขวบนะครับ”

จนถึงตอนนี้ ผมมีประสบการณ์เกี่ยวกับสถานรับเลี้ยงเด็ก แต่ใช่ว่าจะไม่มีความรู้เรื่องโรงเรียนอนุบาลเลบ

จุดแตกต่างใหญ่ๆเลยคือเรื่องการเรียนการสอน

ถ้าเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กก็จะเน้นที่การดูแลเด็ก แทบจะไม่ค่อยมีการสอนความรู้วิชาต่างๆให้

แต่ว่าถ้าเป็นโรงเรียนอนุบาล คราวนี้จะเริ่มมีการอัดวิชาต่างๆเข้ามาสอน เรื่องเรียนมันเป็นสิ่งที่ยากและเยอะนะ แต่ผมก็หวังว่าโซโยกะจะสนุกชีวิตในทุกๆวันนะ

“เฮ้ยๆ เรื่องเรียนมันแค่เรื่องจิ๊บจ๊อยปะ โซโยกะมันระดับอัจฉริยะฟ้าประทาน ถ้าน้องเอาจริงขึ้นมา จะเรื่องเรียนหรือเรื่องไหน ก็ไม่มีใครหน้าไหนสู้ได้หรอก”

“โอนี่จังเป็นอะไรเหรอชอบพูดคนเดียวบ่อยจัง”

ผมหัวเราะหึๆกับคำพูดตัวเอง ส่วนคำพูดน้องไม่ได้เข้าหัวผมเลย

ระหว่างเดินทาง โซโยกะมองซ้ายขวาดูและจดจำทิวทัศน์รอบตัว และแล้วหลังจากเดินกันมาสักพักใหญ่

“ถึงโรงเรียนอนุบาลแล้ว”

โซโยกะกระโดดโลดเต้น สีหน้าเบิกบานสุดๆ

ตรงข้างๆประตูโรงเรียน มีป้ายผืนใหญ่เขียนว่า “พิธีประถมนิเทศ”

โซโยกะเดินไปยืนดูตรงป้ายข้างๆ ส่วนผมหยิบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนขึ้นมา

“โซโยกะ เขยิบมาตรงนี้นิดนึงสิครับ ไม่ไหวแล้ว แพ้ความน่ารักเหลือเกิน น้องคือนางฟ้า? หรือเทพธิดา? ไม่ไหวแล้ว ไม่รู้จะสรรหาคำไหนบนโลกมาเปรียบเปรยความน่ารักได้เลย”

“โอนี่จังหนวกหูสุดๆเลยค่ะ”

ผมไม่สนอะครับ ความสุขของผมตอนนี้คือรัวชัตเตอร์เปิดโหมดถ่ายต่อเนื่องเก็บภาพน้องครับ เสียงชัตเตอร์กล้องดังรัวๆขณะถ่ายภาพ เพลินจริง แม่มเอ้ย ผมไม่น่าจะพลาดอีเว้นชวนประทับใจอันนี้เลย จริงๆผมน่าจะหากล้องวีดีโอกับตัวเก็บความจำเยอะๆแล้วถ่ายเก็บไว้มันถึงจะถูก

“บู่ รบกวนคนอื่นแล้วนะคะ”

“น่า โซโยกะ พี่ขออีกภาพเดียวพอ”

******

จบ CH 2-1

ไม่ต้องคาดหวังความโรแมนติกครับ คาดหวังความฮากับความบ้าน้องของพระเอกก็พอละ อันนี้มีตัดไปหลายจุดนะเพราะหัวไม่แล่น เมา 55 กับมองว่าไม่ใช่สาระสำคัญชวนแปล คิดว่าเก็บรายละเอียดครบแน่นอนครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ลองอ่านดูมั้ย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-3 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-3 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ พี่ชายและพี่สาวที่กำลังถกกันอยู่หันขวับมาน้องตัวเอง โอ้ไม่อยากจะเชื่อว่าโซโยกะจะคิดแบบนี้กับผมด้วยเหรอเนี่ย “ฮือออ” อากิยามะหันมากล่าวกับผม “เพราะนายเลย อิคุถึงงอนชั้นแล้ว” “อ้าว หลงตัวเองไปปะเธอ ม่า

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-2 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-2 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ แม้ว่าน้องผมจะหน้าบึ้งเรื่องโดนผมตื๊อถ่ายรูป แต่ว่าก็น่ารักอยู่ดี คนภายนอกมามองฉากนี้คงเป็นภาพที่พิลึกเอาการ ที่เห็นเด็กมอปลายถือกล้องถ่ายรูปถูกเด็กเล็กทำหน้าบึ้งใส่นะ ถ่ายรูปหน้าเสาโรงเรียนเสร็จ ผมกับน้องเดินเข้ามาในโรงเรียน รอบๆผมเริ่มเห็นมีพวกคุณแม่พาลูกมาส่งละ แน่ล่ะว่า เมื่อเข้ามาในรั้วโรงเรียนแล้ว

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch2-1 น้องสาวผมในชุดเครื่องแบบน่ารักเกินเบอร์มากๆ “โอนี่จัง โรงเรียนอนุบาลแหละ” “ใช่แล้วครับ โซโยกะ วันนี้วันประถมนิเทศไงครับ” โซโยกะอยู่ที่ใจกลางห้องรับแขก นั่งโซฟาอยู่ น้องหันซ้ายขวากล่าวด้วยความตื่นเต้น ชุดเครื่องแบบที่นีี่มันจะเข้ากับน้องผมเกินปุยมุ้ย

หน้าปก

mamatomo to sodateru love comedy พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch1-1 น้องสาวผมน่ารักที่สุดในโลก

mamtomo พันธมิตรมาม๊า เล่ม 1 ch1-1 น้องสาวผมน่ารักที่สุดในโลก น้องสาวผมนี่ล่ะน่ารักที่สุดในโลก ผมตัดสินใจแล้วว่าจนกว่าถึงเวลาเริ่มโฮมรูม ผมจะนั่งเพลิดเพลินมองรูปน้องผมโซโยกะยาวไป บอกเลยว่ารูปนี้ผมเพิ่งถ่ายน้องสาวผมเมื่อเช้านี้สดๆร้อนๆ รูปที่ผมถ่ายเป็นตอนน้องสาวผมโซโยกะกำลังเคี้ยวขนมปังแก้มตุ่ย “หุหุหุ…. โซโยกะของพี่ชายวันนี้ก็ยังคงน่ารักเหมือนเคย” นี่ล่ะนางฟ้า นางฟ้ากำลังหัวเราะมองมาหาผม